JOURNALS

ประชุมโค้ช ประจำเดือนมกราคม 2560

26 มกราคม 2017
Coach_meeting_on_air___January_2017_-_YouTube_jpg

Learning และประสบการณ์ที่ได้จากการโค้ชของผู้เข้าร่วมประชุม

  1. ต้องประเมินความพร้อมของน้อง ว่าน้องต้องการพบโค้ชมากน้อยแค่ไหน น้องบางคนอาจจะต้องสร้างความเชื่อใจมาก ก็อาจจะต้องนัดกันบ่อยๆ หน่อย เพื่อให้เค้ารู้ว่าเราพร้อมจะช่วยเค้า บางคนอาจจะไม่จำเป็นต้องเจอกันบ่อยมาก น้องสามารถรับผิดชอบงานตามเป้าย่อยที่วางไว้ได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตาม
  2. ในกรณีที่เจอน้องที่มี assumption อยู่แล้ว ไม่ค่อยยอมไปหาข้อมูลหรือทำการบ้านเพิ่ม ควรใช้วิธีการตั้งคำถามแบบ powerful questionning จนน้องเห็นภาพว่าตัวเองยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ (การเรียนรู้ powerful questionning อาจศึกษาจากตัวอย่างคำถาม บทความ หรือไปสังเกตการโค้ชรุ่นพี่ว่าเค้าตั้งคำถามน้องๆ อย่างไร ส่วนวิธีการฝึกฝน อาจจะจดโน๊ตไว้แล้วลองมาถามกับน้องดูบ่อยๆ) ในกรณีที่น้องยังดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟัง บางทีก็อาจจะต้องปล่อยน้องไป
  3. ในกรณีน้องมีกำแพง ไม่เปิดรับฟังสิ่งที่เราไกด์ หรือไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด อาจจะใช้การวาดรูปและถามย้ำช่วย เช่น เป้าคือตรงนี้ใช่มั๊ย แล้วเราจะทำอันนี้ มันเชื่อมกันยังไงบ้าง ให้น้องลองอธิบาย หรือหากเป็นเรื่องการสร้างความเชื่อใจ เราอาจจะลองเล่าเคส หรือหากมีเวลาอาจไปลงมือทำพร้อมกับน้องบ้าง แสดงความจริงใจให้เห็นว่าเรามาเพื่ออยากช่วยให้โครงการของเค้าเป็นไปตามเป้าที่เค้าเองวางไว้และชัดเจนขึ้น
  4. ในกรณีเจอน้องประเภทล่ารางวัล ไม่ได้มี passion จริงๆ ในการทำโครงการ ซึ่งจะทำให้การดำเนินโครงการไม่ประสบผลสำเร็จในที่สุด ก็อาจจะต้องปล่อยไป เพราะน้องไม่เหมาะกับวิธีการของเราที่ค่อนข้างจริงจัง ต้องการเห็นผล impact ชัดเจน ซึ่งน้องต้องทำงานหนักในสิ่งที่น้องไม่อิน ดังนั้นให้น้องไปประกวดที่อื่นอาจจะดีกับน้องมากกว่า วิธีการค้นหา passion ของน้อง ใช้เครื่องมือ Dream it Do it ช่วย หรือโค้ชจะพูดคุยถามเจาะลึกไปถึงเรื่องราวที่มาของการอยากมาทำก็ได้ 
  5. ความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับน้องเป็นสิ่งสำคัญมาก ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่น ควรต้องสร้างให้ได้ตั้งแต่ในครั้งแรกๆ เพื่อการทำงานที่ราบรื่น วิธีการมีหลากหลายแล้วแต่สไตล์ของโค้ช ยกตัวอย่างเช่น เล่าเรื่องของตัวเองให้น้องฟังบ้าง แชร์ประสบการณ์ หรือถ้าไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ แต่แสดงความจริงใจว่าพี่จะไปช่วยหาคำตอบนะ เป็นต้น
  6. กรณีบอกน้องว่าเดี๋ยวคราวหน้าค่อยนัดกันอีกที แล้วน้องก็เงียบหายไปเลย เราอาจแก้ได้ด้วยการพูดคุยวางแผนร่วมกันกับน้องตั้งแต่แรก ว่าเราคิดว่าจะเจอกันบ่อยแค่ไหนดี ถึงจะทำสิ่งต่างๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของน้องได้แล้วทั้งสองคนโอเค (ไม่โหลดเกินไป) ลองลงตารางนัดไว้ล่วงหน้า เช่น เจอทุกวันพุธ 6 โมงเย็น แล้ววันอังคารน้องต้องคอนเฟิร์มว่าจะพบกันตามเวลา หากมีเหตุจำเป็นค่อยเลื่อนเป็นครั้งๆ ไป 
  7. กรณีที่น้องมาพร้อมกับ solution อันเดียวที่น้องรักมากแล้วไม่ยอมเปลี่ยน ให้ลองชวนน้องคุยว่าลองคิดมุมอื่นๆ บ้าง จำเป็นต้องเป็นแอปพลิเคชั่นอย่างเดียวมั๊ย จำเป็นต้องเป็นค่ายมั๊ย ถ้าเป็นอย่างอื่นจะเป็นอะไรได้บ้าง (ระดมสมอง) แล้วให้ย้อนกลับมาทบทวนเรื่อยๆ 
  8. โค้ชได้เรียนรู้จากน้องในเรื่องที่โค้ชไม่เชี่ยวชาญ เช่น น้องเก่งจิตวิทยา แต่โค้ชไม่ได้รู้เรื่องนั้นมาก โค้ชก็ยังสามารถโค้ชน้องได้ ช่วยน้องวางแผน ช่วยถามคำถามในมุมที่น้องไม่ได้คิด ช่วยเสริมในมุมที่น้องขาดได้ ในขณะเดียวกันโค้ชก็ได้เรียนรู้จากน้องๆ ด้วย
  9. ได้พลังงานดีๆ จากน้องๆ 

Need&offer 

  1. โค้ชบางท่าน อยากให้มีการสะท้อนการโค้ชแต่ละครั้งหลังโค้ชเสร็จ ว่ามีอะไรต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง
  2. ต้องการอบรมความรู้เพิ่มเติม เรื่อง Social impact, Business model canvas, sustainability
  3. ทำ guideline สำหรับวันแรกพบ ว่าโค้ชควรต้องทำอะไรบ้างในวันที่คุยกับน้องครั้งแรก (check passion ของน้อง, ทำความเข้าใจเป้าให้เห็นภาพเดียวกัน, วางแผนเพื่อไปหาเป้านั้น, นัดหมายว่าจะพบกันกี่ครั้ง เมื่อไหร่, ให้การบ้าน)
  4. น่าจะจัด outing หรือ movie night เพื่อการสร้าง community ของโค้ชบ้าง 🙂
0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below