knowledge

Fair Trade เมื่อการซื้อขายไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของเรา

17 พฤศจิกายน 2016


ปกติแล้วเวลาเราเลือกซื้อของ เราเลือกซื้อจากอะไร? ส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคา และคุณภาพของสินค้า แต่หากเรามองให้ลึกลงไปอีกว่าสินค้าที่อยู่ในมือเรานั้นมาจากไหน แพ็คเกจสวยๆ นี้ถูกห่อด้วยมือใคร เงินที่เราจ่ายไปอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางหรือเกษตรกรมากกว่า? ‘ความคุ้มค่า’ ของเงินที่เราจ่ายไปเพื่อสินค้า จึงไม่ใช่แค่การเทียบราคากับสินค้าที่อยู่ตรงหน้าเราเท่านั้น แต่เป็นคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดทางที่สินค้านี้เดินทางมาหาเราด้วย….มาตรฐาน “การค้าขายที่เป็นธรรม” (Fair trade) จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยการันตีให้ผู้บริโภคได้รู้ว่าสินค้าที่เราซื้อนั้น มีกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย  

Fair Trade คืออะไร? 

รูปแบบธุรกิจหนึ่งที่ดำเนินการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภายนอกและภายในองค์กร มีความมุ่งมั่นต่อการนำหลักการทาง Fair Trade ไปใช้ในการดำเนินการทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป โดยธุรกิจที่ผ่านการรับรองจะมีโลโก้ Fair Trade ที่ได้รับรองโดย WFTO หรือ World Fair Trade Organization​​

หลักการของ Fair Trade

  1. สร้างโอกาสสำหรับผู้ผลิตที่ด้อยโอกาส : ผู้ประกอบการแฟร์เทรดสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสให้มีรายได้ด้วยการจ้างงาน หรือให้โอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ขจัดความยากจน และให้พวกเขาสามารถพึ่งหาตัวเองได้
  2. โปร่งใสและเชื่อถือได้ : การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความโปร่งใส ทั้งในกระบวนการการจัดการและการจัดจำหน่าย โดยเป็นธรรมกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างกระบวนการที่เหมาะสมต่อพนักงาน สมาชิก ผู้ผลิต ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ มีการรับรองว่าข้อมูลที่สำคัญจะถูกส่งมอบแก่พันธมิตรทางธุรกิจ ในขณะที่มีช่องทางการสื่อสารแบบเปิดที่สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
  3. มีวิถีการค้าที่เป็นธรรม : ผู้ประกอบการดำเนินการค้าโดยคำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ไม่มุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุด มีความรับผิดชอบและดำเนินการค้าอย่างมืออาชีพในระยะเวลาที่เหมาะสม เคารพต่อข้อตกลง ส่งมอบสินค้า/บริการได้ตามเวลา ตามคุณภาพและความต้องการ
  4. จ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรม : ผู้ประกอบการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ผลิตตามที่ได้ร่วมตกลงไว้ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ทำให้ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม จึงสามารถตั้งราคาสินค้าที่เป็นธรรมและแข่งขันในตลาดได้
  5. ไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานทาส : ผู้ประกอบการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและกฎหมายแรงงานว่าด้วยการใช้แรงงานเด็ก ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง และหากซื้อสินค้าก็ต้องแน่ใจว่าสินค้าและบริการจะต้องไม่มีแรงงานเด็กและแรงงานบังคับเข้ามาเกี่ยวข้อง
  6. ไม่กีดกันเรื่องเพศ สีผิว เชื้อชาติ ศาสนา อายุ : สถานประกอบการจะต้องปฏิบัติต่อบุคลากรอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ความพิการ เพศ ความนิยมทางการเมือง หรืออายุ ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การรับเข้าทำงาน ค่าตอบแทน การเข้าอบรม การเลื่อนขั้น จนถึงการออกจากงาน โดยวางนโยบายและดำเนินการเพื่อสนับสนุนความเท่าเทียม
  7. มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี : ผู้ประกอบการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อลูกจ้างหรือสมาชิก ระยะเวลาในการทำงานต้องปฏิบัติตามสิทธิกฎหมายแรงงานและหัวข้อมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศของ ILO นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรตระหนัก รณรงค์และเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยให้กับคนในองค์กรอีกด้วย
  8. มีการพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ผลิต : ผู้ประกอบการพัฒนาความสามารถให้กับลูกจ้างหรือสมาชิก ให้มีความรู้และทักษะ กำลังการผลิต การเจาะและขยายตลาด โดยออกแบบกิจกรรมและทำร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
  9. มีการประชาสัมพันธ์การค้าที่เป็นธรรม : ผู้ประกอบการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการทำแฟร์เทรด ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดขึ้นในองค์กร นำเสนอข้อมูลให้ลูกค้าได้รับรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ 
  10. ให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม : ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยลดการใช้ (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) และรีไซเคิล (Recycle) โดยมุ่งใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ยั่งยืนและปลอดสารเคมีให้มากที่สุด เพื่อลดการผลิตและยืดเวลาไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกหรือขยะเพิ่มให้ได้มากที่สุด

ตัวอย่างองค์กรที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Fair Trade

กรีนเนทเป็นองค์กรด้านการตลาด ดำเนินงานในรูปแบบของศูนย์กระจายสินค้า ทำหน้าที่ประสานระหว่างเกษตรกรในเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก กลุ่มธุรกิจชุมชน และผู้บริโภค โดยเน้นการส่งเสริมและเผยแพร่แนวทางเกษตรกรรมอินทรีย์และพัฒนากระบวนการตลาด ทางเลือก สร้างความมีส่วนร่วมของผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมการผลิตในลักษณะของการรวมกลุ่มธุรกิจชุมชนเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรวบรวมและคัดสรรผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม

  • Grace Bio

    ผู้ผลิตและส่งออกในกลุ่มสินค้าข้าวหอมมะลิ ข้าวนิล และข้าวกล้อง ที่ปลูกด้วยวิธีพื้นบ้านในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยปลูกข้าวด้วยวิธีธรรมชาติตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ ได้รับการรับรองจาก European Union, UNDA NOP และ Bio Suisse นอกจากนั้น Grace Bio ยังสนับสนุนความยั่งยืนในระดับท้องถิ่น ตั้งราคาที่เป็นธรรม และปฏิบัติตามหลักการของ Fair Trade ทั้ง 10 ประการ จึงทำให้ชาวนาผู้ผลิตสามารถพึ่งพาตัวเองได้

  • สหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอด 

    สหกรณ์ผลิตสับปะรดกระป๋องรายแรกและรายเดียวในทวีปเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Fair Trade ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรมเท่านั้น อีกทั้ง การรวมกลุ่มกันพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานที่สามารถส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศได้โดยตรง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลก และยังช่วยลดปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำและผลผลิตล้นตลาดด้วย

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยได้รับตราสัญลักษณ์นี้แล้วกว่า 30 องค์กร

หากคุณคือผู้นำของสถานประกอบการที่มีความห่วงใยและมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องอยากเห็นธุรกิจดำเนินการค้าอย่างเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ต่อทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ลองศึกษาและนำหลักการดังกล่าวไปปรับใช้ให้เกิดขึ้นจริง และสามารถศึกษาเงื่อนไขการสมัครและขอโลโก้รับรอง Fair Trade ได้ทาง www.fairtrade.ne

 


ข้อมูลอ้างอิงจาก

Link อื่นๆ ที่น่าสนใจ

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below