knowledge

(คิด) (นอก) (ห้อง) : เปลี่ยนห้องเรียนเก่าให้น่าเรียนด้วยวิธีสร้างสรรค์

5 ธันวาคม 2016


หลายๆ ครั้งที่เราเห็นคนพูดถึงเรื่อง ‘ปฏิรูปการศึกษา’ คำที่พูดง่ายแต่ทำยากนี้ มีหลายปัญหาทับซ้อนอยู่มากมาย ตั้งแต่เรื่องการเข้าถึงการศึกษา ความเท่าเทียมทางการศึกษา ความพร้อมของเด็กๆในการเรียน คุณภาพครู คุณภาพโรงเรียน การสอบ การวัดผล ตลอดจนทัศนคติค่านิยมของพ่อแม่ผู้ปกครอง จากการไปทัศนศึกษาเพื่อเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาสังคม เรามีโอกาสได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาด้านการศึกษาของคน 2 กลุ่ม คือ คุณ Nadai Lopez จากการได้ฟังการบอกเล่าของอาจารย์ และยังได้ไปเป็นอาสาสอนเด็กๆ กับกลุ่ม Husky Sport ของมหาวิทยาลัยคอนเน็คติคัท สหรัฐอเมริกา 

ในชั้นเรียนอาจารย์เล่าให้ฟังว่า ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีคนที่พยายามแก้ไขปัญหาการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดโอกาส คือ Nadia Lopez ครูใหญ่ของโรงเรียน Mott Hall Brideges ที่ตั้งอยู่ในย่านบรู๊คลิน ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของนิวยอร์ก นาเดียเล่าเรื่องราวผจญภัยสุดแหวกแนวของโรงเรียนแห่งนี้ที่ตั้งขึ้นเพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ เพิ่มทางเลือกทางการศึกษาและลดปัญหาอาชญากรรมของเด็ก โดยคุณครูที่โรงเรียนมีความเชื่อและส่งต่อความเชื่อให้เด็กรับรู้ว่า เขามีศักยภาพพอที่จะเติบโตเป็นวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ หรือผู้ประกอบการได้เหมือนเด็กกลุ่มอื่น ความพยายามทุ่มเทแบบสุดตัวของนาเดียและคุณครูในโรงเรียนนี้ ทำให้เด็กๆ 98% ที่นี่เรียนจบม.ต้น และเรียนต่อม.ปลายที่โรงเรียนมีชื่อของนิวยอกร์กได้

ประสบการณ์ของ Nadia เปิดมุมมองความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษาอเมริกันในอีกด้านหนึ่งที่เราไม่เคยเหลียวมอง

  1. Give a Chance to Explore : เด็กในโรงเรียน Mott Hall Brideges ที่ตั้งอยู่ในย่านบรู๊คลินซึ่งอยู่ห่างจากเกาะแมนฮัตตันเพียงแค่ 30 กิโลเมตร ไม่น่าเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แทบไม่มีใครเคยเดินทางไปเกาะแมนฮัตตันเลย นาเดียมองว่าเด็กถูกกล่องใบเล็กครอบไว้ไม่ให้เห็นโลกภายนอก เด็กเติบโตมากับภาพความรุนแรง ฆาตกรรม แหล่งค้ายา หน้าที่ของครูคือยกกล่องใบนี้ออก เธอพาเด็กไปทัวร์เกาะแมนฮัตตัน เด็กๆได้เห็นคนใส่สูทย่าน Wall Street เห็นตึกสูงลิบเสียดฟ้า เธอพาเด็กไปที่มหาลัยฮาร์ดวาร์ดเพื่อดูห้องเรียน พูดคุยกับรุ่นพี่ ส่งเด็กไปเข้า Summer Camp สิ่งใหม่ๆที่เด็กพบเห็น คนแปลกหน้าที่ได้พูดคุย ช่วยให้เด็กกลุ่มนี้มีแรงบันดาลใจค่อยๆค้นหาตัวเอง พวกเด็กๆควรได้เห็นโอกาสที่สวยงามที่รอเขาค้นพบอยู่ ไม่ใช่เห็นแค่ความหดหู่ในชุมชนของเขา ไม่เพียงแค่นั้น โรงเรียน Mott Hall Brideges มีคลาสเรียนที่ให้เด็กได้ลองลงมือทำ เช่น คลาสเรียนผู้ประกอบการ เด็กๆจะได้แข่งกันคิดและพรีเซนต์แผนธุรกิจของตัวเอง ปีนี้มีทีมที่ชนะคือ ร้านตัดขนสุนัขเคลื่อนที่ หรือ คลาสเรียนโต้วาที เป็นต้น
  2. Every One Can Success : ตัว Nadia และคุณครูแสดงความรักให้เด็กรับรู้ แสดงให้เด็กเห็นว่าทุกคนแคร์พวกเขา และทุกตารางเมตรของ Mott Hall Brideges เป็นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่อันตราย การฆ่ากันเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เด็กกลัวถูกทำร้ายร่างกาย กลัวการข่มขู่  กลัวการถูกทอดทิ้ง โรงเรียนทำหน้าที่เป็นบ้านหลังที่ 2 ที่ปลอบประโยนพวกเขา ในวันที่ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นคนที่สำเร็จได้แม้แต่ครอบครัวของพวกเขาเอง แต่โรงเรียนทำหน้าที่นั้น โรงเรียนจะคอยย้ำเตือนว่าเด็กๆทุกคนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เพราะฉะนั้นถ้าเด็กทำผิด แทนที่จะลงโทษหรือดุด้วยความรุนแรง Nadia จะเชิญพวกเขาไปที่ห้องและถามเขาว่าโตขึ้นเขาอยากเป็นอะไร? ความฝันของเขาคืออะไร? คุณครูทุกคนกำลังช่วยพาเขาไปให้ถึงความฝัน แต่ความฝันเกิดไม่ได้ถ้าตัวเขาเองไม่เลือกที่จะเปลี่ยนแปลง
  3. Work With Parent  ผู้ปกครองบางคนไม่เคยมารับสมุดพกเด็ก ไม่เคยเข้าประชุมผู้ปกครอง ที่ร้ายกว่านั้นคือ ผู้ปกครองบางคนไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา หน้าที่ของคุณครูคือส่งผลการเรียนไปยังบ้านเด็กพร้อมกับจดหมายเล่าชื่นชมความสำเร็จของเด็กๆให้ผู้ปกครองฟัง คุณครูเปิด Parents Tour ให้ผู้ปกครองเข้ามาทานข้าวฟรีและทัวร์โรงเรียน เมื่อผู้ปกครองเห็นสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเขาจะได้อุ่นใจว่าอย่างน้อยการมาโรงเรียนเด็กๆจะปลอดภัยมากกว่าอยู่บนท้องถนน 

 

เมื่อฟังเรื่องของ Nadia จนจุดไฟให้กับเราที่สนใจประเด็นการศึกษาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โชคดีที่มหาวิทยาลัย Connecticut University ที่เราไปเรียน ได้พาเราปเป็นอาสาร่วมกับกลุ่ม Husky Sport  ทำให้เราสัมผัสประสบการณ์จริงว่าโรงเรียนของกลุ่มเด็กขาดโอกาสแบบที่นาเดียพูดถึงนั้นกระจายตัวอยู่ทั่วอเมริกา โดยที่ Hartford เมืองหลวงของรัฐ Connecticut นั้นมีสภาพไม่ต่างจาก Brooklyn เท่าไหร่นัก คนที่อาศัยย่านนี้เป็นกลุ่มคนรายได้ต่ำ ถ้าอยากรู้ว่าย่านไหนของอเมริกายากดีมีจน ให้ใช้โรงเรียนเป็นจุดชี้วัดได้เลย เพราะโรงเรียนได้รายได้หลักจากภาษีโรงเรือน ยิ่งย่านอุตสาหกรรมหรือบ้านคนมีอันจะกิน ท้องถิ่นเก็บภาษีได้เยอะ โรงเรียนจะได้รับเงินสนับสนุนมากตามไปด้วย แต่โรงเรียน Hartford ตั้งอยู่กลางชุมชนยากจน เด็กมีพัฒนาการด้านเรียนช้าแถมบางคนมีปัญหาทางบ้านพ่วงเป็นของแถม โรงเรียนงบน้อย ครูน้อย สิ่งอำนวยความสะดวกก็น้อยตาม Hartford เลยเป็นโรงเรียนที่มีเด็กจบตามเกณฑ์แค่ประมาณ 20% เท่านั้น น้อยจนน่าตกใจ

วิธีแก้ปัญหาคือ กลุ่มนักศึกษาที่เข้าไปเป็นอาสาสมัครนั้น เลือกใช้พัฒนาเด็กด้วยวิธีเดียวกับที่ใช้โค้ชนักกีฬาพัฒนาตัวนักกีฬา เนื่องจากกลุ่ม Husky Sport เป็นกลุ่มนักศึกษาที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและโค้ชนักกีฬา องค์ความรู้ทั้งด้านโภชนาการอาหาร การสร้างแรงจูงใจนักกีฬา และความรู้เรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายที่ใช้สร้างแชมป์กีฬาหลายประเภท วิธีการเหล่านี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเด็ก โดยให้อาสาทำงานร่วมกับเด็กในห้องเรียนทุกวัน วันละ 1 คาบเรียน และเปิดคลาสเรียนวันเสาร์ที่ทำกิจกรรมทั้งกับเด็กและครอบครัวในชุมชน การทำงานแบบต่อเนื่อง ทำให้เห็นพัฒนาการเด็กอย่างชัดเจน จากเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เริ่มอ่านได้มากขึ้น หรือเด็กที่เคยหนีเรียนก็กลับกระตือรือร้นเข้าเรียนมากขึ้น เราประทับใจวิธีการพัฒนาเด็กแบบครบวงจรของ Husky Sport เพราะคิดนอกกรอบ และนอกห้องเรียน โดยมีหลักการง่ายๆ ดังนี้ 

1. You are what you eat : เด็กๆที่นี่ส่วนมากพ่อแม่ไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานหาเงิน บางคนไม่ได้กินอาหารเช้า บางคนได้สารอาหารไม่ครบถ้วนเพราะฐานะที่บ้านยากจน พอร่างกายไม่ดีแล้วสมองก็รวนตาม อาสาเล่าให้เราฟังว่า “เด็กอยู่ไม่นิ่ง ไม่ได้แปลว่าเขาดื้อหรือซนนะ แต่บางทีเขาหิว แต่ไม่รู้จะสื่อสารยังไง” Husky Sport หยิบเอาความรู้ด้านโภชนาการ (Nutrition) ที่ใช้กับนักกีฬามาใช้ โดยทุกคลาสจะมีการปั่นน้ำสมูทตี้ที่รวมโปรตีนและวิตามินจากผลไม้เข้าด้วยกัน ความน่ารักคือเด็กทุกคนจะมีส่วนร่วมออกความเห็นในการใส่ผลไม้แต่ละชนิดที่ตัวเองอยากกินลงไป

2. Learn Fun Way : การเรียนของที่นี่เน้นกิจกรรม (Activity Base) มากกว่าการให้คุณครูมายืนหน้าห้องบอกข้อมูลให้เด็กท่องจำ ซึ่งวันที่เราไป น้องๆป.2 กำลังเรียนรู้เรื่องประเทศต่างๆบนโลก คุณครูเลยทำสมุดเล่มเล็กๆเว้นพื้นที่หน้าปกให้วาดรูปและเขียนชื่อตัวเอง เด็กๆได้สวมวิญญาณเป็นนักเขียนชื่อดังกำลังสัมภาษณ์เพื่อนที่เดินทางมาจากประเทศอาเซียน ในสมุดเล่มจิ๋วมีคำถาม ด้านล่างเว้นที่ให้เขียนคำตอบ เด็กจะถามเราเกี่ยวกับห้องสมุดของเราหน้ายังไง?  โรงเรียนต่างจากที่นี่มั้ย? เราเล่าให้เด็กๆฟัง เด็กๆบรรจงวาดภาพและเขียนบรรยายลงด้านล่าง เราชอบหน้าสุดท้ายที่เว้นว่างให้เด็กเติมจินตนาการ ถามคำถามเอง? มีเด็กคนนึงถามว่าอาชีพอะไรที่ทำให้คนรอบตัวมีความสุข? เป็นความคิดที่โตเกิน ป.2 จริงๆ ไหนทีม Husky Sport บอกว่าเด็กที่นี่พัฒนาการช้ากว่าที่อื่นไง!!

3. You like to move it move it : ก่อนจะเข้าเรียนคลาสต่อไป เด็กๆจะได้วิ่งเล่นประมาณ 20 นาที กระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัวจะได้ไม่ง่วง ทีม Husky Sport เตรียมอุปกรณ์กีฬาไว้ 5 ประเภท เด็กๆเลือกเล่นกันได้ตามใจอาสาบอกเราว่า เด็กๆควรได้เลือกว่าอยากเล่นอะไร? แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ผู้ชายชอบเล่นฟุตบอล ผู้หญิงชอบเล่นกระโดดเชือก การเตรียมอุปกรณ์ให้เด็กเลือกเล่นช่วยสอนเรื่องการตัดสินใจแบบกลมกลืน พอเด็กได้ยึดเส้นยืดสาย อาการง่วงก็หายเป็นปลิดทิ้ง ช่วยให้เด็กโฟกัสการเรียนได้ดีกว่าเดิม

  

4. Power of Rewards : เมื่องานวิจัยแนวใหม่พบว่าการดุว่า การตี หรือลงโทษ ไม่ได้ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก ถ้าคุณครูมัวแต่ลงโทษเด็กๆดื้อ จนลืมให้รางวัลและคำชมเชยเด็กที่ทำดี Husky Sport เลยเปลี่ยนไม้เรียว และคำดุว่า เป็นระบบรางวัล โดยเด็กที่ทำการบ้านไม่ครบจะไม่ถูกว่า แต่จะอดได้แต้มที่สะสมไปแลกตั๋วหนัง ไปแลกของเล่น ไปแลกช็อคโกแลต เมื่อเด็กหลังห้องเห็นเพื่อนเกือบครึ่งห้องได้ไปดูหนังฟรีเพราะเพื่อนตั้งใจเรียน ตั้งใจตอบคำถาม ทำการบ้านส่งทุกครั้ง เด็กกลุ่มนี้จึงเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและให้ความร่วมมือกับคุณครูมากขึ้น การให้รางวัลไม่ได้มีแค่รางวัลเด็กเรียนดี แต่เด็กที่ช่วยเหลือเพื่อน เด็กที่วาดรูปเก่ง เด็กที่เสียสละ เด็กที่เล่นกีฬาดี เด็กทุกคนมีสิทธิ์ได้รับแต้มเพื่อแลกเป็นของรางวัลหมด วิธีการให้รางวัลเป็นการขยายส่วนดีของเด็กๆ ทำให้เขาภูมิใจในตัวเองและรู้สึกว่าห้องเรียนมีพื้นที่สำหรับเขา ไม่ว่าเขาจะเรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่ง

ความเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เป็นสารตั้งต้นของ  Nadia Lopez และกลุ่ม Husky Sport ที่ลงมือปรับเปลี่ยนห้องเรียน พวกเขาเริ่มจากเชื่อพลังที่ซ่อนตัวในเด็ก เขาจึงคิด ออกแบบ ห้องเรียนที่เปิดพื้นที่ให้เด็กทุกคน ไม่ว่า เรียนเก่ง-เรียนไม่เก่ง รวย-จน ก็มีโอกาสพัฒนาตัวเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจด้วยกันทั้งนั้น 

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below