JOURNALS

องค์กรสาธารณกุศล

16 ตุลาคม 2014
26a7d41c2a1f13500fb423451a619624

คือ องค์กรที่กรมสรรพากรประกาศให้เป็น “องค์กรสาธารณกุศล” ซึ่งใครก็ตามที่บริจาคให้องค์กรเหล่านั้น สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ (เหมือนได้ทำบุญแบบลดราคา แต่มูลนิธิยังได้เงินเต็มจำนวนอยู่นะ) จึงทำให้คนที่บริจาครู้สึกอยากบริจาคให้เยอะขึ้น และที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ สรรพากรต้องเข้าไปตรวจสอบอยู่อย่างสม่ำเสมอ

แต่เดิมกรมสรรพากรกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เฉพาะช่วงก่อนขอเป็นองค์กรสาธารณกุศล มีการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปีงบการเงิน แต่ในปี 2555 มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ เพราะ ในบางกรณี อาจมีบริษัทที่ตั้งมูลนิธิ ขึ้นมา และ ใช้ประโยชน์ทางภาษีจากการบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิที่ตนเองก่อตั้งขึ้น เป็นต้น

ภายหลัง กรมสรรพากร มีประกาศ ฉบับที่ 531 ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล (http://www.rd.go.th/publish/44188.0.html) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. เป็นนิติบุคคล (คือ เป็นมูลนิธิ หรือ สมาคม) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ส่วนรวมในประเทศไทย มี “รายจ่ายสาธารณกุศล” เช่น การสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และรวมถึง รายจ่ายเพื่อการรณรงค์ส่งเสริมหรือปลูกจิตสำนึกต่อสังคม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

2. มูลนิธิ ไม่เป็นเครื่องหมายการค้า

3. มูลนิธิมีหลักเกณฑ์ทางการเงิน ดังนี้

3.1. รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของรายได้
– เพื่อให้แน่ใจว่ารายได้จากการบริจาค ได้มีการทำงานไปเพื่อการกุศลอย่างแท้จริง คือ อย่างน้อย 60%

3.2. รายได้ของมูลนิธิจะต้องมิใช่เป็นการได้มาจากการซื้อขายหรือการให้บริการ โดยมีค่าตอบแทนเป็นปกติธุระ เว้นแต่การซื้อขายหรือการให้บริการนั้น เกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา การสถานพยาบาล หรือการสังคมสงเคราะห์
– เพื่อป้องกันให้มีการนำชื่อของมูลนิธิ ไปหากินในทางอื่นๆ

3.3. รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของรายจ่ายทั้งสิ้น
– รายจ่ายของมูลนิธิมี 2 ส่วน คือ 1) รายจ่ายเพื่อการกุศล คือ ต้องเป็นค่าใช้จ่ายโดยตรงที่จ่ายเนื่องจากโครงการนั้น 2) รายจ่ายในการบริหาร เช่น ค่าเช่า ค่าเงินเดือนผู้บริหาร หรือ ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าใช้จ่ายในสำนักงาน ค่าประชาสัมพันธ์มูลนิธิ
– ในทางปฏิบัติ จะมีรายจ่ายบางตัวที่เป็นเทาๆ ว่าจะเป็นสาธารณกุศล หรือ การบริหาร ดังนั้น ตอนเขียนวัตถุประสงค์โครงการ และ ขั้นตอนการวางงบประมาณ โครงการ การเบิกจ่ายเงิน ต้องเขียนให้ชัดเจน

3.4. รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะของมูลนิธิต้องกระจายเป็นการทั่วไป
– เพื่อให้แน่ใจว่ามูลนิธิมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เร่งทำงานเพียงโครงการเดียว เพื่อเพียงให้ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรสาธารณะกุศล

ดังนั้น กฎเกณฑ์ใหม่ จึงกำหนดให้องค์กรสาธารณะกุศลต้องมีสถานะทางการเงินที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์มากขึ้น และ ต้องดำเนินกิจการเช่นนั้นอยู่ต่อไป ทางกรมสรรพากรสามารถยกเลิกการประกาศได้ จึงเป็นวิธีหนึ่งในการตรวจสอบการทำงานของมูลนิธิต่างๆ ที่รับบริจาคเงินจากสังคมได้

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม http://thaipublica.org/2013/04/personal-income-tax-structure-18/

0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below