knowledge

มองมุมกลับ…โรคซึมเศร้าจะเปลี่ยนเราเป็นคนที่ดีขึ้นได้อย่างไร?

7 กันยายน 2016


‘โรคซึมเศร้า’ หันไปทางไหนคนนั้นก็เป็น คนนี้ก็ใช่ แถมยังมีข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ออกมาให้เสพทุกวันเสียจนเราคุ้นเคย แต่เชื่อไหม ยังมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยังไงก็ส่ายหน้าใส่โรคนี้ แบบว่า ไม่ ไม่ใช่ฉัน นั่นก็คือตัวผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั่นเอง ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ยอมรับ และคิดว่าตัวเองปกติ เลยไม่คิดจะไปหาหมอ หรือรับการรักษา ซึ่งจริงๆ แล้วครึ่งหนึ่งของการ ‘ไม่ยอมรับตัวเอง’ นั้นมาจากการที่สังคมรอบข้างไม่ยอมรับโรคซึมเศร้า บ้างก็ว่าเป็นบ้า บ้างก็ว่าไม่มีอยู่จริง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็เป็นเพราะอาการของโรค ที่ผลักเราให้มองอะไรในทางลบไปหมด ไม่มีคำตอบ ไม่มีทางออก 

ซึ่งการต่อต้านอาการป่วยนี้เองที่ทำให้ 68% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในประเทศไทยไม่ไปรับการรักษาและไม่ได้รับการรักษา จึงต้องทนทรมานอยู่กับการพยายามทำอะไรที่ไม่ช่วยให้เขา (และคนอื่นรอบๆ) รู้สึกดีขึ้น อย่างการหลบหน้าเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะกลัวว่าอารมณ์ของตัวเองจะไปทำร้ายคนอื่น หรือหลายกรณีที่ผู้ป่วยอยากฆ่าตัวตายเพราะไม่อยากเป็นภาระให้กับคนที่เขารัก

วันนี้เราเลยรวบรวมความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้คนไม่ยอมรับว่า “ฉันป่วยเป็นโรคซึมเศร้า”

  • “ฉันต้องปกติ” – ผู้ป่วยมักกังวลว่าจะถูกตีตราว่าเป็นบ้า หรือถูกปฎิบัติเปลี่ยนไปหากยอมรับว่าตัวเองป่วย ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ไม่ว่าใครก็มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้ หรือแม้จะไม่ได้ถึงขึ้นเป็นโรคแต่ทุกคนย่อมเคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้ามาก่อน 
  • “ฉันเอาอยู่” – ยังมีผู้ป่วยหลายคนที่แอบยอมรับลึกๆในใจว่าป่วยเป็นโรคนี้ แต่คิดว่าอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด เศร้าซึม อารมณ์ขุ่นมัว และความเฉยชากับทุกคนทุกสิ่งนั้น เป็นแค่ภาวะเครียด และขี้เกียจกว่าปกติเท่านั้น ซึ่งในความจริงแล้ว อาการเหล่านี้คืออาการจากโรคซึมเศร้า ไม่ใช่ภาวะปกติที่จะมาอยู่กับเราแค่แป๊บเดียว หรือร้องไห้แล้วก็หาย แต่ต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี

และถึงจะไม่มีใครอยากเป็นโรคซึมเศร้า แต่เมื่อเป็นไปแล้ว ลองมองอีกมุม โรคนี้ก็ช่วยสอนอะไรหลายอย่างที่เราไม่อาจเรียนรู้ได้ในชีวิตธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น

  1. ความรู้สึกขอบคุณ​ : แม้โรคซึมเศร้าจะขโมยความสุข และความรู้สึกดีๆไปจากชีวิตเรา แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้เรารู้ว่าใครและอะไรที่ดีกับใจเรา โดยเฉพาะในเวลาที่ความซึมเศร้ามีพลังเหนือจิตใจจนยากจะมองเห็นสิ่งดีๆ แต่ถ้าเราได้รับพลังดีๆ และกำลังใจที่ดี ก็จะสามารถฝึกฝนจิตใจจนเอาชนะมันจนได้ แล้วเราก็จะรู้สึกขอบคุณช่วงเวลาแห่งความทรมานนี้ และรู้สึกแข็งแกร่งและโตขึ้นเมื่อหันกลับไปมองช่วงเวลานั้น
  2. ความอดทน : หลายครั้งที่อาการซึมเศร้าทำให้เรามืดบอดไปหมด รู้สึกว่าใครก็ช่วยเราไม่ได้ ช่วงแบบนี้ ‘เวลา’ เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเราได้ โรคซึมเศร้าสอนให้เรารู้ว่าความสุขนั้นมีค่าแค่ไหน ต้องรู้จักรอให้เป็น อดทนให้ได้ ทั้งกับตัวเองและกับสิ่งรอบด้าน และปล่อยให้เวลาทำหน้าที่เยียวยาจิตใจ
  3. ความเห็นอกเห็นใจ : อาการซึมเศร้าเหมือนจะปิดตาเราไม่ให้เห็นว่าใครทำอะไรให้เราบ้าง และหลายครั้งก็ทำให้เราหงุดหงิดและรำคาญ จนปฎิเสธความหวังดีที่เข้ามา ผู้ป่วยหลายคนบอกว่า กว่าจะเข้าใจว่าคนๆ นั้นพยายามทำอะไรให้เรา เราก็มักจะอยู่ที่จุดที่ตกต่ำที่สุด แต่ถ้าเราเปิดใจและยอมรับความเป็นจริงแล้ว ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจคนอื่นจะค่อยๆ ตามมา 
  4. โลกมีหลายมุม : โรคนี้ชอบผลักให้เรามองโลกในแง่ลบสุดๆ ทำให้เรามักจะรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นั้นเลวร้ายเกินกว่าที่ทุกคนในโลกเคยเจอ แล้วเราก็กำลังเผชิญสิ่งนี้อยู่คนเดียวโดยไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าเราลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้จากคนใหม่ๆ โดยอาจจะเริ่มจากการลองเปิดใจคุยกับคนที่ทำให้เราสบายใจแล้ว เราก็จะรู้ว่าเราไม่ได้เจอเรื่องแย่ๆ อยู่คนเดียว ยังมีคนและเรื่องราวแย่ๆ อีกมากมาย 
  5. การให้อภัย : การให้อภัยตัวเองและให้อภัยผู้อื่นเป็นเรื่องยาก และถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาใจ ซึ่งหากเราเป็นคนหนึ่งที่มีอาการซึมเศร้า เราก็มักจะเกิดอคติและตั้งกำแพงใส่คนอื่น ทำให้ความไม่เข้าใจ ความหงุดหงิด ความทุกข์นั้นทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่นเช่นกัน และแม้การให้อภัยตัวเองอาจไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่การเรารู้จักที่จะให้อภัยตัวเอง จะทำให้เราให้อภัยคนอื่นได้ง่ายขึ้น และทำให้เรามองโลกและปฎิบัติต่อผู้อื่นในแบบที่เปลี่ยนไปด้วย

อ่านข้อมูลเเพิ่มเติมได้ที่ 5 Ways Depression Can Make You a Better Person

id old content:
505
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below