Oneself Coach: โค้ชอาสาที่น่ารักของพวกเรา

17 พฤษภาคม 2560
สุขภาพจิต,การเลือกเรียนต่อ,ศักยภาพเด็กและ เยาวชน
เยาวชน

สวัสดีกันอีกครั้งในช่วงฤดูฝนค่ะทุกท่าน ^^
วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของโค้ชอาสาของโครงการ Oneself กัน ในตลอดค่าย Self-Exploration ทั้ง 4 วันนี้ เราได้ทำการรับสมัครและคัดเลือกโค้ชอาสา จำนวน 12 ท่าน ซึ่งจะมีหน้าที่คอยสนับสนุนผู้เข้าร่วมเหมือนเป็น 'พี่ที่แสนดี' คนนึง ที่คอยให้คำปรึกษา กำลังใจ และผลักดันผู้เข้าร่วมทุกคนไปถึงเป้าหมาย

ในช่วงที่ผ่านพวกเรา ก็ได้จัดกิจกรรมให้กับโค้ชอาสา 3 กิจกรรม ด้วยกัน ได้แก่ first meet, training day I และ training day II
จะเป็นยังไงเรามาติดตามกันเลย...

กิจกรรม First meet เป็นกิจกรรมแรกที่ให้โค้ชอาสาได้มาทำความรู้จักกัน และเป็นการแนะนำรายละเอียดคร่าวๆของโครงการด้วย

เริ่มมาด้วยกิจกรรม Ice breaking ที่ทำให้โค้ชอาสาได้รู้จักกัน ผ่านการตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเองพร้อมทำท่าทาง สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับบรรดาเหล่าโค้ชอาสา

สิ่งทีน่าดีใจมาก คือโค้ชอาสาทุกคนมาในรูปแบบของน้ำที่ไม่เต็มแก้ว ทำให้กิจกรรมเดินไปอย่างราบรื่น เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ถึงโค้ชอาสาแต่ละท่านจะมีอายุที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ท่านที่วัยกำลังศึกษา จนถึงอายุวัยเกษียณ มาจากหลากหลาย background และมีอาชีพที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ ความต่างนี้ไม่ใช่อุปสรรคในการทำความรู้จักกันเลย กิจกรรม first meet ในวันนี้สามารถจบลงได้อย่างสวยงาม เพราะทุกคนล้วนมาด้วยใจที่จะให้กัน...

Training day I 

เราได้เริ่มกิจกรรมในช่วงเช้าวันนี้ด้วย การถาม (asking) 
การถามคำถามที่ดีจะช่วยกระตุ้นให้สมองของเราทำงานผลิตความคิดชั้นยอดในการแก้ปัญหา รวมถึงผู้ตอบจะได้ทบทวนตัวเอง เพื่อวางแผนสำหรับก้าวต่อไปอย่างมั่นคง 
และแน่นอนจะไม่มีใครสามารถตอบตัวเราได้ดีที่สุดเท่ากับตัวเราเอง

วิธีการถามนั้น เราได้นำ GROW model มาใช้ ดังนี้

1. Goal (เป้าหมาย) เช่น คุณต้องการอะไรจากการคุยในครั้งนี้, อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะพูดกัน

2. Reality (สถานการณ์จริง) เช่น คุณได้ลองวิธีไหนไปแล้วบ้าง

3. Options (ทางเลือก) เช่น มีทางเลือกอะไรบ้าง

4. Wayforward (จะเกิดขึ้น) เช่น คุณจะลงมือทำอะไรบ้าง

และหลังจากนั้นก็ได้มีกิจกรรมจับคู่โค้ชเพื่อฝึกการใช้คำถามที่ถูกวิธี

กิจกรรมเคลื่อนไหวร่ายกาย เรียกพลังงานของโค้ชอาสาทุกคน





ต่อมาจะเป็นการฝึกทักษะของการฟัง

    เราได้แบ่งการฟังออกเป็น 3 ระดับ คือ ฟังเสียงตัวเอง ฟังคนตรงหน้า และ หลอมรวมสื่อสารกัน ซึ่งเมื่อเราได้ฟังอย่างลึกซึ้งแล้ว เราจะเกิดความเข้าใจกันและกัน ลดความขัดแย้ง และ เกิดการทำงานเป็นทีมที่ดี เกิดเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างลึกขึ้น


รวมถึงกิจกรรมฝึกฟังของเรา ที่มีชื่อว่า spotlight โดยโค้ชอาสาจะได้ฟังเพื่อนในกลุ่มตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตลึกๆ เช่น ถ้าย้อนเวลาลับไปได้ เหตุการณ์ไหนที่เราอยากกลับไปแก้มันมากที่สุด หรือ เหตุการณ์ไหนที่เป็นสีดำมากที่สุดในชีวิต 


Training Day 2

-ทักษะการสังเกตกลุ่ม (Group Dynamic) 

    จุดประสงค์หลักของกิจกรรมนี้คือ Left noone behind หรือ การที่โค้ชทุกคนจะสามารถดึงลูกค่ายให้มาเข้าร่วมในกิจกรรมนี้ได้อย่างเต็มที่ ผ่านทักษะการสังเกตกลุ่ม   โดย เราได้นำเสนอ model ที่แบ่งภาษากายของคนออกเป็น 4 ประเภท เป็นหลักการให้โค้ชอาสาได้นำมาฝึกสังเกตกัน ได้แก่
 resposive (เปิดรับและเข้าหา), reflective (เปิดรับและไม่เข้าหา) , fugitive (ไม่เปิดรับและไม่เข้าหา), combative (ไม่เปิดรับและเข้าหา)



มีหลายสิ่งที่เราสามารถสังเกตกลุ่มคนนึงได้ เช่น body language (ใบหน้า, มือ, ลำตัว, เท้า), Tone (น้ำเสียง) Mood (อารมณ์) และ eye contact (การมองตาระหว่างการสนทนา) และในส่วนของกิจกรรมถัดไปคือการฝึกสังเกต Eye contact โดยโค้ชจะได้เล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดีใจและเสียใจผ่านการจ้องตากันและกัน

ดดก

เกมฝึกการแสดง Mood&Tone โดยโค้ชอาสาจะได้รับอารมณ์หนึ่งอย่าง และต้องแสดงอารมณ์นั้นผ่านการพูดที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย



กิจกรรมผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรม feedback ในช่วงบ่าย



เราได้สอนถึง การให้ feedback ซึ่งมีทั้ง positive และ negative ซึ่งทั้งสองด้านก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป



แต่วิธีที่พวกเราได้นำเสนอกันในวันนี้คือ Constructive Feedback ซึ่งจะเป็นวิธีที่ผสมผสานสองวิธีเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดการให้ feedback ที่มีประสิทธิภาพ โดยเราจะแบ่งออกเป็นส่วนๆ ดังนี้ พฤติกรรมที่เกิดขึ้น, ความรู้สึกของผู้ให้feedback, เหตุผลภายใต้ความรู้สึกนั้น และสิ่งที่ ผู้ให้ feedback อยากให้เป็น....



กิจกรรม role play ฝึกการให้ feedback ผ่านสถานการณ์จำลอง



และจบท้ายด้วยกิจกรรมที่ทำให้ทั้งห้องได้พกรอยยิ้มกลับบ้านกันไป หรือ กิจกรรม 'Chom' ของพวกเรา โดยให้โค้ชอาสาได้กล่าวชื่นชมโค้ชอาสาแต่ละท่านนั่นเอง



กิจกรรมทั้งสามอย่างนี้ก็ได้จบลงไปด้วยความรัก ความอบอุ่น...
แต่การเดินทางของเหล่าโค้ชอาสานั้นจะยังไม่จบอย่างแน่นอน...
สามารถติดตามพวกเราได้ในค่าย Self-Exploration ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้
แล้วเจอกันในตอนหน้าค่ะ :)