JOURNALS

​How Gaming Shapes My Life

24 มกราคม 2016
8f28dc59761fadca6e6e6ceb690bdc27

อยากชวนทุกคนย้อนเวลากันไปไกลๆ ซักนิด เพื่อให้ได้ยินประโยคเหล่านี้ ‘ชัด’ ยิ่งขึ้น……

ชั้นประถม: “โหย…เอาแต่เล่นเกมแบบนี้
เดี๋ยวก็ได้ไม่มีใครคบ ไม่มีสังคม เข้ากับใครไม่ได้หรอก”
ตอนอยู่มัธยม: “เอ้า นั่งเล่นเข้าไป
หนังสือหนังหาไม่อ่าน….จะได้เข้ามั้ยมหาลัยเนี่ย เข้าไม่ได้หรอก”
ตอนประมาณปี 2: “เฮ้ย โตป่านนี้แล้วยังจะเล่นอีกเหรอ !!! ไม่อายเค้าบ้างเหรอ
จะมีมั้ย (วะ) อนาคตเนี่ย”

จริงอยู่ที่มันเสียเวลาชีวิตค่อนข้าง…มากมายพอสมควรเลยทีเดียว
แต่จริงๆ มีเพียงผู้เล่นเท่านั้นที่จะรู้ว่าเขาได้รับอะไรบ้าง สารภาพตรงๆ…
ผมเป็น Gamer ที่เคยไปแข่งตาม tournament ต่างๆ ตั้งแต่เรียนมัธยม แต่การเรียนหรือความคิดในเรื่องอนาคตของผมนั้นยังอยู่ในหัวตลอดเวลา
เกรดของผมอยู่ใน top 10 ของห้องตลอด และผมก็ได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
ซึ่งถึงผมจะไม่ได้เกียรตินิยม แต่รุ่นน้องและอาจารย์ที่ผมเรียนด้วยทุกท่านรู้จักผมดี
ไม่ใช่เพราะว่าผมเข้าเรียนหรอกครับ แต่แค่ผมมีอะไรที่ทำให้พวกเขาทึ่งอยู่ตลอด
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะผมอ่านหนังสือหนักกว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะผม ‘เล่นเกม’ หนักกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน อาจยังงงว่าได้ไง? มาครับ
ขอแชร์ให้ฟัง ^^

1.Gaming
Improves Strategic Thinking:
ฝึกคิด วิเคราะห์ จัดการ

ในโลกนี้มีเกมมากมายที่ต้องการให้ผู้เล่นมองภาพกว้าง มองเป้าหมายในหลากหลายมุมและระยะเวลา
รวมทั้งการหาจุดเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ ในเกมที่ผู้เล่นจะนำไปใช้ เพื่อมองหาความเป็นไปได้ต่างในการไปให้ถึงเป้าที่วางไว้ได้
ตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการทรัพยากรและกำลังคนในเกมวางแผนการรบหรือการบริหารจัดการเมือง
การบริหารจัดการทีมตามทักษะตัวละครในเกมกีฬาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Football,
Basketball ฯลฯ ซึ่งจริงๆ แล้วก็เหมือนเป็นการฝึกให้เราพร้อมสำหรับการทำงานจริง
ที่ทุกคนมองเห็นเป้าหมาย เช็คทรัพยากรตัวเอง และทำมันให้สำเร็จ

2.Gaming
Improves Adaptability:
ฝึกการปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์

สิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มักจะต่างกันอยู่บ่อยครั้ง การเล่นเกมมักจะฝึกให้ผู้เล่นเตรียมแผนสำรอง
หรือแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะเกมในรูปแบบผู้เล่น ปะทะ ผู้เล่น
ที่ต่างฝ่ายก็ต่างงัดกลเม็ด หรือหมัดเด็ดของตัวเองออกมา ซึ่งตรงนี้สำหรับผมแล้ว การแก้เกม
และการพลิกเกมเป็นจุดที่ถือว่าสนุกที่สุดเลยทีเดียว

3.Gaming
Improves Collaborations:
ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้ได้

ถึงตรงนี้คงไม่มีใครเถียงว่า Teamwork คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้นได้ ในโลกของเกมก็เหมือนกัน ณ
ปัจจุบันมีเกมที่บังคับให้ผู้เล่นช่วยกันบรรลุเป้าหมายให้สำเร็จอยู่มากโดยเฉพาะเกมออนไลน์ต่างๆ
ซึ่งความท้าทายที่ผู้เล่นทุกคนต้องก้าวผ่านคือ
จะต้องพูดและทำอย่างไรให้เพื่อนร่วมทีมช่วยเหลือกันให้มากที่สุด
และที่สำคัญกว่านั้น ถ้าหากมีเพื่อนร่วมทีมเป็นคนต่างชาติ ก็ได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย

4.Gaming
is Bonding:
จะเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ ก็รวมก๊วนกันได้ง่ายๆ

หากใครว่าการเล่นเกมทำให้คนๆ หนึ่งไม่มีสังคม
ขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่จริงมากๆ อย่างที่สุด การเล่นเกมก็เหมือนกับการรวมกลุ่มคนที่ชอบทำอะไรเหมือนๆ กันมาทำสิ่งนั้นด้วยกัน
มาเจอกัน และมาเล่นด้วยกัน
ซึ่งการเล่นเกมมีข้อได้เปรียบมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ ด้วยซ้ำ คือ ไม่ต้องฝ่ารถติด
ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางไป-กลับ ไม่ต้องกลัวแฮ็งค์ แค่นั่งอยู่หน้าคอมแบบสบายๆ ที่บ้าน
ก็เริ่มลุยกันได้เลย ! นอกจากนี้ยังเหมือนกับได้เป็นทีมเดียวกัน ได้ทำงานด้วยกันจริงๆ
รับมือกับสถานการณ์หนักๆด้วยกัน ยิ่งสนิทกันมากได้อีก

5.Gaming
is a full-sense Experience

เป็นอีกจุดขายสุดเจ๋ง ว่าด้วยการผสานการทำงานของประสาทสัมผัสทั้งหมดในการเล่น
ซึ่งเป็นได้ยิ่งกว่าการรวมกันระหว่างการดูหนัง อ่านหนังสือ
หรือฟังเพลงอย่างสิ้นเชิง เพราะการเล่นเกม หรือ gaming คือการที่ผู้เล่นสร้างเรื่องราวทั้งหมดผ่านความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง
ซึ่งทำให้ทุกๆ ตอนเป็นสิ่งที่น่าจดจำ นอกจากนี้ก็ยังมีเกมอิงประวัติศาสตร์ หรือเกมที่มีเนื้อเรื่องที่น่าติดตามอีกมากมาย
ที่ผู้เล่นจะเป็นเสมือนหนึ่งในตัวละครที่โลดแล่นไปตามท้องเรื่อง
เหมือนกับเอาตัวเองไปอยู่ในหนังนั่นแหละ อีกทั้งยังได้ซึมซับการใช้ภาษาต่างประเทศในบริบทต่างๆ
และได้เรียนรู้เข้าใจถึงความคิดความเป็นอยู่ของคนในอดีตหรืออนาคตได้อีกด้วย !

อ่านกันถึงตรงนี้จะเห็นได้เลยว่า Gaming ไม่ได้เป็นปัญหาเลยซักนิดมองเผินๆ ก็เป็นแค่กิจกรรมยามว่างรูปแบบหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ดีกว่า
หรือแย่กว่าอะไรทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างประโยชน์ทั้ง 5 นี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกเกมที่เล่น
และการเลือกสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้เล่นได้เรียนรู้และรับประสบการณ์เต็มๆ ซึ่งตัวผมเองก็เข้าใจถึงความเป็นห่วงของผู้ใหญ่ในปัญหาเด็กติดเกมต่างๆ
แต่ด้วยสภาพความก้าวหน้าใน Gaming Industry ที่แพร่หลายในปัจจุบัน
ยังไงน้องๆ ก็คงต้องเล่นเกมซักวันอยู่แล้ว ดังนั้นผมคิดว่าพวกเราทั้งหมดคงไม่ใช่แค่ซื้อเครื่อง
ซื้อแผ่น หรือโยน iPad / iPhone ให้น้องๆ เท่านั้น แต่ก็ต้องร่วมกันหาข้อมูลเบื้องต้นในการเลือกเกมและสภาพแวดล้อมในการเล่นเกมที่เหมาะสมกับภาวะทางความคิด
ร่วมกันให้ผู้เล่นทุกคนได้ตกตะกอนความคิด และพัฒนา skill ต่างๆ ที่เกมหนึ่งๆ ออกแบบไว้
ซึ่งถ้าทำได้จริงคงเป็นประโยชน์และสร้าง bonding ในครอบครัวและสังคมได้มากหลาย

ดังนั้น เยาวชนติดเกมคงไม่ใช่ปัญหาแน่ (เพราะเกม หรือสื่อบันเทิงต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อก่อให้เกิดการเสพย์ติด ในบริบทการบริโภคอย่างต่อเนื่อง อยู่แล้ว – เช่นเพลง หนัง series ต่างๆ) แต่อาจจะเป็นการที่เยาวชนยัง ‘เลือก’ เล่นเกมไม่เป็นหรือยังขาด ‘สภาพแวดล้อมในการเล่นที่สร้างสรรค์’ มากกว่า…….
ผมว่าข้อนี้น่าคิดนะครับ ว่ามั้ย ? ^^

ในนี้มีใครเป็น Gamer บ้าง !? มาคุยกัน แบ่งปัน และแชร์เกมดีๆ ที่สร้างตัวตนของคุณกันเถอะ ! 

0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below