4th iCARE Monthly Meeting: SIA#1 Impact Value Chain

28 พฤษภาคม 2560
สุขภาพจิต,การเลือกเรียนต่อ,ศักยภาพเด็กและ เยาวชน
เยาวชน

          อีกครั้งหนึ่งกับการประชุม iCARE ประจำเดือนพฤษภาคมในช่วงหน้าฝนที่มีมรสุมพายุเข้าจนน้ำท่วมในหลายโซนของกรุงเทพฯ ทว่าการพบปะพูดคุยกันก็ยังคงมีอยู่เช่นเคย และครั้งนี้เป็นการเจอกันเต็มวันโดยในช่วงเช้าเป็นส่วนของการอัพเดทโปรเจค ตามมาด้วยช่วงบ่ายที่เป็น session เกี่ยวกับ Impact Value Chain ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact) จากโครงการเพื่อสังคมที่หลาย ๆ ทีมทำอยู่

 

ช่วงเช้าเป็นการอัพเดทโปรเจคที่ได้ insight อะไรหลายอย่างจาก case ของทีมอื่น ๆ เช่น กิจกรรมดีดีจากทีม เหงาสเตชั่น ที่แก้ปัญหาคนเหงาที่อาจนำไปสู่ความเศร้าให้รู้สึกดีขึ้นโดยการให้ลองย้อนกลับไปดูtimeline facebook ของตัวเอง และเลื่อนหาโพส “ด้านบวก” ที่เคยโพสไว้ ซึ่งหลาย ๆ คนที่อยู่ในอารมณ์ลบ ๆ พอได้โฟกัสด้านบวกก็กลับมาสดชื่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างน่าสนใจจากทีม วงเล่า ที่มีการใช้ Symbol ใน Facebook (อารมณ์, ไลค์ เป็นต้น) ในการ Feedback เมื่อคนอื่นเล่าเรื่อง โดยจะทำเป็นสติ้กเกอร์ให้เราสามารถนำไปแปะได้ เป็นต้น

 

ที่เหลือก็เม้ามอยเรื่องชีวิตกับพี่ ๆ และอัพเดทโครงการในประเด็นของการแก้ปัญหาทางด้านการตลาดที่ต้องสร้างคอนเท้นเพื่อดึงดูดฐานลูกค้า ซึ่งต้องขุดที่ส่วนของเซลล์สมองมาคิดกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Coach Training Session ที่จัดกันไปเมื่อต้นเดือน พี่ ๆ ที่เราติดต่อไว้และอยากให้เราไปช่วยงาน และที่สำคัญที่สุดคือ เรากำลังจะมีน้องค่ายอย่างเป็นทางการแล้วววว!! เย่!!
 


 

          อีกไม่กี่อึดใจก็จะวันค่ายแล้ว เวลาที่เหลืออยู๋จึงสำคัญต่อการเตรียมตัวเป็นอย่างมาก ทว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่สร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคมจริงๆ?? จึงเป็นที่มาของ Social Impact Assessment (SIA) ซึ่งเป็นการวัดผลประเมินว่าโครงการของเรานั้น สร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับสังคมหรือไม่ อย่างไร เพราะบางครั้งเราอาจ “คิดไปเอง” ว่าสิ่งที่เราทำนั้นสามารถช่วยเหลือสังคมได้ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ไม่ว่าเราจะทำโครงการนี้หรือไม่ก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจเกิดได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้วก็เป็นได้

 

ขั้นตอนสำคัญของการประเมิน Social Impact นี้ เริ่มต้นจากการวิเคราะห์กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ Stakeholder Analysis ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องอาจเป็นผู้ลงทุน บริษัท หรือกลุ่มลูกค้า เป็นต้น  
 


 

ต่อมาคือ การเขียนทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง หรือ Theory of Change โดยระบุเป็นกลุ้มเป้าหมาย สถานการณ์ปัญหา กิจกรรมที่เราต้องทำ และภาพความสำเร็จที่เราอยากเห็น หลังจากนั้นจึงมาทำห่วงโซ่ผลลัพธ์ หรือImpact Value Chain ซึ่งพวกเรา OneSelf ได้พี่อีก 2 คนมาร่วมคิดใน session นี้กันด้วย ซึ่งในส่วนของ IVC นั้น จะแบ่งเป็น 4 ประเด็นใหญ่ ๆ คือ 

  • Inputs = ทรัพยากรต่าง ๆ ที่ใส่ลงไปในการทำกิจกรรม
  • Activities = กิจกรรมต่าง ๆ ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ทางสังคมที่ต้องการ
  • Outputs = ตัวชี้วัดผลแต่ละอย่างที่สะท้อนสิ่งที่อยากวัดจริง (ควรเป็นเชิงปริมาณ เช่น จำนวน อัตรา เป็นต้น)
  • Outcomes = ความเปลี่ยนแปลงที่โครงการคาดหวังไว้

 

ความยากของการทำ IVC คือ โดยปกติแล้วเรามักจะชอบเริ่มต้นด้วยแนวคิด หรือวิธีการบางอย่าง ซึ่งถือเป็นในส่วนของกิจกรรม ทว่าเรามักจะคิดไปว่าแนวคิด หรือวิธีการของเรานั้นดีแล้ว โดยที่เราไม่ได้สำรวจผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นให้ดีพอ หรือแม้กระทั่งว่าสิ่งที่เรากำลังพยายามแก้ไขปัญหานั้น อาจไม่ได้เป็นการแก้ที่ตรงจุด ทั้งยังสามารถก่อให้เกิดผลกระทบคือ มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาจากความผิดพลาดในการระบุที่มาที่ไปของปัญหา 

 

 

          การมีมุมมองจากคนภายนอกมาช่วยคิด จะเป็นเรื่องดีที่จะช่วยเก็บตกในส่วนที่เรามองข้ามไป และนอกจากนี้การที่เรามีการพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายที่เราพยายามแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาโดยตรงนั้น จะช่วยเพิ่มคุณค่าจากการทำโครงการได้อย่างตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย เพราะเราคงไม่อาจเข้าใจคนอื่นได้ ถ้าเอาแต่คิดด้วยมุมมองของเราเพียงด้านเดียว

 

บทเรียนที่ได้จากการประชุมประจำ iCARE เดือนนี้ จะต่อยอดกับการเรียนรู้ในหัวข้อเกี่ยวกับ SIA ในการประชุมครั้งต่อไป ครั้งนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ :)