สรุปกิจกรรม After School #19 - Impact Value Chain Workshop

04 มิถุนายน 2560
สิ่งแวดล้อม,น้ำ,อากาศ,โลกร้อน,อนุรักษ์สัตว์ป่า,ทารุณสัตว์,พลังงานทดแทน,ผลิตภัณฑ์ดูแลสิ่งแวดล้อม,การอนุรักษ์ทรัพยากร,สุขภาพ,การเข้าถึงบริการสุขภาพ,ความรู้ในการดูแลสุขภาพ,สุขภาพทางเพศ,เอดส์,ยาเสพติด,สุขภาพจิต,การดูแลผู้สูงอายุ,เศรษฐกิจ / ความยากจน,ความมั่นคงทางอาหาร,ที่อยู่อาศัย,การพัฒนาชุมชน,การพัฒนาเมือง,การสร้างและฝึกอาชีพ,การให้กู้รายย่อย / ออมทรัพย์ / สหกรณ์,การศึกษา,การเข้าถึงการศึกษา,การเลือกเรียนต่อ,การเล่น,คุณภาพการศึกษา,คุณภาพครู,ปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน,ศักยภาพเด็กและ เยาวชน,เยาวชนกลุ่มเสี่ยง,การมีส่วนร่วม,เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น,สื่อมวลชน,คอร์รัปชั่น,บรรเทาภัยพิบัติ,ศิลปวัฒนธรรม,ศีลธรรม,สิทธิและความเท่าเทียม,สิทธิสตรี,สิทธิชนกลุ่มน้อยและผู้ด้อยโอกาส,สิทธิผู้พิการ,สิทธิพลเมือง,สิทธิมนุษยชน,ความเท่าเทียมทางเพศ,การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น,การค้ามนุษย์,สันติภาพ / ความสงบสุข,การใช้ความรุนแรงทารุณกรรม,การขัดแย้งแบ่งแยก,อาชญากรรม,ธุรกิจและกิจการเพื่อสังคม,การลงทุนทางสังคม,การคุ้มครองผู้บริโภค,ความรับผิดชอบต่อสังคม,การจ้างงาน,การค้าที่เป็นธรรม,การท่องเที่ยว

สรุปกิจกรรม 

After School #19 : Impact Value Chain Workshop

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2560 เวลา 8.30 - 17.00 น. ณ Growth Cafe, ลิโด สยาม

มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 30 คน 

School of Changemakers ภายใต้การดำเนินงานของ Ashoka Thailand จัดกิจกรรม After School ครั้งที่ 19 ขึ้นในหัวข้อ Impact Value Chain Workshop โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของ Impact Value Chain (ห่วงโซ่ผลลัพธ์ทางสังคม) และ นำไปเป็นเครื่องมือปรับใช้วางแผนและพัฒนาการทำโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ ในขณะเดียวกันกิจกรรมนี้ได้เปิดพื้นที่เป็นเวทีให้บุคคลทั่วไปที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ผ่านการช่วยคนรุ่นใหม่ที่กำลังทำโครงการอยู่ทำ Impact Value Chain ร่วมกัน เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ในไปใช้ต่อให้เกิดผลกระทบที่ดีต่อสังคมได้มากขึ้นต่อไป

วิทยากร

คุณกอปรทิพย์ อิจฉริยโสภณ Coach Program Manager, School of Changemakers

เนื้อหากิจกรรม

ก่อนเริ่มเวิร์คช็อป Impact Value Chain ทีมงาน School of Changemakers เชิญผู้เข้าร่วมทั้งหมด ประกอบด้วย คนรุ่นใหม่ที่ทำโครงการเพื่อสังคม โค้ชที่คอยให้คำแนะนำ รวมถึง บุคคลทั่วไปที่สนใจอยากเรียนรู้และช่วยเหลือ ได้แนะนำตัวและทำความรู้จักกันก่อนเริ่มกิจกรรม นอกจากนี้ยังให้ตัวแทน 7 โครงการเพื่อสังคมมาอธิบายถึงโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมเลือกตามความสนใจเพื่อช่วยทำ Impact Value Chain โดยทั้ง 7 โครงการนี้ ประกอบไปด้วย 1. โครงการลดความก้าวร้าวโดยใช้ศิลปะบำบัด 2. โครงการสร้างผู้นำคนรุ่นใหม่ในชุมชน 3. โครงการช่วยให้เด็กมหาวิทยาลัยทบทวนและค้นหาสิ่งที่จะทำในอนาคต 4. โครงการลดความเสี่ยงการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นโดยเริ่มต้นจากการสร้างพื้นที่และชุมชนให้กับเด็กขี้เหงา 5. โครงการสำหรับเด็กม.ต้นที่สร้างสภาพแวดล้อมให้ได้ค้นหาและทดลองทำตามฝัน 6. โครงการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเพื่อพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น 7. โครงการแปลงเงินทำบุญมาเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น หลังจากจับกลุ่มเสร็จเรียบร้อยทีมงานได้ให้เวลาแต่ละทีมได้สอบถามถึงรายละเอียดของโครงการ โดยใช้ข้อมูลโครงการที่เตรียมมา (ผ่านการกรอกลงในฟอร์ม Theory of Change) ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มเป้าหมาย ปัญหาและสาเหตุของปัญหาสังคมที่ต้องการจะแก้ วิสัยทัศน์และเป้าหมาย รวมถึงกิจกรรมหลักๆ ที่จะเปลี่ยนสภาพปัญหาไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เพื่อให้สมาชิกในแต่ละทีมเข้าใจโครงการซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำ Impact Value Chain ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลังจากนั้นวิทยากร โดย คุณกอปรทิพย์ อิจฉริยโสภณ ได้ออกมาอธิบายถึง Impact Value Chain (ห่วงโซ่ผลลัพธ์ทางสังคม) เริ่มตั้งแต่ภาพรวมของการทำว่าผลลัพธ์ทางสังคมนั้นจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักและกลุ่มคนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงการ เกี่ยวข้องกับเป้าหมายและพันธกิจที่พยายามทำ โดยใช้ Impact Value Chain เป็นเครื่องมือในการวางแผนและวัดผลกระทบทางสังคมของโครงการ โดยลงไปประเมินกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาวัดผลหลังจากลงมือทำกิจกรรม เพื่อพิสูจน์และอธิบายได้ว่าโครงการที่ทำนั้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมและวัดผลได้

นอกจากนี้วิทยากรได้อธิบายถึง Social Impact (ผลลัพธ์ทางสังคม) และ Indicator (การวัดผลลัพธ์ทางสังคม) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของการทำโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมที่สามารถวัดผลลัพธ์ได้ รวมถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำผลลัพธ์ที่ได้ไปขยายผล พร้อมยกตัวอย่างประกอบทั้งโครงการในและต่างประเทศเพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจมากขึ้น ได้แก่ โครงการ D.Light Design ผลิตไฟฉายพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยให้การศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กที่เข้าไม่ถึงไฟฟ้า โครงการ Better World Books เว็บไซต์รวบรวมหนังสือเก่ามาขายออนไลน์เพื่อนำกำไรที่ได้ไปบริจาคให้กับองค์กรที่ส่งเสริมการอ่าน และ โครงการ The Guidelight ช่วยให้นักศึษาตาบอดเรียนจบมหาวิทยาลัยและได้งานทำที่ดีมากขึ้น โดยทั้ง 3 โครงการวิทยากรอธิบายให้เห็นว่าแต่ละโครงการนั้นพยายามจะแก้ไขปัญหาสังคมอะไร ด้วยวิธีการอย่างไรบ้าง ใช้ชีวัดอะไร และ ผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการวัดผล

หลังจากนั้นวิทยากรได้ลงรายละเอียดของการทำ Impact Value Chain โดยยกเคสโครงการ The Guidelight เป็นตัวอย่าง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจการทำงานของ Impact Value Chain ที่เริ่มต้นจากกการเขียนผลลัพธ์ทางสังคมที่อยากเห็นจากโครงการ ต่อด้วยผลผลิตหรือตัวชี้วัดในแต่ละขั้นที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตั้งไว้ ออกแบบกิจกรรมเพื่อให้ตอบโจทย์ผลิตในแต่ละข้อ และ ทรัพยากรที่จะต้องใช้เพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งการทำ Impact Value Chain นั้นมีข้อควรระวังในการทำที่ผู้เข้าร่วมจะต้องคำถึงนึง ได้แก่ การกำหนดผลผลิตที่มากจนเกินไปส่งผลต่อเนื่องให้กิจกรรมนั้นมากขึ้นตามยากต่อการประเมินผล ผลลัพธ์และผลผลิตที่กำหนดนั้นจะต้องเป็นสาระสำคัญจริงๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและพันธกิจของโครงการ ระหว่างการทำหากเกิดสับสนให้ย้อนกลับไปทบทวนผลลัพธ์และผลผลิตที่ตั้งไว้ตอนต้น ควรประเมินว่ารายละเอียดในแต่ละส่วนนั้นมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน


หลังจบการบรรยายผู้เข้าร่วมทั้ง 7 กลุ่มได้ลงมือทำ Impact Value Chain ของโครงการที่ตนเองเลือกไป และ ออกมานำเสนอถึงรายละเอียดที่คิดขึ้น โดยให้วิทยากรประเมินและให้คำแนะนำกลับ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงการทำงานที่ควรจะเป็นของ Impact Value Chain ได้ดียิ่งขึ้น โดยศึกษาจากเคสจริงทั้ง 7 โครงการ

สรุปการประเมินผลกิจกรรม

มีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามจำนวน 30 คน พบว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นนั้นสร้างผลกระทบดังต่อไปนี้

  • ผู้เข้าร่วมเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของ Impact Value Chain ที่ไว้ใช้วางแผนและวัดผลกระทบทางสังคมของโครงการ
  • ผู้เข้าร่วมเกิดความมั่นใจว่าจะนำ Impact Value Chain ที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้กับการทำงานอนาคตคน ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมในมหาวิทยาลัย โครงการเพื่อสังคมของตนเองในอนาคต รวมถึงโครงการเพื่อสังคมที่กำลังทำอยู่ได้
  • วิทยากรอธิบายเนื้อหาจากเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ กระชับและชัดเจนให้ผู้เข้าร่วมตระหนักและใช้งานเป็นได้ภายใน 2 ชั่วโมง
  • สถานที่ บรรยากาศ อาหารเบรก ทีมงาน เป็นส่วนสนับสนุนสำคัญให้เวิร์คช็อปออกมาดีและมีประสิทธิผล
ดูภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่
https://www.facebook.com/pg/schoolofchangemakers/photos/?tab=album&album_id=1305925946195308