บันทึกความผูกพัน (1) - Introduction

03 มีนาคม 2560
อากาศ,ความรู้ในการดูแลสุขภาพ,สุขภาพจิต,ความมั่นคงทางอาหาร,ที่อยู่อาศัย,การพัฒนาชุมชน,การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
ครอบครัว,ชุมชน

สวัสดีค่ะทุกคน :) พวกเราคือทีม 'ผูกพันปิ่นโต' เพิ่งจะได้โผล่เข้ามาเขียน Journal ครั้งแรกหละ แต่รู้สึกว่ามีเรื่องจะเล่าเยอะแยะมากเลย (เพราะว่าไม่ยอมเขียนตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนๆ 3 สาว Busy Girlsจริงๆค่ะ ><) แต่ยังไงเดี๋ยวพวกเราจะทยอยเขียนแบ่งปันเรื่องราว และสิ่งที่พวกเราเรียนรู้ระหว่างการเข้าร่วมโครงการ iCare Awards 2016 เรื่อยๆน้า

ก่อนอื่นเลยใน Journal แรกนี้ต้องขอแนะนำตัวพวกเราก่อน และท้าวความเรื่องราวของพวกเราไปตั้งแต่วันที่เรารวมตัวมาทำ Project นี้ จนถึงวันที่เราได้มีโอกาสไปนำเสนอโครงการต่อหน้าคณะกรรมการก่อนแล้วกัน
พวกเรามีกันอยู่ 3 คน คือ พลอย เจิน และจาด้า สมาชิกในทีมทุกคนเป็นสาวจอมกินกันหมดเลยค่ะ เลยมีไอเดียที่จะทำแคมเปญเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนเมืองด้วย 'อาหาร'  (ไม่พลาดอยู่แล้วจริงๆ) เพราะเรารู้สึกว่าใครให้อาหารเรามาเราก็ดีใจ (เอ๊ะ) แล้วอาหารเนี่ย หรือแม้แต่ขนมก็ตามก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเริ่มต้นบทสนทนากับผู้คนได้ พวกเรามีประสบการณ์กันบ่อยครั้งและเชื่อว่าเพื่อนๆที่อ่านอยู่ก็น่าจะเคยสัมผัสเช่นกัน อย่างเช่นเวลาที่เพื่อนข้างบ้านทำอาหารมาให้ชิม ลูกค้านำขนมมาฝาก หรือแม้กระทั่งเวลาที่พวกเราไปค่ายอาสาบนดอยแล้วเหล่าชาวบ้านก็จะพร้อมใจทำอาหารมาให้เราทานเป็นการตอนรับ พวกเราจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดีเลย ถึงแม้เราอาจจะไม่ได้เริ่มต้นพูดคุยกันมากครั้งแรก แต่อาหารที่เกิดจากการแบ่งปันด้วยใจก็นำไปสู่การเริ่มต้นความสัมพันธ์กับการสานความสัมพันธ์ที่ดีได้ หรือพูดง่ายๆคือเราเห็น 'อาหาร' เป็นเครื่องมืออันแสนอบอุ่นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ของคนได้
ในตอนแรกเราก็ยังจับจุดไม่ค่อยถูกค่ะว่าเราจะเข้าไปแก้ไขปัญหาที่ไหนในสังคมที่แรก ตอนแรกเลยเราไปคิดว่าต้องไปแก้ที่คนอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง หรือคอนโดที่เป็นที่อยู่อาศัย เพราะเดี๋ยวนี้คนกลับบ้านมาก็แทบจะไม่รู้จักเพื่อนบ้านเลย แต่แล้วเมื่อเราได้ทำการสำรวจกลับพบว่า ความสัมพันธ์ของคนเมืองในละแวกที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา พวกเขาต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวและที่ไม่รู้จักใครมากเท่าไหร่ เป็นเพราะใน 1 วันพวกเขาแทบไม่ได้ใช้เวลาในที่พักของตัวเองเลย

พวกเราเลยเปลี่ยนแผนเป็นการเจาะกลุ่มไปที่พนักงานบริษัทใหญ่ๆแทน
ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ เพราะว่าจากประสบการณ์ของพลอยที่ทำงานในบริษัทใหญ่ พบว่าความสัมพันธ์ของคนในที่ทำงานนั้นสำคัญมากๆ ไม่ใช่เพียงแค่มีผลต่อความสุขโดยรวมของพนักงานทุกคน แต่ยังมีผลต่อประสิทธฺภาพในการทำงานที่ดีด้วย เราจึงมีไอเดียว่าโครงการของเราจะช่วยสร้าง Team Work และ Network ที่ดีขึ้นได้ เราก็สรุปแผนของเราตามนั้นเลย

มาถึงวันที่ได้รู้ว่าติด 9 ทีมสุดท้ายของ iCare Awards 2016 รอบประกาศรอบ 2 ตอนนั้นทั้งทีมดีใจมากๆ แต่ก็แอบเป็นกังวลเพราะพวกเรา 3 คนทำงานอยู่ คนหนึ่งทำ Startup คนหนึ่งเป็น Freelance อีกคนเป็นนักแสดง เวลาของพวกเราก็จะไม่ค่อยแน่นอนและไม่ตรงกันเท่าไหร่ แต่ว่าในเมื่อพวกเรามีใจรักในสิ่งที่ทำแล้วพวกเราก็รู้สึกต้องสู้!! พวกเราตื่นเต้นมากกับการที่จะไปนำเสนอโครงการต่อหน้าคณะกรรมการ เพราะพวกเราไม่มาซ้อมด้วยกัน เวลาทำงานร่วมกันก็จะ LINE Call อย่างเดียว แต่เราก็จะมีการนัดคุยล่วงหน้ากันทุกครั้งทำให้พวกเราสามารถแบ่งเวลาที่ชัดเจนในการคุยกันได้ (ในหลายครั้งก็จะดึกหน่อย แล้วพลอยก็ชอบสลบก่อนในบางครั้ง555)

แต่ใช่แล้ว! พวกเราก็ผ่านวันตื่นเต้นที่สุดไปได้ (แอบดีใจและโล่งใจมาก) วันที่นำเสนอทำให้เรารู้เลยว่าในสิ่งที่เราคิดก็ยังมีที่ต้องไปปรับแก้ไขอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการ หรือ Concept ของ Campaign เราเอง เพราะว่าเวลาที่เราสื่อสารออกไป พวกเราคือผู้ที่เข้าใจ Insight ของเรามากที่สุด แต่ผู้ฟังอาจจะไม่รู้เท่าเรา ทำให้ความเข้าใจบางอย่างอาจจะบิดเบือนไป

สิ่งที่ชอบที่สุดตอนนำเสนอโครงการคือ พวกเรารู้สึกว่าทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมคอยสนับสนุนเราอยู่แน่ๆ ทุกความเห็น ทุกเสียงชม คือสิ่งที่จะทำให้เราคิดมากขึ้น คิดในมุมของคนนอกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราต่อยอดต่อไปได้ หลายๆคำแนะนำที่เป็นเรื่องของกระบวนการทำ Prototype เราก็ได้นำไปปรับใช้จริงๆ ซึ่งช่วยให้เราปลดล็อคสิ่งที่เป็นอุปสรรคอยู่ไปได้หลายประตูเลยหละ ที่สำคัญค่ะที่สำคัญ ขาดไม่ได้เลยคือโค้ชพี่มะโหนกที่คอยตั้งคำถามกับพวกเราเสมอ ไม่ปล่อยให้พวกเราหลุดไปไกล เป็นพี่โค้ชที่เปิดโอกาสให้เราใช้ไอเดียของเราเต็มที่ อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆแบบน่ารัก ทำให้พวกเราได้บทสรุปเสมอทุกครั้งที่คุยกัน (ที่ชอบมากกว่านั้นคือการส่งรูปอาหารผ่าน LINE Group เป็นกำลังใจให้น้องค่ะ555 ) รักเลย

สุดท้ายนี้ก็ พวกเราก็ยังสู้อย่างสวยๆกันอยู่ค่ะ555 ถึงแม้ตอนนี้จะมีการปรับแผนบ้างอะไรบ้าง ที่แน่ๆเราจะทำแคมเปญของเราให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของเรามากที่สุด พวกเราจะมองปัญหาที่มีในมุมของพวกเขาดู แล้วก็คอยปรับให้เหมาะสมกับเขาเรื่อยๆโดยที่จะไม่ทำให้กลุ่มเป้าหมายของเรารู้สึกมีภาระเพิ่มขึ้น

แล้วไว้จะมาอัพเดทให้อ่านใหม่จ้าา :)