JOURNALS

ทำไมคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ ถึงควรถูกกำจัดออกไปจากโลกใบนี้

26 เมษายน 2016
1ae4212c4c739688b97f16a44a49007f

“ถ้าเมื่อไหร่คุณได้ยินคำว่า ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ ลองเปลี่ยนเป็นคำว่า เราจะทำยังไงมันถึงจะเป็นไปได้ ดูไหม?”

คุณซึโทมุ อุเอมัตสึ (Tsutomu Uematsu) เป็นเจ้าของโรงงานผลิตแม่เหล็กสำหรับการรีไซเคิลที่มีพนักงานเพียง 17 คน แต่สามารถผลิตจรวดได้ และเป็น 1 ในไม่กี่ที่ในโลกที่สร้างห้องสูญญากาศสำหรับการทดลองทางอวกาศได้ และยังสามารถปล่อยดาวเทียมไปโคจรในอวกาศได้จริงอีกด้วย!

คุณอุเอมัตสึบอกว่าเขาได้เรียนรู้ว่าคำพูดที่เลวร้ายที่สุดคือคำว่า “เป็นไปไม่ได้” เมื่อคุณครูประจำชั้นบอกเขาว่า ความฝันของเขาที่จะทำงานเกี่ยวกับอวกาศนั้นเป็นไปไม่ได้ และไม่มีวันจะเป็นจริง!

สิ่งที่น่าสนใจคือทุกคนที่ตัดสินว่าความฝันนั้นเป็นไปไม่ได้ กลับเป็นคนที่ยังไม่เคยพยายามทำสิ่งนั้นด้วยตัวเองเลย เขาจึงตั้งคำถามขึ้นมาว่า ‘เราควรจะฝันถึงแต่สิ่งที่เราทำได้แน่ๆ อย่างนั้นหรือ? ใครเป็นคนตัดสินว่าความฝันของตัวเราคืออะไร? คนเราควรจะมีความฝันในสิ่งที่เรายังทำไม่ได้ไม่ใช่หรือ?’

แต่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเห็นด้วยกับเขาเลย แม้แต่คนในครอบครัวก็ตาม ทุกคนต่างผลักดันให้อุเอมัตสึเรียนเก่งๆ เพื่อทำงานในบริษัทที่ให้เงินเดือนมากๆ ทำงานสบายๆ และนั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องเรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ตัวเองให้มาก ในเมื่อสุดท้ายก็จะต้องไปทำงานที่สบายๆ ไม่ใช่งานที่ท้าทายอยู่ดี

อุเอมัตสึไม่ยอมแพ้ต่อเสียงของคนรอบข้าง เขาพยายามพัฒนาตัวเองจนสามารถเปิดบริษัทของตัวเองได้ แม้จะไม่ใช่บริษัทที่เกี่ยวกับยานอวกาศตามที่เขาเคยฝันไว้ แถมยังประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ความสำเร็จนั้นกลับทำให้เขาหลงลืมสิ่งที่สำคัญในชีวิตไป จนเขาต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดอยู่เพียงลำพัง

และวันหนึ่ง อุเอมัตสึได้พบเจอเหตุการณ์ที่ปลดล็อคความทรงจำของความฝันในวัยเยาว์ ทำให้เขากลับมาเริ่มทำตามความฝันอีกครั้ง และโชคชะตาได้นำพาให้เขามาพบกับ อ.นากาตะ นักวิจัย Camui Rocket แห่งมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ซึ่งช่วยให้ความฝันของเขาที่อยากจะสร้างจรวดได้กลายเป็นจริงขึ้นมา จากการเข้าร่วมในโครงการวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาจรวด และสภาวะไร้น้ำหนัก (Microgravity) และยังมีส่วนร่วมในงานวิจัยและปล่อยดาวเทียม HIT-SAT และจรวด Camui Rocket นอกจากนี้ยังได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านอวกาศในระดับชาติและนานาชาติ เช่น JAXA (Japan Aerospace Exploration Agency) และ องค์พัฒนาเอกชนด้านอวกาศของสหรัฐอเมริกา 

ในเวที TEDxSapporo เขาบอกว่า เราไม่ควรใช้คำว่า “เป็นไปไม่ได้” เพราะสิ่งเดียวที่คำนี้จะสร้างคือ ความสิ้นหวัง และคนที่หมดหวังก็จะส่งต่อคำพูดนี้ออกไปหาคนอื่นเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ซึ่งความรู้สึกล้มเหลวและไม่มีความหวังเหล่านี้นี่แหละ คือจุดเริ่มต้นของการกลั่นแกล้ง และเป็นที่มาของการเกิดอาชญากรรมเพราะคนไม่เชื่อว่าตนเองจะสามารถทำในสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่แตกต่างได้

เรามาลองนึกกันดูว่าจะมีผู้คนมากมายขนาดไหนที่ต้องทิ้งความฝันของตัวเองด้วยคำพูดคำนี้

เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้ยินความฝันหรือไอเดียของใคร ก่อนที่เราจะตัดสินว่าเป็นไปไม่ได้… เราลองเปลี่ยนมาเป็นคำถามว่า ‘เราจะทำยังไงให้สิ่งนี้เป็นไปได้’ กันก่อนดูไหม?

เมื่อคำนี้หายไป เราเชื่อว่าโลกนี้จะมีการสร้างสรรค์ใหม่ๆ และมีพลังบวกมากขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับคนที่มีความฝันทุกคน ขอให้พยายามกันต่อไปนะคะ เราเชื่อว่าถ้าคุณมีความพยายามมากพอ คุณต้องทำได้แน่ๆ . . gambattene !

0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below