knowledge

SIA เครื่องมือที่ผู้ประกอบการสังคมทุกคนควรใช้

31 มกราคม 2016


ไม่ว่าคุณจะเป็นโครงการที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลง, กิจการเพื่อสังคม, หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ (NGO) ที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้สังคม ทุกคนล้วนต้องตอบคำถามสำคัญที่ว่า “คุณมีเป้าหมายทางสังคมอย่างไร ใครเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์บ้าง การเปลี่ยนแปลงหรือผลกระทบจะเกิดอย่างไรและมากน้อยเพียงใด” หากโครงการหรือองค์กรไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้และสื่อสารกับสังคมหรือนักลงทุนให้ชัดเจนได้ ความยั่งยืนขององค์กรโดยการระดมทุนและการสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นคงเกิดขึ้นได้ยาก

การวัดผลกระทบทางสังคม (Social Impact Assessment หรือ SIA) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่ใช่แค่ใช้วัดผลกระทบทางสังคมที่องค์กรสร้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการทบทวนประสิทธิภาพขององค์กรและสื่อสารสู่สังคมภายนอกอีกด้วย

ทั้งนี้สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (สกส.) ได้ร่วมมือกับสถาบัน National University of Sigapore (NUS) ในการพัฒนากระบวนการวัดผลกระทบทางสังคม เริ่มต้นจากการตอบคำถามตามขั้นตอนและวาดเป็นแผนผัง logical model ที่เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่องและเป็นเหตุเป็นผลกัน ดังที่แสดงในตัวอย่างของบริษัท เครือข่ายนวัตกรรมชาวบ้าน จำกัด (Grassroot Innovation Company) โดยคุณแจ๊ค นาวี นาควัชระ (ASHOKA fellow) ต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 : ระบุปัญหาและกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน

  • ปัญหาที่ต้องการแก้คืออะไร มีความรุนแรงและสำคัญต่อองค์กรและผู้ให้การสนับสนุนอย่างไร
  • ใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาและกิจกรรมขององค์กรบ้าง มีความสนใจและเกี่ยวข้องอย่างไร
  • ใครเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับประโยชน์จากองค์กรบ้าง มีความต้องการอย่างไร
  • สังคมจะเป็นอย่างไร หากปราศจากปัญหานี้

ขั้นตอนที่ 2 : กำหนดเป้าหมายและประเมินกลยุทธ์ขององค์กรที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น

  • กลยุทธ์มีความสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่
  • กลยุทธ์มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
  • กลยุทธ์ต้องการทรัพยากรอะไรบ้าง และผลลัพธ์คุ้มค่ากับทร้พยากรที่ใช้หรือไม่
  • กลยุทธ์จะบรรลุเป้าหมายภายในระยะเวลาเท่าไหร่

ขั้นตอนที่ 3 : กำหนดทฤษฏีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) โดยสร้างความเชื่อมโยงของกิจกรรมที่องค์กรจะทำกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มอย่างเป็นเหตุเป็นผล


ขั้นตอนที่ 4 : กำหนดตัวชี้วัดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากแต่ละกิจกรรมข้างต้น ในเชิงปริมาน เช่น จำนวนผู้เข้าร่วม และในเชิงคุณภาพ เช่น พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ทัศนคติที่ดีขึ้น เป็นต้น


ขั้นตอนที่ 5 : วางแผนการเก็บข้อมูลขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจผสานเข้ากับงานเดิมขององค์กรที่ทำอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เก็บข้อมูลยอดขายและรายได้ของเกษตรกรจากบันทึกรายงานทางการเงิน เก็บข้อมูลคุณภาพชีวิตจากการสัมภาษณ์เกษตรกรและครอบครัว เป็นต้น

การตอบคำถามทั้งหมดข้างต้นให้มีความน่าเชื่อถือ เป็นจริงและถูกต้องที่สุด ควรระดมความคิดจากทั้งภายในองค์กร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากภายนอก ทั้งผู้ที่ได้รับประโยชน์จากองค์กรโดยตรงและโดยอ้อม รวมถึงหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมมีความจำเป็นแค่ไหน และคุ้มค่าต่อการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆหรือไม่

สามารถดาวน์โหลด template เพื่อร่าง logical model ขององค์กรหรือโครงการของคุณได้ที่นี่เลยครับ

Knowledge Document:
id old content:
276
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below