สถานการณ์ปัญหาการศึกษาลูกหลานแรงงานข้ามชาติ

20 ธันวาคม 2559
การเข้าถึงการศึกษาศักยภาพเด็กและเยาวชน, , การใช้ความรุนแรงและทารุณกรรม, ความขัดแย้งแบ่งแยก, อาชญากรรม, การจ้างงาน, การค้าที่เป็นธรรม,

ผู้ด้อยโอกาสเด็ก, วัยรุ่น, ผู้อพยพ,

สถานการณ์ของปัญหา

ปัจจุบันองค์การแรงงานโลก (International Labor Organization - ILO) ประเมินว่าประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาร์ ลาว กัมพูชาและอินโดนีเซียประมาณ 3,500,000 คน และแม้แรงงามกลุ่มนี้จะเป็นกำลังหลักในภาคอุตสาหกรรมไทยที่กำลังเติบโต แต่ผลวิจัยของ ILO ในปี 2553 แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีทัศนคติที่ไม่ดีนักต่อแรงงานข้ามชาติ โดยระบุว่าคนไทย 78% เชื่อว่าแรงงานต่างด้าวเป็นผู้ก่ออาชญากรรม และอีก 84% มีความเห็นว่าแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายและไม่สมควรได้รับใบอนุญาตทำงาน

แรงงานต่างด้าวมักเดินทางเข้ามาเป็นครอบครัว และมีสมาชิกในครอบครัวที่อายุต่ำกว่า 18 ปีติดตามมาด้วย จึงทำให้มีเด็กและเยาวชนข้ามชาติเข้ามาอยู่กว่า 370,000 คนในประเทศไทย แต่พวกเขากลับถูกละเลย อยู่นอกระบบสวัสดิการของแรงงานต่างด้าวที่จำกัดเฉพาะผู้ใหญ่ข้ามชาติวัยทำงาน

ในปี พ.ศ. 2548 รัฐบาลไทยได้ออกกฎหมายอนุญาตให้เด็กที่เป็นบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติสามารถเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลเช่นเดียวกับเด็กทั่วไปตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ในทางปฏิบัติ มีเพียงโรงเรียนไม่กี่แห่งเท่านั้นที่รับเด็กกลุ่มดังกล่าวเข้าศึกษา เนื่องจากผู้บริหารและครูบางโรงเรียนเกรงว่าเด็กกลุ่มนี้จะทำให้คุณภาพของโรงเรียนต่ำลง และบางโรงเรียนก็ให้เหตุผลด้านงบประมาณเพราะต้องการควบคุมค่าอาหารกลางวัน และยิ่งไปกว่านั้นพ่อแม่ชาวไทยไม่อยากให้บุตรหลานของตนเรียนร่วมกับเด็กข้ามชาติ


ประเด็นที่น่าสนใจ (insights)

  1. เด็กและเยาวชนบุตรหลานแรงงานข้ามชาติไม่ถูกรับรองและยังถูกกีดกันในกระบวนการขึ้นทะเบียน ทำให้ไม่มีสัญชาติ ไม่มีและไม่รู้สิทธิของตัวเอง ทำให้ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและไม่ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลและสิทธิขั้นพื้นฐานทางการศึกษาที่เหมาะสมตามวัย โดยในจังหวัดสมุทรที่มีประชากรแรงงานข้ามชาติมากที่สุดก็มีเพียง 4 โรงเรียนเท่านั้นที่รับนักเรียนข้ามชาติ
  2. ลูกหลานแรงงานต้องเติบโตโดยที่ไม่ได้รับการศึกษา ขาดทักษะและอยู่อย่างไม่รู้ภาษา ทำให้ทำให้พวกเขาต้องถูกใช้แรงงาน ยอมถูกกดขี่ ทำงานแลกกับค่าแรงต่ำในสถานที่อันตราย และต้องอพยพถิ่นฐานไปตามการจ้างงาน เสี่ยงต่อการถูกค้ามนุษย์-ขายบริการ การล่อลวง และการเอารัดเอาเปรียบทุกรูปแบบจากนายจ้า โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือและไม่สามารถหลุดจากวัฎจักรอันเลวร้ายเหล่านี้ได้
  3. สังคมไทยยังคงกีดกันและเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติและครอบครัวของพวกเขาอย่างรุนแรง นับตั้งแต่การแบ่งแยกทางสังคมระหว่างคนไทยและคนข้ามชาติ จนถึงกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การให้ใบอนุญาตทำงานที่มีความไม่แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแรงงานถูกกฎหมายที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี และขั้นตอนที่ซับซ้อน ไม่เป็นมิตรต่อคนข้ามชาติ และกระบวนการที่ทำให้คนข้ามชาติต้องพึ่งพานายจ้างในทุกการกระทำ

Case ตัวอย่างที่น่าสนใจ

LPN มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองสิทธิแรงงานให้มีความเสมอภาค สามารถพึ่งตนเองและอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติ โดยอาศัยการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแรงงานและคดีความ (Labour Center - LC) เพื่อช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่แรงงานข้ามชาติ และจัดตั้งศูนย์ให้ความรู้สำหรับแรงงาน ลูกหลานและผู้ติดตาม เกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพ การศึกษาและการทำงานที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังทำการลงทะเบียนใบเกิดให้บุตรหลานแรงงานที่เกิดในประเทศไทย เพื่อให้เด็กเหล่านั้นสามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง และสร้างโอกาสให้เด็กข้ามชาติและลูกหลานแรงงานได้เข้าเรียนในระบบการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะในการใช้ชีวิตและมีอาชีพที่เหมาะสม และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในที่สุด
 
credit: Thai PBS
จากผลการวิจัยเรื่องสถานการณ์ของเด็กผู้หญิงที่ถูกผลักดันเข้าสู่ธุรกิจการบริการทางเพศในเขตพื้นที่หาดใหญ่ พบว่าเด็กหญิงที่ขายบริการทางเพศส่วนใหญ่มาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย และด้วยความเชื่อที่ว่าการเข้าถึงการศึกษาเป็นวิธีการปกป้องคุ้มครองเด็กข้ามชาติให้หลุดพ้นสภาพที่เสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศและแรงงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ศูนย์ลูกหญิงจึงถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นกองทุนการศึกษาช่วยเหลือเด็กหญิง โดยมุ่งเน้นให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าสู่การศึกษา สภาพแวดล้อมปลอดภัยและมีโอกาสที่จะพัฒนาและเจริญเติบโต สร้างเครือข่ายทางสังคมและกระบวนการป้องกันเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อ ให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตโดยการส่งเสริมการศึกษาในสายสามัญ สายอาชีพทั้งในและนอกระบบ
 
มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนาได้ให้การช่วยเหลือระยะยาวแก่แรงงานเมียนมาร์และครอบครัวที่ถูกละเลย มูลนิธิทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนชาวเมียนมาร์ในพื้นที่กรีดยางและประมง โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาร์ที่ได้เข้ามาทำงานในประเทศไทยในรูปแบบต่างๆ ทำให้มูลนิธิสามารถเข้าถึงแรงงานข้ามชาติที่ต้องการการช่วยเหลือได้ในระดับใกล้ชิดและได้รับการไว้วางใจชุมชนชาวเมียนมาร์ สนับสนุนโอกาสทางการทำงาน ให้ความรู้ด้านสิทธิ เศรษฐกิจ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย สนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชุมชนไทย-เมียนมาร์


Link ที่มาของข้อมูล

Hashtags: