วัยรุ่นไทยกับปัญหาเชิงจิตวิทยา

25 ตุลาคม 2559
สุขภาพ,การเข้าถึงบริการสุขภาพ,ความรู้ในการดูแลสุขภาพ,สุขภาพทางเพศ,สุขภาพจิต,การดูแลผู้สูงอายุ,ธุรกิจและกิจการเพื่อสังคม,การลงทุนทางสังคม,การคุ้มครองผู้บริโภค,ความรับผิดชอบต่อสังคม,การจ้างงาน,การค้าที่เป็นธรรม,การท่องเที่ยว
ผู้สูงอายุ,เด็ก,เยาวชน
วัยรุ่นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีปัญหาวิตกกังวลและเจอกับเรื่องต่างๆมากมายในชีวิตครับ
school of changemakers ได้มีโอกาสพาทีมผมไปดูงานที่สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
เว็บไซต์ : www.smartteen.net ทำให้ผมค้นพบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจครับ

สถาบันนี้มีเป้าคือเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางครอบครัว
มีนักจิตวิทยา พยาบาล นักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยาปรึกษา และสหวิชาชีพอาวุโสเกี่ยวกับด้านสุขภาพจิต
คอยประจำการและบริหารงาน บริการที่มีคือการอบรมวัยรุ่นให้เป็นผู้ฟังที่ดี มี 1323 สายด่วนสุขภาพจิต

และผมได้มีโอกาสคุยกับหมอจูน - พญ.โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ หนึ่งในผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในด้านจิตวิทยาเด็ก ได้เกร็ดความรู้มามากมาย
เลยอยากแชร์ให้เพื่อนๆ ที่ทำโปรเจกต์เกี่ยวกับสภาพจิตใจ การฟัง และความเข้าใจกัน มาลองอ่านดูกันครับ

จิตวิทยาในสมัยนี้ไม่ได้โฟกัสแค่โรค และความผิดปกติเท่านั้นนะครับ...

ในตอนนี้ ศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยาและจิตเวชเปลี่ยนไป มีแนวโน้มใหม่ที่เรียกว่า Positive Psycology
คือ "การป้องกัน" มากกว่า "การรักษา" เหมือนอย่างสมัยก่อน

ซึ่งแนวโน้มใหม่นี้คือการเน้นการป้องกันไม่ให้สิ่งที่คนในสังคมเป็นรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นโรคที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันครับ
ซึ่งส่วนมากจำเป็นต้องใช้ศาสตร์ในการฟัง "active listening" ซึ่งคือการฟังอย่างไม่ตัดสิน
ศาสตร์นี้เป็นศาสตร์ที่ใครๆก็เรียนรู้ได้ เอาสั้นๆง่ายๆคือ ทุกครั้งที่มีการฟังเกิดขึ้น คนเราในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะตัดสินไปก่อน
และแนะนำคนอื่นบนฐานของประสบการณ์ตัวเองครับ แต่การฟังแบบ active listening คือการไม่ตัดสินไปก่อน
และพยายามใช้สิ่งที่คนพูดเป็นฐาน และพยายามสบตาแล้วแสดงความเข้าใจ และไม่ตัดสินว่าเขาควรทำอย่างไรครับ

สำหรับความจำเป็นของศาสตร์ Active Listening พบว่ามีความสำคัญมากในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนจำนวนมากมีปัญหา
โดยที่บางคนหากไม่ได้รับการฟังจากคนรอบข้างอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าในระยะแรกได้
ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า บางคนที่มีปัญหาและวิตกกังวลในระยะแรก ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า แต่แค่อาจจะขาดทักษะการแก้ปัญหาที่ดี
จึงทำให้ขาดที่ระบาย หรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาพื้นฐานได้ด้วยตนเองครับ

สำหรับคำว่า "ขาดทักษะการแก้ปัญหาที่ดี" นั้น หลายๆคนอาจไม่เข้าใจ โดยเฉพาะวัยรุ่น
ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เกิดคำถามขึ้นว่า "ใครกันจะขาดทักษะในการแก้ไขปัญหาที่ดี?"
ผมเองก็สงสัยครับ จึงถามหมอจูน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น เลยได้รับคำตอบกลับมาว่า

คนบางคนเขาไม่สามารถระบายออกมาได้เหมือนกับคนปกติ
อย่างเช่นวัยรุ่นปกติอาจจะมีเพื่อน เพื่อนสนิท หรือที่ระบายออกอื่นๆ อย่างการออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกครับ
แต่บางคน ประสบการณ์และการเลี้ยงดูของเขาไม่ได้สนับสนุนให้สามารถแก้ไขปัญหาอย่างที่ยกตัวอย่างข้างต้นได้

อาจจะเป็นสิ่งที่เบสิกสำหรับเรา "เครียดก็คุยกะเพื่อนสิ เครียดก็ระบายสิ เครียดก็ออกกำลังกายสิ"
แต่สำหรับบางคนที่มีพื้นฐานทางสังคมและการเลี้ยงดูอีกแบบ การระบายออกที่คนทั่วไปเข้าใจว่าง่าย
พวกเขาอาจจะทำไม่ได้เลย นำมาสู่ปัญหาที่พวกเราทุกคนกลัวกัน คือโรคซึมเศร้าและโรคจิต
ไม่เว้นแม้แต่วัยรุ่นอย่างเราๆ...

อีกประเด็นคือคำว่า "Stigma" ในสังคมไทยครับ
คำคำนี้แปลตรงๆจะแปลว่า ปาน หรือแผลเป็น
แต่พอมาเป็นบริบทในเชิงจิตวิทยาและจิตเวช มันแปลว่า ภาพจำ หรือ สิ่งที่คนในสังคมคุ้นชินครับ

เป็นที่รู้กันว่าในประเทศไทยของเรามีสื่อ และละคร
และส่วนมากในอดีตจะมีภาพจำที่ว่า คนที่ไปรักษากับจิตแพทย์ และนักจิตวิทยา คือคนโรคจิต และมีปัญหา
และคนในสังคมไม่ยอมรับ

เหล่านี้ทำให้เกิดภาพจำ หรือ stigma ที่ทำหน้าที่เป็นกำแพง แบ่งแยกคนที่มีความเครียดออกจากคนปกติ
ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราคนไทยต้องช่วยกันแก้ไข เพราะนอกจากจะเป็นการแปะป้ายและมองคนอื่นต่างแล้ว
ยังไม่ได้ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในการจะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมสุขภาพกายและจิตดีอย่างสิ้นเชิง

สำหรับ โปรเจกต์มุมมอง เป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนให้คนไทยหันมารับฟังกัน
เป็นคล้ายๆคอมมิวนิตี้ของกลุ่มคนที่ไม่ตัดสินกัน โดยเป้าหลักคือการทำให้ผู้ใช้มาระบายออกให้มากที่สุด
โดยจะไม่มีใครตัดสินและด่าว่าใครผิดใครถูก แต่จะช่วยกันให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ยังมีนักจิตวิทยาที่จะคอยมาให้คำแนะนำและเขียนบทความดีๆ ที่จะสนับสนุนให้คนในโลกออนไลน์
หันมาสนใจและรับฟังกันมากขึ้น เป็นรากฐานในการต่อยอดสังคมสุขภาพดีต่อไปในอนาคต

ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเว็บ 
สามารถติดตามได้ที่ : www.moom-mong.com
เฟสบุ๊กเพจ : www.facebook.com/moommongpage

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามครับ
​วิน