knowledge

คำถามสำคัญกว่าคำตอบ

2 กุมภาพันธ์ 2016


เพิ่งได้มีโอกาสคุยกับทีมงานของบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งในบาร์เซโลน่า ที่ชื่อ Citymart ซึ่งผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ซาช่า (Sascha Haselmayer) ตั้งขึ้นในปี 2011 เพราะจากประสบการณ์และความเชื่อที่ว่า ปัญหาที่เมืองๆ หนึ่งประสบ มีคำตอบอยู่ที่เมืองอื่นๆ ที่เคยเจอเรื่องน่าปวดหัวแบบเดียวกัน Citymart.comจึงเกิดขึ้นเพื่อทำให้เมืองที่มีปัญหาได้เรียนรู้จากกันและกัน รวมถึง Citimart ยังพยายามจะช่วยเมืองต่างๆ ทั่วโลกในการปฏิรูปวิธีการจัดซื้อจัดจ้างของเมืองหรือภาครัฐทั่วโลก ที่ต่างมีปัญหาว่าใช้งบประมาณจำนวนมากสั่งซื้อ หรือจ้างบริษัทที่ปรึกษา โดยที่ทางเมืองเองไม่ชัดเจนว่าตัวเองต้องการอะไร รวมถึงไม่รู้ตลาด ไม่รู้ว่ามีตัวเลือกอะไรบ้าง

ตัวอย่างนึงที่ได้คุยกับซาช่าเมื่อตอนที่ไปเป็นวิทยากรในงานเดียวกันเมื่อสองสามปีก่อน คือเมืองหนึ่งในสเปน ติดต่อให้ซาช่าช่วยหาบริษัทที่ผลิตรถทำความสะอาดถนนให้ เพราะเมืองต้องการสั่งซื้อมาทำความสะอาดถนน ซาช่าใช้เวลาไม่นานก็พบว่ามีไม่กี่บริษัท และเกือบทั้งหมดเป็นบริษัทญี่ปุ่น และเมื่อแจ้งราคารถทำความสะอาดแต่ละคัน ที่ราคาหลักสิบล้านบาทต่อคัน เจ้าหน้าที่ของเมืองที่ติดต่อซาช่าก็กุมขมับกับราคา พอซาช่าถามว่าเหตุผลที่ทางเมืองต้องการรถทำความสะอาดถนนคืออะไร ทางเมืองจึงตอบว่าต้องการแก้ปัญหาความสะอาดของถนนหนทาง หรือพื้นที่สาธารณะในเมือง และเมื่อพูดคุยกันไปลึกๆ ปัญหาจริงๆ ที่ทำให้เมืองอยากซื้อรถ คือเรื่องหมากฝรั่ง ที่ทำความสะอาดยาก (ใครเคยเดินเหยียบ เคยเอื้อมมือไปใต้โต๊ะนักเรียนแล้วเจอแจ๊คพ็อต หรือผมโดนหมากฝรั่ง คงเข้าใจความยากในการทำความสะอาด) พอทราบสถานการณ์ ซาช่าจึงรู้ว่าทางเมืองไม่ได้ต้องการรถราคาแพง แต่ต้องการ solution การแก้ปัญหาหมากฝรั่งที่ถูกทิ้งผิดที่ผิดทาง การตามหาคำตอบจึงไม่ยาก และไม่แพงอย่างที่เมืองคิดในตอนแรก ซาช่าใช้เวลาไม่นานก็ list ตัวเลือกให้กับเมืองดังกล่าวได้ ไม่ว่าจะทำเคมเปญรณรงค์สนุกๆ ให้ทิ้งหมากฝรั่งให้เป็นที่ การออกกฏหมาย (เช่นสิงคโปร์ที่ห้ามขายหมากฝรั่ง) หรือแม้กระทั่งการสั่งซื้อสีทาภายนอกที่เมื่อทาที่ป้ายรถเมล์ ถังขยะ หรือตู้ไปรษณีย์แล้ว หมากฝรั่งจะสามารถดึงออกได้โดยง่าย

การใช้เวลาตั้งคำถามให้ถูก หาให้เจอว่าปัญหาจริงๆ อยู่ที่ไหน เหมือนการกลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก   เป็นสิ่งที่ฟังดูธรรมดา แต่กลับทำยากที่สุดในกระบวนการแก้ปัญหา เพราะทุกคนต่างถูกโปรแกรมให้มีคำตอบ เราก็เลยคิดเร็ว ทำเร็ว เสียทรัพยากรทั้งเงินและเวลา ไปซื้อประสบการณ์และบทเรียนกันง่ายๆ ทำให้เราเห็นแต่ action ไม่เห็น impact และคาดหวังได้แค่ output แต่ไม่ใช่ outcome แต่หากเราศึกษาการสร้างนวัตกรรม การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (เช่นปัญหาสังคม หรือปัญหาชีวิตคน) การเฟรมปัญหาให้ถูกเป็นกระบวนการที่ใช้เวลากว่า 30% ของเวลาทำงานทั้งหมด


หากคุณต้องแก้ปัญหาอะไรในอนาคต หยุดคิดถึงคำถามให้นานๆ ให้แน่ใจว่าคุณตั้งคำถามถูก หาข้อมูล สัมภาษณ์ พูดคุยกับคนที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจหลากหลายแง่มุม แล้วคำตอบที่ถูกมากมายจะตามมาเอง

ปล. หากคุณสนใจงานของ Citymart ตอนนี้ Citymart กำลังทำโปรเจกต์ 100 Resilient Cities ร่วมกับ Rockefeller Foundation เพื่อสนับสนุน 100 เมืองทั่วโลกให้สามารถกลไกการปรับตัวเพื่อรับกับปัญหาต่างๆ ได้ และกำลังเปิดรับไอเดียดีๆ ที่สำหรับเมืองดานัง ประเทศเวียดนามในการสร้างความมีส่วนร่วมของคนในเมืองในการสร้างพื้นที่สาธารณะ ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่

id old content:
278
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below