JOURNALS

Lean Startup for Change : เริ่มโปรเจกต์เพื่อสังคมได้ ตั้งแต่ยังไม่พร้อม

20 มิถุนายน 2016
c9fd2f2b8ab8093f2d39acb10d033858

เราได้ร่วมสังเกตการณ์และเป็นแขกรับเชิญเพื่อคอมเมนท์โปรเจกต์ของน้องๆ ที่เข้าร่วม the Lab Bootcamp จัดโดย School of Changemakers ซึ่งเป็นครั้งแรกสำหรับน้องๆ โครงการ The Lab ทั้ง 16 ทีม ที่จะปูพื้นฐานแนวคิด Lean Startup ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพัฒนาโปรเจกต์เพื่อสังคมของตัวเองต่อไป

หลังจากแอบส่องกิจกรรมมา 2 วัน เราได้อัพเดทความรู้ใหม่ในการพัฒนาโปรเจกต์เพื่อสังคม และอยากแชร์สิ่งที่เราได้ค้นพบจาก the Lab Bootcamp ตามนี้เลย

ทำไมต้อง Lean ?

คนที่ ‘lean’= คนหุ่นดีมีสุขภาพ
เนื้อสัตว์ที่ ‘lean’ = เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน
องค์กรที่ ‘lean’= องค์กรที่บริหารทรัพยากรอย่างประสิทธิภาพ ไม่มีของเหลือทิ้ง

Lean เป็นศัพท์ที่โด่งดังมากในวงการ startup ทั่วโลก เพราะเป็นแนวคิดที่ startup หลายแห่งนำมาประยุกต์ใช้ในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจแล้วทำให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด เป็นแนวคิดที่เริ่มมาจากวิธีการทำงานของโรงงานผลิตรถยนต์ของโตโยต้าที่ต้องการลดของเหลือทิ้ง (waste) จากกระบวนการผลิตรถยนต์ให้เหลือน้อยที่สุด

Lean startup จึงสื่อถึงการเริ่มต้น startup ที่ไม่อุ้ยอ้าย ลดความเสี่ยงในการล้มเหลว โดยการรีบทดสอบว่าสิ่งที่เราคิดเองเออเองนั้นมาถูกทางหรือไม่ ด้วยการนำไอเดีย หรือนำต้นแบบอย่างง่ายไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายจริง รีบเรียนรู้จากคอมเมนต์ แล้วนำมาปรับแก้อย่างรวดเร็วเพื่อให้โดนใจลูกค้า แทนที่จะลงทุนผลิตสินค้าไปหลายล้านเสียเวลาไปหลายเดือน แล้วมาค้นพบว่าลูกค้าไม่ได้อยากได้มันเลย

โปรเจกต์/กิจการเพื่อสังคม ก็เริ่มต้นแบบ Lean ได้

ปูพื้นมาประมาณนี้แล้ว the Lab ก็โยงแนวคิดนี้เข้าสู่การทำโปรเจกต์/กิจการเพื่อสังคม โดยแต่ละทีมจะต้องลองนำไอเดียโปรเจกต์/กิจการเพื่อสังคมของตัวเองไปเช็คกับกลุ่มเป้าหมายจริง เรียนรู้จากคอมเมนต์จริง และปรับไอเดียให้ดีขึ้นภายใน 2 วัน เป็นการจำลองกระบวนการ ฺBuild – Measure – Learn loop ตามหลักคิดแบบ lean startup โดยให้น้องๆ ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงด้วย 5 ขั้นตอน

1. เรียบเรียงความคิดก่อนด้วย Value Proposition Canvas

Value Proposition Canvas เป็นเครื่องมือที่ช่วยทบทวนว่าโปรเจกต์ของเราตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหรือยัง เริ่มจากการทบทวนว่ากลุ่มเป้าหมายมีปัญหาอะไรในการใช้ชีวิต จุดไหนที่ทำให้ชีวิตติดขัดไม่สะดวก แล้วทบทวนว่าเรามีวิธีแก้ปัญหาที่สอดคล้องหรือไม่ ถ้าแก้ปัญหาได้สำเร็จแล้วชีวิตของกลุ่มเป้าหมายจะดีขึ้นอย่างไร

สำหรับ startup ปกติ กลุ่มเป้าหมายในที่นี้ก็คือ ลูกค้า (customer) หรือผู้ใช้ (user)
สำหรับโปรเจกต์เพื่อสังคม กลุ่มเป้าหมายก็คือ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการแก้ปัญหา (target)
และสำหรับกิจการเพื่อสังคม กลุ่มเป้าหมายที่ควรคิดถึงใน value proposition canvas จะมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการแก้ปัญหา (target) และกลุ่มลูกค้าที่จะเป็นผู้ซื้อผลิตภัณฑ์/บริการ (customer)

2. ตั้งสมมติฐาน

หลังจากที่เราได้ value proposition เวอร์ชั่นมโนกันแล้ว ถ้าเราเดินหน้าลุยโปรเจกต์ทันทีก็จะไม่ใช่ Lean Startup อย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่แนวคิดแบบ Lean ย้ำนักหนา ก็คือการตรวจเช็คให้ชัวร์ก่อนที่จะลงแรงและลงเงิน

ในขั้นตอนนี้ the Lab จึงชวนให้ตั้งคำถามกันในทีมว่า ‘มีอะไรบ้างที่เราคิดเอาเอง’ เช่น เราคิดเอาเองว่าปัญหาของคนกลุ่มนี้จะแก้ได้ด้วยวิธีนี้ เราคิดเอาเองว่าจะได้ลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยการทำแบบนี้ คิดออกมาให้เยอะ แล้วเลือกสิ่งที่เราไม่ชัวร์แต่มีความสำคัญกับโปรเจกต์มากๆ มาทดสอบ ทดสอบเพื่อยืนยันและเช็คว่าความเป็นจริงกับสิ่งที่คิดไว้นั้นสอดคล้องกันหรือไม่

3. Get out of the building ออกไปนอกตึกกันเถอะ!

วิธีที่จะช่วยให้เราทดสอบสมมติฐานได้ดีที่สุดก็คือการไปสังเกตุพฤติกรรม และสอบถามกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ของเราจริงๆ จังหวะนี้เป็นช่วงที่ทุกทีมกระจายตัวกันไปสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายของตัวเอง บางทีมไปสยาม บางทีมโทรนัดคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายออกมาคุย บางทีมก็ไปเฝ้าดูรถเก็บขยะ แล้วแต่ว่าแต่ละทีมตั้งสมมติฐานไว้อย่างไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และทีมคิดเอาเองว่าเค้าเป็นอย่างไร

  

  

4. รีบเรียนรู้ และปรับตัว

จากนั้นก็นำข้อมูลจากการสังเกตและสัมภาษณ์กลับมาทบทวนใหม่ แล้วปรับ Value Proposition Canvas เวอร์ชั่นใหม่ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้

5. ทำข้อ 2-4 วนไปค่ะ จนกว่าสิ่งที่มโนจะแทบหมดไปจากกระดาษ

เนื่องจาก the Lab ครั้งนี้มีเวลา 2 วัน ทีมงานจึงชวนแขกรับเชิญที่เคยมีประสบการณ์ หรือคุ้นเคยกับการทำโปรเจกต์/กิจการเพื่อสังคมหลากหลายรูปแบบ มาช่วยให้คอมเมนท์โปรเจกต์ของแต่ละทีม เป็นอีกหนึ่ง feedback loop ที่จะช่วยให้ทีมกลับไปออกแบบไอเดียที่คมคายยิ่งขึ้น

  

เกิดอะไรขึ้นหลังจาก 2 วันใน the Lab Bootcamp

หลังจากแอบส่องมา 2 วัน เราพบว่า น้องๆ ได้ Value Proposition Canvas เวอร์ชั่นอัพเดทใหม่แทบทุกทีม หลังได้คุยกับกลุ่มเป้าหมายตัวจริง ทั้งกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากโปรเจกต์ของน้อง และกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าในอนาคต ทำให้น้องๆ รู้ว่ามีอะไรบ้างที่ทีมยังคิดเอาเอง มีอะไรบ้างที่ทีมยังไม่รู้และต้องไปหาคำตอบต่อไป

เราได้คุยกับน้องๆ ทีม GenMind ทั้งสองวัน และสังเกตเห็นพัฒนาการของน้องในช่วงเวลาสั้นๆ จากวันแรกที่น้องเล่าถึงวิธีการในการแก้ปัญหาความเครียดในกลุ่มวัยรุ่นอย่างมั่นใจ ในวันที่สอง น้องเล่าถึงอีกหลายจุดที่ทีมยังไม่รู้ และไม่แน่ใจ ซึ่งทีมจะนำไปทดสอบและหาความรู้เพิ่มเพื่อให้ได้วิธีการในการแก้ปัญหาที่สตรองยิ่งขึ้น เราคิดว่าการที่น้อง’รู้ว่ายังไม่รู้อะไร’นี่แหละ คือตัวตั้งต้นที่จะพาทีมไปสู่การสร้างโปรเจกต์ที่จะตอบโจทย์สังคมได้แบบไม่ผิดทิศผิดทาง

สำหรับเราแล้ว การหยิบแนวคิด Lean Startup มาผสมกับการแก้ปัญหาสังคมเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าติดตามต่อว่า โปรเจกต์/กิจการเพื่อสังคมที่ได้รู้จักและลองนำแนวคิด Lean Startup ไปประยุกต์ใช้ จะเติบโตและมีพัฒนาการอย่างไรต่อไป

0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below