knowledge

People’s Health in People’s Hands : กระชับพื้นที่ความเศร้าด้วยผู้คนที่เราคุ้นเคย

7 กันยายน 2016


เราคงนึกไม่ถึงว่าในโลกใบนี้มีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือได้รับผลกระทบจากผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากกว่า 350 ล้านคน โดยภาวะซึมเศร้านี้อาจทำให้ไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ และอาจรุนแรงถึงขั้นจบชีวิตตัวเอง โดยในแต่ละปีมีคนฆ่าตัวตายจากโรคซึมเศร้ามากกว่า 800,000 คน ซึ่งคิดเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ของคนอายุ 15-29 ปีจากทั่วโลก 

แต่ทำไมในหนึ่งปี โรคที่ ‘รักษาได้’ จึงพรากชีวิตคนไปกว่า 800,000 ชีวิต จากการคิดฆ่าตัวตายกัน ?

การรักษาที่มาไม่ถึง

การรักษาที่มาไม่ถึง

“โรคซึมเศร้ารักษาได้ แต่ในประเทศยุโรปมีเพียง 50% ของคนเป็นโรคซึมเศร้าเท่านั้นที่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี และในประเทศกำลังพัฒนานั้น ตัวเลขของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เข้าไม่ถึงการรักษามีมากกว่า 90%”

Vikram Patel นักจิตวิทยา ผู้ก่อตั้ง Snagath องค์กรด้านสุขภาพจิตในอินเดีย ควบตำแหน่ง Co-director ของ Centre for Global Mental Health ที่ London School of Hygiene & Tropical Medicine แชร์ประเด็นที่น่าสนใจผ่าน Ted Talk ว่า โรคซึมเศร้านั้นมีวิธีการรักษา และสามารถรักษาได้ แต่ความจริงที่น่าตกใจ คือ คนป่วยไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ต่างหาก

โลกนี้ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ประเทศซิมบับเว ที่ทั้งประเทศมีนักจิตวิทยาเพียง 12 คนและ 10 ใน 12 นั้นอยู่ในเมือง Harare ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ส่วนที่เหลืออีก 2 คนอาศัยอยู่นอกเมือง และต้องดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากว่า 9 ล้านคน! ส่วนที่ประเทศอินเดีย เพื่อนร่วมทวีปของเรา ซึ่งมีประชากรกว่าพันล้านคน แต่มีนักจิตวิทยาเพียง 3,000 คน เท่ากับว่าอินเดียมีนักจิตวิทยา 1 คนต่อคน 40,000 คนเลยทีเดียว! 

ไม่มีผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่

ไม่มีผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่

Vikram Patel ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเรื่อง People’s Health in People’s Hands ที่พูดถึงโมเดลด้านสาธารณสุขที่คนในชุมชนสามารถช่วยดูแลซึ่งกันและกัน โดยไม่ต้องรอแต่ความช่วยเหลือจากแพทย์ พยาบาล หรือนักจิตวิทยา ที่ปีหนึ่งผลิตออกมาได้เพียงหยิบมือเท่านั้น

โมเดล People’s Health in People’s Hands นี้จัดอบรม ‘คนในพื้นที่’ ให้กลายเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ที่คอยดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นให้กับคนรอบตัวได้ คล้ายๆ กับยาสามัญประจำบ้านที่ทุกคนกินได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากแพทย์

                               

หัวใจของการใช้โมเดล People’s Health in People’s Hands ในการรับมือกับโรคซึมเศร้ามี 5 ข้อ ได้แก่ 

  1. ลบศัพท์การแพทย์ออก แล้วใช้ภาษาง่ายๆ
  2. ลดความซับซ้อนของระบบ ถอดระบบการรักษาขั้นตอนซับซ้อนให้เหลือแค่ขั้นตอนสำคัญที่สามารถทำตามได้ง่าย ใช้ได้ผลจริง แถมยังสามารถนำไปขยายผลยังพื้นที่อื่นได้อีกด้วย
  3. ลงพื้นที่ใกล้ชิดชุมชน กระจายตัวออกนอกเมืองไปยังพื้นที่อื่นๆ ให้ใกล้ชิดผู้ป่วย คนจะได้เข้าถึงง่าย
  4. เปลี่ยนคนในชุมชนเป็นผู้เชี่ยวชาญ แทนที่จะรอคอยความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ ก็อบรมคนในพื้นที่ให้มีความรู้เบื้องต้น คอยรับฟังปัญหาและให้ปรึกษาได้ แค่นี้ก็มีนักบัดบัดความเศร้ากระจายตัวอยู่ทุกหมู่บ้านแล้ว
  5. หาโค้ชเก่งๆ มาถ่ายทอดความรู้ หาผู้เชี่ยวชาญมาอบรมให้กับคนในพื้นที่ คนในพื้นที่จะได้ใช้ความรู้เหล่านี้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือคนในชุมชนตัวเอง

ถึงเวลาบอกลาความเศร้า

ถึงเวลาบอกลาความเศร้า

การหยิบ People’s Health in People’s Hands Model มาใช้เยียวยาคนที่เป็นโรคซึมเศร้าในพื้นที่ Goa ประเทศอินเดียนั้น Vikram อบรมคนในชุมชนให้มีความรู้ และสามารถให้คำแนะนำคนในชุมชนได้ หลังจากลงพื้นที่คนที่เป็นเคยเป็นโรคซึมเศร้ากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติกว่า 70% มากกว่าศูนย์อนามัยเบื้องต้นที่สามารถช่วยผู้ป่วยได้แค่ 50% เท่านั้น

ไม่ใช่แค่นั้น Vikram ยังยกตัวอย่าง Paul Bolton ที่ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในประเทศอูกันดา แล้วพบว่ากลุ่มคนเป็นโรคซึมเศร้ามีอาการดีขึ้นกว่า 90% เพราะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ส่วน Atif Rahman ก็ใช้ Model เดียวกันนี้ในปากีสถาน โดยสอนคนงานผู้หญิงให้มีทักษะการเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งผู้หญิงกลุ่มนี้ได้ช่วยให้ 75% ของคุณแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้าบอกลาความเศร้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

คนที่เป็นโรคซีมเศร้ามีจำนวนมาก และมีแน้วโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลองสังเกตคนรอบตัวถ้าเจอใครที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า อย่าปล่อยเขาไว้คนเดียว และควรหาการรักษาอย่างถูกวิธีให้กับเขา เพราะโรคซึมเศร้า ‘เป็นได้’ ก็ ‘หายได้’ 🙂 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม:

id old content:
504
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below