JOURNALS

Lesson 4 – Let’s Ideate and Pick Your Idea

16 ตุลาคม 2014
4954bb2b1c958209b9aaa07606764091

ระยะเวลา 1.5 ชั่วโมง

วัตถุประสงค์

  • เรียนรู้กระบวนการระดมความคิดและสามารถนำไปใช้เป็นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างสร้างสรรค์
  • สามารถค้นหาแนวทางที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อขอบเขตของปัญหาที่ได้กำหนดไว้
  • สามารถคัดเลือกแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถตอบสนองต่อโจทย์ปัญหาได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้นำแนวทางนั้นไปลงรายละเอียดให้ชัดเจนมากขึ้น

​การระดมความคิด หรือ brainstorming

การระดมความคิด หรือ brainstorming 

เป็นเครื่องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อที่จะก่อให้เกิดแนวคิดหรือวิธีการใหม่ๆ ออกมาเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เราต้องการแนวคิดใหม่ที่หลุดออกจากกรอบเดิมๆ ทั้งนี้เนื่องจากการพูดคุยกันหรือการช่วยกันระดมความคิดภายในทีมจะทำให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น เพราะสมาชิกแต่ละคนก็จะมีมุมมองต่อปัญหาและประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป

เครื่องมือที่ใช้ในการระดมความคิดนั้นมีหลากหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่เครื่องมือที่ง่ายที่สุด คือ การออกความคิดไปเรื่อยๆ ในระยะเวลาที่กำหนดแล้วจึงค่อยจัดหมวดหมู่แนวคิดที่คล้ายคลึงกันเข้าด้วยกัน หรือการสร้างแผนที่ความคิด (Mind map) โดยการสร้างแผนที่ความคิดจะเริ่มต้นจากการใส่ประเด็นปัญหาที่สนใจลงไปกลางกระดาษ แล้ววงกลมล้อมรอบประเด็นนั้น เมื่อมีแนวคิดในการแก้ปัญหาก็เขียนแตกออกไปรอบๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราเห็นว่าเรามีหลายทางเลือกและทำให้เรามองเห็นความสัมพันธ์ของทางเลือกนั้นๆ ด้วย

ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการรณรงค์ให้มีการแยกขยะภายในโรงเรียน มีแนวทางมากมายที่เราสามารถทำได้ ตั้งแต่การทำโปสเตอร์รณรงค์ติดให้ทั่วโรงเรียนโดยอาจจะเริ่มจากในห้องเรียน โรงอาหารหรือทางเดิน หรือเราอาจจะทำละครหน้าเสาธง หรือจัดการประกวดการประดิษฐ์ถังขยะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อให้เห็นคุณค่าของการนำสิ่งของกลับมาหมุนเวียน หรือเราอาจจัดตั้งเป็นธนาคารขยะเพื่อรับซื้อขยะรีไซเคิล

การระดมความคิดอาจจะดูเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้ แต่จะทำอย่างไรให้ขั้นตอนการระดมความคิดดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการทำให้บรรยากาศในการระดมความคิดเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ดังนั้นปัจจัยที่สำคัญ 4 ข้อในขั้นตอนการระดมความคิด คือ

  1. กำหนดขอบเขตของปัญหาที่ชัดเจน (well-defined problem statement)
  2. กระตุ้นบรรยากาศการระดมความคิดให้เป็นไปอย่างสนุกสนาน
  3. ลองกำหนดเงื่อนไขเพื่อใช้กระตุ้นให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ เช่น ตั้งคำถามว่าแนวทางแก้ปัญหาที่ฟังดูแย่ที่สุดที่สมาชิกในกลุ่มคิดได้คืออะไร
  4. เปิดกว้างกับทุกความคิดเห็น

กติกาการระดมความคิด

กติกาการระดมความคิด

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการทำให้การระดมความคิดสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีกติกาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อใช้ในขั้นตอน ดังนี้

ข้อที่ 1 เลือกสถานที่ที่จะใช้ในการระดมความคิดให้เหมาะสม และจัดสถานที่ให้เป็นบรรยากาศที่ดูสบายๆ โดยอาจมีการเปิดเพลงประกอบเพื่อทำให้บรรยากาศการระดมความคิดเป็นไปอย่างสนุกสนาน และกระตุ้นให้สมาชิกในกลุ่มสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่

ข้อที่ 2 ระบุขอบเขตของปัญหาให้ชัดเจนและอาจมีการระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ข้อที่ 3 ทำให้ทุกคนในกลุ่มมีความเข้าใจตรงกันว่าเราเน้นปริมาณของแนวคิดหรือวิธีแก้ปัญหาให้มากที่สุด

ข้อที่ 4 สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีโอกาสแสดงความคิดเห็น โดยให้พูดทีละคน ไม่แย่งกันเสนอความคิดเห็น

ข้อที่ 5 กระตุ้นให้สมาชิกในกลุ่มคิดต่อยอดจากความคิดของผู้อื่น แต่ก็อย่าลืมคิดถึงแนวทางอื่นๆ ที่สร้างความแตกต่าง

ข้อที่ 6 สนับสนุนแนวความคิดที่นอกกรอบและสร้างสรรค์ แต่ยังคงตอบโจทย์ปัญหาของเราอยู่

ข้อที่ 7 ไม่ด่วนตัดสินความเป็นไปได้ของแต่ละความคิด

ข้อที่ 8 เปิดกว้างกับทุกความคิดเห็น

ข้อที่ 9 หากชั้นตอนการระดมความคิดใช้เวลานาน ควรจัดให้มีการพักเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างช่วง เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มได้มีโอกาสพักและพร้อมที่จะกลับมามุ่งมั่นกับการออกความคิดเห็นอีกครั้ง

ในกิจกรรมต่อไป ทุกคนจะได้มีโอกาสฝึกกระบวนการระดมความคิดกับสมาชิกในกลุ่ม โดยให้เป็นไปตามกติกาในการระดมความคิดที่กล่าวไว้ข้างต้น

กิจกรรมที่ 1: Brainstorming – Group Challenge (กิจกรรมกลุ่ม)

กิจกรรมที่ 1: Brainstorming – Group Challenge (กิจกรรมกลุ่ม)

จากบทเรียนที่ 2 และ 3 ที่ผ่านมา เราจะสังเกตได้ว่าจุดเริ่มต้นของการระดมความคิดสามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณีดังต่อไปนี้

  1. เริ่มจากแนวคิดที่จะผนวกสิ่งที่สนใจหรือแรงบันดาลใจเข้ากับการแก้ไขปัญหาสังคม (Dream It Do It challenge), หรือ
  2. เริ่มจากขอบเขตของปัญหาที่เราได้กำหนดไว้จากการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงผ่านการทำ Root Cause Analysis

ดังนั้น ในกิจกรรมนี้เราจึงให้อิสระแก่สมาชิกในแต่ละกลุ่มได้ตกลงกันว่าต้องการเริ่มต้นระดมความคิดจากกรณีใด หากเป็นกรณีแรก ขอบเขตของปัญหาเพื่อที่จะใช้ในการระดมความคิดจะเป็นในลักษณะที่ว่า ‘จะทำอย่างไรแก้ปัญหาสังคมที่เราสนใจด้วยการผนวกสิ่งที่เราถนัดหรือทักษะที่เรามี’ แต่ถ้าเป็นในกรณีที่สอง ขอบเขตของปัญหา คือ สิ่งที่เราได้จากการทำกิจกรรมในบทเรียนที่ 3 ที่ผ่านมา ในกิจกรรมนี้ เราจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที และขั้นตอนของการระดมความคิด มีดังต่อไปนี้

  1. ระบุคำถามเพื่อเป็นหัวข้อในการระดมความคิด (จาก Dream It Do It Challengeหรือจากกระบวนการ Root Cause Analysis) โดยเขียนคำถามนั้นไว้บนหัวกระดาษ flip chart
  2. สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนจะมีกระดาษ post-it และปากกาอยู่ในมือเพื่อใช้ในการออกความคิดเห็น
  3. เริ่มต้นการระดมความคิด โดยกำหนดเวลาช่วงละประมาณ 10-15 นาที และยึดกติกาในการระดมความคิดที่นำเสนอไว้
  4. ขั้นตอนในการเสนอความคิด คือ เขียนความคิดของตนเองลงบน post-it แล้วนำไปแปะบนกระดาษ flip chart ทีละคน ระหว่างแปะก็ให้พูดถึงความคิดของตัวเองที่นำเสนอเพื่อให้ทุกคนได้ยินและสามารถช่วยให้สมาชิกในกลุ่มคนอื่นๆ สามารถต่อยอดความคิดจาดสิ่งที่เพิ่งนำเสนอได้ โดยปกติแล้ว ภายใน 10-15 นาที ควรจะได้แนวคิดไม่ต่ำกว่า 30 ตัวเลือก
  5. ควรจะวาดรูปประกอบแนวคิดที่นำเสนอ เพื่อให้สามารถจดจำได้ง่ายและเป็นที่ติดตา

เมื่อเราได้ปริมาณแนวคิดเป็นจำนวนมากแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเลือกหาแนวคิดที่เหมาะสมโดยเป้าหมายของการเลือก คือ การคัดแนวความคิดที่สมาชิกในกลุ่มคิดว่าน่าสนใจที่สุดและตอบโจทย์ปัญหาที่ได้ตั้งไว้มากที่สุด เพื่อที่นำแนวความคิดนั้นไปพัฒนาต่อให้ชัดเจนขึ้นและลงลึกในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเพียงแนวความคิดใดความคิดหนึ่ง แต่เราสามารถผสมผสานแนวคิดหลายๆ แนวที่ชอบเพื่อให้ออกมาเป็นสิ่งที่เราต้องการ สำหรับกระบวนการคัดเลือกแนวความคิดนี้ เป็นกระบวนการที่จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและประสบการณ์ในการตัดสินใจว่าแนวคิดใดน่าจะตอบโจทย์ความต้องการของปัญหาที่ต้องการจะแก้ไขได้มากที่สุด โดยในกระบวนการเลือกแนวความคิดนั้น เป็นกิจกรรมที่สมาชิกทุกคนในกลุ่มควรจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกัน

​กิจกรรมที่ 2: Idea Selection – Group Challenge (กิจกรรมกลุ่ม)

กิจกรรมที่ 2: Idea Selection – Group Challenge (กิจกรรมกลุ่ม)

ในกิจกรรมนี้ สมาชิกในกลุ่มจะสามารถเลือก 4 แนวความคิดที่ชอบที่สุดที่เกิดขึ้นหลังจากกิจกรรมที่ 1 โดยหลักเกณฑ์ที่สมาชิกในกลุ่มสามารถนำมาใช้ในการคัดเลือก ได้แก่

  1. เลือกแนวคิดที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากที่สุดหรือคิดว่าผู้ที่ประสบปัญหาจะชอบมากที่สุด
  2. เลือกแนวคิดที่คิดว่ามีความสร้างสรรค์มากที่สุด
  3. เลือกแนวคิดที่คิดว่าอาจจะทำได้ยาก แต่ถ้าเลือกแล้วจะมีผลประโยชน์ในระยะยาวสูงที่สุด
  4. เลือกแนวคิดที่ชอบเพราะรู้สึกว่ามันใช่ (Gut feeling)

จากนั้นให้สมาชิกในกลุ่มได้ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีเพื่อพิจารณาเลือกแนวคิดตามหลักเกณฑ์ที่ได้ให้ไว้โดยอาจใช้วิธีทำเครื่องหมายกากบาทตรงแนวคิดที่ชอบตามเงื่อนไขทีละข้อ หลังจากนั้นให้เลือกแนวคิดที่มีคนเลือกมากที่สุดมาประมาณ 3-4 แนวคิด เพื่อนำมาศึกษาต่อว่าแนวคิดใดจะเหมาะสมที่สุดในการพัฒนาต่อ โดยขั้นตอนนี้ควรใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาที

สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงในระหว่างการคัดเลือกแนวคิดที่จะนำไปพัฒนาต่อ คือ เราต้องการเลือกแนวคิดที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ประสบปัญหาให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นอาจเป็นไปได้ที่เราจะรวมแนวคิดหลายๆ อันเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ สมาชิกในกลุ่มควรจะเริ่มคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้าน เช่น เทคโนโลยีที่ใช้, ความยั่งยืนของธุรกิจที่จะเกิดขึ้น และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยสามารถยึดแนวทางตามแผนภูมิด้านล่างนี้ ซึ่งแนวคิดหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีควรจะอยู่จุดร่วมระหว่าง 3 ปัจจัยที่กล่าวมา

เมื่อมาถึงจุดนี้ เราจะได้บรรลุวัตถุประสงค์หลักของโมดูลที่ 1 แล้ว นั่นคือ การเฟ้นหาแนวทางที่พร้อมสำหรับการพัฒนาในขั้นตอนต่อไป สิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ในโมดูลต่อไป คือ จะทำอย่างไรเพื่อพัฒนาแนวคิดนั้นให้ออกมาอยู่ในรูปของแผนธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ในการนำเสนอแนวคิดของตนต่อบุคคลภายนอกหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่อไป

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below