Visualizing Workshop with P'MaNoke

27 พฤษภาคม 2560
สุขภาพจิต,การเล่น,ศักยภาพเด็กและ เยาวชน
เยาวชน

หลังจากที่พวกเราทำงานร่วมกันมาได้ประมาณ 4 เดือน เราได้พบเจออุปสรรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การคุยประเด็นสำคัญที่ใช้เวลานาน และไม่ได้ข้อสรุปซักที , คำศัพท์ที่เป็นนามธรรม ทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน ฯลฯ

 

ทำให้ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 “เอิธ” ผู้เห็นปัญหา และสาเหตุของปัญหา ได้ค้นหาทางแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุให้มีการเชิญวิทยากรสุดพิเศษ มาถ่ายทอดวิชา Visual Facilitattionให้กับเรา วิทยากรผู้นั้นก็คือ “พี่มะโหนก” แห่ง BlackBox นั่นเอง

 

หลังจากที่เราแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อย

พี่มะโหนก ก็เริ่มต้นด้วยคำถาม “วันนี้ที่พวกเราอยากให้พี่สอนเรื่อง Visual Facilitation พี่อยากรู้ว่า อะไรทำให้เราอยากมีทักษะนี้”

พวกเราก็เล่า ปัญหาต่างๆให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการคุยที่ใช้เวลานาน , ความไม่เข้าใจกันจากคำศัพท์ที่เป็นนามธรรม ฯลฯ

พี่มะโหนกบอกว่า “โอเค งั้นตอนนี้เรามีเรื่องอะไรที่อยากประชุมและหาข้อสรุปร่วมกันมั้ย”

แน่นอน คำตอบของพวกเราคือ “มีครับ !!”

 

และแล้ว พี่มะโหนก ก็สวมวิญญาณของการเป็น Visual Facilitator และทำให้หัวข้อที่เราคุยค้างกันมานาน ได้ข้อสรุปที่เข้าใจตรงกัน และที่สำคัญคือเสร็จลุล่วงภายในระยะเวลา 20 นาที !!

 

 

หลังจากที่พี่มะโหนก แสดงตัวอย่างให้ดู พี่มะโหนกก็ให้พวกเราถอดบทเรียนจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ แล้วหลังจากนั้นพี่มะโหนกก็สรุปบทเรียนให้พวกเราฟัง พวกผมจึงอยากนำมาแบ่งปันให้กับทุกคนครับ

 

หลักสำคัญในการเป็น Visual Facilitator

ให้ยึดหลัก VIS

 

V - Vision

I - Interaction

S - Simple

 

1. V - Vision

 

การวาดรูปของเราจะต้องวาดขนาดที่ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

เช่น หากว่ามีผู้เข้าร่วม 10 คน เราอาจจะวาดขนาดเท่านี้ แต่ถ้ามีผู้เข้าร่วม 200 คน อาจจะต้อง วาดขนาดใหญ่ขึ้น และฉายขึ้นโปรเจคเตอร์

 

 

2. I - Interaction

 

ในระหว่างที่วาด จะต้องมีการพูดคุยกับผู้เข้าร่วมเสมอ ผ่านการ

-รับฟัง

-ตั้งคำถาม

-สังเกต

-ให้ Feedback

ฯลฯ

 

ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการเป็นผู้นำประชุมที่มีประสิทธิภาพ

 

3. S - Simple

 

แบ่งออกเป็น Draw กับ Word

 

Draw คือ วาดง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องสวย เอาให้ดูรู้เรื่องก็พอ

 

Word คือ ใช้คำง่ายๆ ไม่ต้องจดบันทึกทุกสิ่งที่เค้าพูด แต่สรุปออกมาเป็นคำง่ายๆที่ทุกคนเข้าใจ

 

เช่น ในเรื่องของ ทุกข์ สมุทัย

 

เมื่อนำมาวาดแล้ว อาจเขียนได้แบบนี้

ซึ่งในการตั้งคำถาม และวิธีเลือกใช้สัญลักษณ์ในการวาดนั้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Vivid Grammar

 

 

ทั้งนี้ การถามคำถามที่ดี จะเป็นคำถามที่ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถคิดออกมาเป็นภาพได้ ทำให้ง่ายต่อการน้ำไปวาดต่อ

 

Tips

 

1.ก่อนเริ่มประชุม ควร Design การคุย ว่ามันจะแบ่งเป็นแบบไหน เพื่อที่จะสามารถ จัดสรรเวลาได้

 

2. เมื่อ Design การประชุมเสร็จแล้วว่าจะมีหัวข้ออะไรบ้าง เราต้อง Design พื้นที่การใช้กระดานในหัวเราก่อนเริ่ม

 

 

3. ถ้ายังวาดรูปไม่เก่ง เราสามารถฝึกได้โดยการฝึกวาดในเวลาว่างๆจากคำที่คิด เช่น คิดถึงเป็ด ก็ลองวาดเป็ด คิดถึงธรรมะ ก็ลองวาดธรรมะดู จะทำให้วันที่เราต้องวาดจริง เราจะสามารถคิดภาพคำต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

 

แน่นอนว่าการเรียนรู้จากการสังเกต ก็ไม่สามารถทดแทนการทดลองจริงได้ พี่มะโหนกจึงให้ตัวแทน 1 คน มาลองนำประชุม และใช้ทักษะ Visual Facilitation ดู

 

หลังจากผ่านไป 30 นาที เราก็ได้ข้อสรุปบทบาท และเครื่องมือที่สำคัญของพี่ Coach ได้ดังภาพนี้

 

 

ข้อดีจากการที่เราได้เรียนรู้จากการทักษะ Visual Facilitation ในการนำประชุม คือ

1.ทำให้ทุกคนเห็นภาพตรงกัน จากการวาดรูป ตั้งคำถาม และใช้คำที่ง่ายต่อความเข้าใจ

2.ช่วยให้ประเด็นที่คุยกันไว้ ไม่หายไปไหน สามารถกลับมาย้อนทบทวนตัวเองใหม่ หรือคุยซ้ำได้

3.เพิ่มความสนุกสนาน และช่วยคลายเครียดให้กับผู้เข้าร่วมประชุม

 

พวกเราขอขอบคุณพี่มะโหนก ที่มาถ่ายทอดวิชาอย่างไม่มีกั้ก ขอบคุณ School of Changemaker ที่คอยสนับสนุนพวกเราตลอดมา ขอบคุณโครงการดีๆอย่าง iCARE ที่เปิดโอกาสให้เราได้มีส่วนร่วมในการทำเพื่อสังคม ขอบคุณพี่ๆโค้ชที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำเพื่อน้องๆ ขอบคุณเอิธที่เห็นปัญหาและหาทางแก้อยู่เสมอ และที่ขาดไม่ได้เลย ขอขอบคุณพวกร่วมทีมทุกคน ที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกัน

 

สุดท้าย เราอยากฝากไว้ว่า “หากความเข้าใจกันของคนในทีม คือปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

Visual Facilitation ก็เป็นอีกเครื่องมือสำคัญ ในการเสริมสร้างความเข้าใจ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเดินต่อไปในเส้นทางของการทำเพื่อผู้อื่นอย่างยั่งยืนและแข็งแรง”

 

ติดตามความคืบหน้าของพวกเราต่อได้ใน

https://www.facebook.com/OneSelfThailand