JOURNALSวงเล่า : Community of Story

บาดแผลครั้งแรกกับการ Pilot วงเล่าหนังสือ

8 มีนาคม 2017
, ,
post1-02

ทดลองจัดวงเล่าหนังสืออีกครั้ง !

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยจัดวง Book Club มาบ้างแล้วประมาณ 5-6 ครั้ง แต่ก็ห่างหายไปประมาณ 5 เดือน
ก็มีทั้งความมั่นใจและไม่มั่นใจหลายๆ อย่าง การจัดครั้งนี้ก็พบปัญหาทั้งเล็กและใหญ่ จุดให้พัฒนามากมาย
ซึ่งพอจัดจบไป วันนั้นยอมรับเลยว่าเฟลไป 10 ระดับ 5555 แต่ว่าพอผ่านไปแล้วกลับมาทบทวนดีๆ 
ความเฟลก็เปลี่ยนเป็นความ Challenge แล้วก็รู้สึกว่าน่าสนุกว่าเราจะแก้ปัญหายังไงดี

สิ่งที่เราทำในการจัด Pilot ครั้งนี้มีอะไรบ้าง
1. วางแผนกับทีม

ว่าเราจะลองเพิ่มลดกิจกรรมอะไร เพื่อเทสอะไร เพิ่มลดส่วนไหนบ้าง ซึ่งวันที่วางแผนกันก็งงๆ แหละ
เพราะเป็นการทำงานครั้งแรก แต่ว่าผลลัพท์ก็ออกมาโอเคเลย

2. ไปชวนคนมาร่วม Pilot

คนที่เราชวนมาก็มีหลายประเภทมาก มีทั้ง
1. คนที่เคยมา 1 ครั้ง 2. คนที่เคยมาหลายครั้ง 3. คนที่ไม่เคยมาเลย แถมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับวงเลย 4. คนที่ไม่เคยมา แต่รู้คอนเซปของวงพอสมควร
มาได้ทั้งหมด 12 คน วงค่อนข้างหลากหลาย (แต่ผู้ชายเยอะไปหน่อย 5555 – ไม่ได้ตั้งใจชวนแต่ผู้ชายนะ แต่ชวนผู้หญิงแล้วเค้าไม่มา)
ทุกคนเป็นกลุ่มเป้าหมายเราหมด คือ อยู่ในอายุ 18 – 30 ชอบอ่านหนังสือ (แต่คราวนี้พลาดตรงที่ไม่มีน้องๆ นักศึกษามาได้เลย)

3. กิจกรรมที่เราจัด

ก่อนกิจกรรมเริ่ม : คราวนี้เราชิลๆ แล้วก็อยากดูด้วยว่าถ้าไม่บอกอะไรเลย มันจะเป็นยังไงบ้าง
ตอนชวนก็แทบไม่ได้บอกอะไรเลยว่ามาทำอะไร ยังไง แค่บอกให้เตรียมหนังสือมาเล่า 

กิจกรรม : แบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลักๆ 
1) Ice breaking : นั่งรวมวงแนะนำตัวว่าชื่ออะไร ทำอะไรอยู่ สนใจเรื่องอะไร
// แบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม ทำเป็น Lab กริ๊ง มีคำถามปลายเปิดให้นั่งคุยกับคนในวง วงละ 4 นาที
คำถามเช่น หนังเรื่องล่าสุดที่ดูคือเรื่องอะไร รู้สึกอย่างไร / ความฝันตอนเด็กคืออะไร 
แล้วให้วนให้ได้คุยกับทุกคน

2) วงเล่าหลัก : แต่ละคนเล่าถึงหนังสือที่ตัวเองเอามา แล้วชวนกันคุย ชวนกันถาม
// มีคนที่ไม่ได้เอาหนังสือมาก็นั่งฟัง + เป็นคนคุย
// มีการบอกกติกาก่อนว่า มีคำถามอะไรให้ถามเลย อย่าเก็บไว้ แต่ให้ตั้งใจฟังด้วย
// เวลามีคนเล่าหนังสือ ให้คนทางซ้ายมือ เขียนสรุปให้หน่อยว่า เค้าเล่าหนังสืออะไร ทำไมเค้าถึงเลือกเล่มนี้

3) นั่งกินข้าวด้วยกัน

4) ขอ Feedback 

4. ปัญหาที่เจอ + Learning

1. เราไม่สามารถรันวงได้คนเดียว (พอดีสมาชิกไม่ว่างกระทันหันเลยเหลือคนเดียว)
เพราะมันพะวักพะวงมากกกกกก ต้องคอยรันกิจกรรม คอยดึงบรรยากาศในวง
คอยช่วยถามคำถาม Lead ให้คนพูดคุยกันมากขึ้น คุมเวลา ออกไปสั่งข้าว รับข้าว จด Feedback คือหัวปั่น
และที่แย่ที่สุดคือเราเครียดจนไม่สนุกเลย แล้วก็รู้สึกว่าความไม่สนุกของเราจะส่งผลให้วงมันสนุกน้อยลงด้วย

Learning :

– ก็ไปหาคนมาช่วยซะ หลายๆ คนด้วย หรือถ้าทีมไม่ว่างจริงๆ ก็ควรขอความช่วยเหลือจากคนที่มาในวงน่ะแหละ
มอบหน้าที่ให้เขาช่วยกันรันวง เพิ่มการ Collaboration 

– แต่อย่าลืมว่าการสร้าง Collaboration ก็มากับภาระอีกแบบนึง เราต้องชัดเจนและเตรียมตัวเรากับเค้าให้ดี
เป็นการเหนื่อยสมองมาก แต่เหนื่อยกายน้อย แต่ถ้าทำได้เค้าก็จะอินกับวงเรามากขึ้น

2. เรื่องการเพิ่มความสัมพันธ์นี่สอบตกอย่างแรง สุดท้ายคนก็จำชื่อกันไม่ได้ด้วยซ้ำ
การเพิ่มการกินข้าวหรือกิจกรรมตอนต้นก็ช่วยบ้าง แต่ก็ยังไม่พอ

Learning :

– อย่างน้อยต้องทำให้เขารู้จักชื่อกันและเรียกชื่อกันบ่อยๆ เช่น มีป้ายชื่อ หรือกิจกรรมอะไรให้จำชื่อได้
เพราะชื่อสำคัญมากในการสร้าง Relationship
– มี Break บ่อยๆ มีพื้นที่ให้คนรู้จักกันเองบ้าง คุยกันเองบ้าง แต่อย่าลืมคอยดูคนที่เข้าหาคนอื่นไม่เก่ง
ให้เขาไม่เหงา ถ้าเราปล่อยฟรีจริงๆ 
– แถม ถ้า Break แล้วย้ายที่บ้าง ให้เดินบ้าง สลับที่บ้าง อาจช่วยลดความง่วง + ลดความห่างกันในคนได้

3. คนไม่รู้สึกว่าต้องมาบ่อยๆ เพราะวงขาด Direction พอเป็นวงแบบที่ไม่มี Topic หรือ Theme
ใครเอาหนังสืออะไรมาก็ได้ ทำให้คนที่คาดหวังว่าจะได้ฟังสาระจากหนังสือบางอย่าง ผิดหวัง 

Learning :

– ต้องมีอะไรบางอย่างให้เขาเกาะเกี่ยวกับเราให้ได้ เป็นอะไรที่เขารู้สึก Relevance หรือเป็น Pain ของเขา
– Set expectation ดีๆ ตั้งแต่เริ่มต้นประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เขาไม่คาดหวังกับเราสูงเกินจริง

4. Commitment ในวงนี้ต่ำมาก เรื่องแรกเลยคือ คนอยู่ไม่ครบเวลา เหลืออยู่ถึงช่วง Feedback แค่ 5 คนเอง T_T 
ทั้งๆ ที่ก็อยู่ในเวลาที่แจ้งไปนะ แถมคนบอกจะมาแล้วก็ไม่ได้มาประมาณ 4 คน
ส่วนเรื่องเอาหนังสือมาเล่า บางคนก็เอามา บางคนก็ไม่เอามา (แต่อันนี้เราผิดเอง เพราะเราชิลมาก ไม่ได้บังคับเท่าไหร่
แต่ก็มีคนที่เอามา แถมเตรียมตัวมาดีมากๆ ก็รู้สึกเฟลว่า อ้าว ทำไมคนนี้ไม่จริงจัง ไม่เตรียมตัวมาเลย อะไรแบบนี้)

Learning :

– อย่าไปกลัวที่จะตั้ง Commitment ให้คนทำตามตั้งแต่แรก เพราะตอนแรกๆ เราเกรงใจมาก 
กลัวเป็นภาระของคนมาต้องเตรียมนู่นนี่ กลัวจะเป็นการกดดันเขา
แต่การตั้งกฏบางอย่างให้เขาทำตาม ก็เป็นการคัดกรองคนที่จะเข้ามาว่าเขาตั้งใจมาเหมือนกัน
แล้ววงที่มีแต่คนตั้งใจมา จะเป็นวงที่มีพลัง

5. การ PR และเตรียมตัวก่อนมาเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญมาก อันนี้เรากึ่งๆ ตั้งใจ กึ่งๆ ชิลว่าอ่ะ ลองไม่บอกอะไรเลยดู
แล้วผลจะออกมาเป็นไง (ก็เละตามระเบียบ) แต่ทำให้เห็นจุดอ่อนที่รอให้อุดเยอะดี 

Learning :

– อย่าชิลเกิน แต่ก็อย่ากดดันเกินไป อ่านให้ออกว่าเขาต้องการอะไรแล้วสื่อสารออกไปให้ตรงจุดเพื่อให้ง่ายต่อเราและเขาด้วย 
– สื่อสารให้ชัดเจนว่าวงเล่าเราต่างจาก Book Club ที่อื่นยังไง เพราะพอคนรู้สึกว่าเป็น Book Club 
เค้าก็จะมีภาพของความจริงจังของการอ่านหนังสือพอสมควร

6. อันนี้ส่วนตัว : เรารับ Feedback ด้านลบได้แย่มาก เพราะทำเอาเฟลไปหลายวันเลย
วันแรกกลับบ้านรู้สึกแบบ น้ำตาไหล เฮ้ยยย นี่ทำไปทำไมเนี่ย อยู่เฉยๆ ก็ไม่โดนด่าแล้ว
ทั้งๆ ที่เราเป็นคนขอให้เขา Feedback เอง แล้วก็รู้ว่าทุกคนเจตนาดีเพื่อช่วยเหลือเรามากๆ ทุกคนเป็นมิตรที่ดีมากเลยพูดกันตรงๆ 
แต่พอเวลาผ่านมา 3-4 วันก็รู้สึกดีขึ้น โอเคขึ้น แล้วก็สู้ต่อ

Learning :

– เวลาขอ Feedback อย่าลืมขอส่วนดีๆ ด้วย ไม่งั้นเราจะเฟลว่าที่ทำไปไม่มีอะไรดีเลย
– เจ็บบ่อยๆ ก็คงชินไปเองจ้าาา นี่แหละชีวิต สู้ต่อปายยยย 55555 

 

0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below