JOURNALS

ทำไมจึงก่อตั้งฟาร์มสุข ไอศกรีมมาเพื่อช่วยเด็กและสังคม?

7 มีนาคม 2016
4c77db4806afbe371f294859c59543c9

ผมเกิดตอนที่ครอบครัวกำลังสร้างตัว พ่อแม่ไม่มีรายได้มากนัก พ่อกับแม่เล่าว่าตอนที่ผมเกิด ทั้งคู่ต้องเอาผมไปฝากไว้ตามบ้านเพื่อน

.
พอผมเริ่มโตเป็นเด็กเล็ก แม้เราจะมีบ้านไม่ต้องอาศัยคนอื่นแล้ว แต่พ่อแม่ก็ยังต้องทำงานหนัก ผมก็ต้องเล่นอยู่ในบ้านคนเดียวโดยที่แม่ล็อคกุญแจบ้านเอาไว้ไม่ให้ออกไปไหน
.
ผมเห็นเด็กในวัยเดียวกัน มีอิสระ มีเพื่อนเล่น ทำให้ผมในตอนนั้น ซึ่งยังเป็นเด็กเล็ก ก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมผมถึงต้องไม่มีเพื่อน ต้องเล่นอยู่คนเดียว ทำได้แค่หาความสนุกเท่าที่เด็กเล็กๆ คนหนึ่งจะหาได้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว
.
ความรู้สึกที่ผมจำได้แม่นยำคือ ความเหงา น้อยใจ และ รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง..
.
กระทั่งผมเติบโตมา ความรู้สึกเหงาและถูกทอดทิ้งก็ยังคงซ่อนอยู่ในใจไม่หายไปไหน
.
ผมไม่เคยได้รับกำลังใจจากใคร รวมถึงพ่อและแม่ เพราะผมก็อายเกินกว่าที่จะเปิดเผยให้ท่านหรือใครรับรู้ว่าผมเหงาและรู้สึกถูกทอดทิ้ง ดังนั้นกำลังใจที่ดีที่สุดที่พ่อแม่ให้ผมได้คือคำพูดว่า ‘ดีใจด้วย’ และ ‘อดทน’
.
ด้วยความบังเอิญ ที่ได้ทำฟาร์มสุข ไอศกรีม วันหนึ่งในช่วงเริ่มต้นฝึกเด็กทำไอศกรีม ขณะที่พวกเรากำลังนั่งทำไอศกรีมกันอยู่ ผมก็ชวนเด็กคุยเรื่อยเปื่อย มีเด็กคนหนึ่งเล่าเรื่องครอบครัวของเธอ โดยที่มือก็ทำไป ปากก็เล่าไปด้วยความเพลิดเพลิน แล้วเด็กก็พูดว่า “หนูเหมือนไม่มีตัวตนอยู่บนโลก ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครมองเห็น”
.
เธอพูดเหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น เหมือนเป็นบทสนทนาปกติที่ไม่มีความพิเศษอะไร แต่ความรู้สึกที่ผมแกล้งทำเป็นลืมว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นกับผม ความรู้สึกที่ผมพยายามเหยียบเก็บไว้ ว่าตัวเองรู้สึกเหงา ถูกทอดทิ้ง และ ไม่มีคนเข้าใจ ต้องคอยให้กำลังใจตัวเองตลอดเวลา พึ่งพาใครไม่ได้เลย มันก็ถูกปลุกขึ้นมาเต้นตะโกนก้องอยู่ในใจ คำพูดของเด็ก ทำเอาผมแทบจะร้องไห้กับความรู้สึกของตัวเองที่พยายามหนีมาตลอด
.
ผมเข้าใจความรู้สึกของเด็กคนนั้นทันที ผมแทบไม่ต่างจากเด็กเหล่านั้นเลย เด็กที่ถูกเรียกว่าเด็กด้อยโอกาสนั่นแหละ ผมรู้สึกว่าตัวเองก็คือเด็กด้อยโอกาสที่โชคดี
.
โชคดีที่ความรู้สึกเหล่านั้นทำให้ผมเรียนรู้ว่า ผมจะเลือกทางให้กับชีวิตตัวเองแบบไหน ระหว่าง
“ซ้ำเติมตัวเอง ทำให้ตัวเองแย่ลง”
หรือ
“ใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ เข้มแข็ง ให้กำลังใจตัวเอง เพื่อที่ชีวิตจะได้ดีขึ้น”
.
พอผมเลือกอย่างหลัง มันจึงทำให้ผมมีวันนี้ นั่นแหละคือแรงผลักดันทำให้ผมอยากเป็นกำลังใจให้เด็กๆ หรือแม้แต่ใครก็ตาม อยากบอกพวกเขาว่าอย่าทอดทิ้งตัวเอง อย่าซ้ำเติมตัวเอง ขอให้เข้มแข็ง ขอให้มองว่าความโชคร้ายที่ผ่านเข้ามาทิ้งไว้เป็นปมหรือบาดแผลในชีวิต มันคือโอกาสที่จะเพิ่มความเข้มแข็งให้ตัวเอง ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะซ้ำเติมตัวเอง หรือ ทำร้ายคนอื่น
.
ฟาร์มสุข ไอศกรีม จึงไม่ใช่ธุรกิจที่ผลิตไอศกรีมขาย อย่างที่ผมมักจะเขียนบอกอยู่บ่อยๆ สำหรับผม มันเป็นมากกว่านั้น ผมรู้สึกว่าผมกำลังส่งข้อความไปถึงทุกๆ คนที่เคยผ่านเรื่องเจ็บช้ำว่ามันจะต้องมีวันของเรา
มันจะถึงวันที่ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
และมีคนคอยให้กำลังใจเราอยู่
.
ไม่ต้องไปอาย ที่จะยอมรับว่าเราเคยเป็นใคร มาจากไหน หรือ มีปม มีบาดแผลอย่างไร แต่จงปกป้องและยอมรับมัน เพื่อนำมันไปใช้เป็นพลังพาชีวิตของเราให้ไปไกลกว่าที่ตัวเราจะคาดคิดว่าจะทำได้
.
ไปให้ไกลเกินกว่าที่เราเคยจินตนาการ เหมือนฟาร์มสุข ไอศกรีมถ้วยนี้ มันก็พาผมมาไกลเกินกว่าที่ผมจะนึกฝันเสียอีก
.
ผมไม่อายที่จะยอมรับว่า ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความรู้สึกในวัยเด็ก ที่ทำให้ผมเป็นผมอย่างทุกวันนี้ ทำให้เป็นฟาร์มสุข ไอศกรีมอย่างที่เห็น
.
ทั้งหมดมันรวมอยู่ในไอศกรีมทุกถ้วยของ ฟาร์มสุข ไอศกรีม

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below