knowledge

4 เรื่องเล่าจากท้องทะเล เจ็บแต่จริง !

12 มีนาคม 2016


เมื่อพูดถึงทะเล เรามักนึกภาพมหาสมุทรสีน้ำเงินเฉดเข้มเหมือนในสารคดี ที่ฝูงปลาแหวกว่ายผ่านกลุ่มปะการัง มีสัตว์น้ำสีสันสดสวยที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ใต้ท้องทะเลดูเป็นบ้านอันแสนอบอุ่นของสัตว์ทุกตัว…..แต่ช้าก่อน! ภาพเหล่านั้นกำลังถูกทำให้หายไป ตอนนี้ใต้ท้องทะเลกำลังปั่นปวน เพราะฝีมือมนุษย์อย่างเรา…พูดแล้วก็เศร้า ไปดูกันเองดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง…

1. แพขยะยักษ์แห่งแปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch) : แพขยะที่เกิดจากการรวมตัวอย่างเข้มของขยะพลาสติกและขยะอื่นๆ ที่ถูกกักรวมได้ด้วยวังวนกระแสน้ำแปซิฟิกเหนือ ซึ่งค่อยๆ ก่อตัวสะสมมาเป็นเวลานานจนกินพื้นที่ประมาณ 2 เท่าของรัฐเท็กซัส หรือมีขนาดใกล้กับประเทศไทยเลยทีเดียว โดยร้อยละ 90 ของขยะทั้งหมดเป็นพลาสติก บางชิ้นอาจมีอายุกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว จากการสำรวจเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วพบว่ามีขยะพลาสติกอยู่ราว 3 ล้านตันในระยะ 1,000 ไมล์แรกของแผ่นขยะนั้น ซึ่งหลักจากทำวิจัยก็พบว่ามีพลาสติกบนพื้นผิวมหาสมุทรมากกว่าแพลงก์ตอนถึง 6 เท่า และแน่นอน ขยะเหล่านี้ไม่ใช่แค่แผ่นแบนๆ ลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ยังมีความลึกลงไปในทะเลเกือบ 100 เมตรเลยทีเดียว 

ซึ่งแพขยะซึ่งเกิดจากการวังวนกระแสน้ำของมหาสมุทรที่ดูดให้ขยะมารวมกันนี้ ไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว แต่ยังมีอีก 6 แห่งทั่วโลก !! …..อืม ไม่อยากจะคิดต่อเลย 🙁 

จากการวิจัยของ เจนน่า แจมเบ็ค ที่ตีพิมพ์ลงนิตยสาร Science ชี้ว่าขยะพลาสติกจำนวนมากที่ลอยอยู่กลางทะเลเป็นฝีมือใคร อันดับหนึ่งเลยก็คือประเทศจีนที่ขึ้นแท่นมักง่ายที่สุด ทิ้งขยะลงมหาสมุทรเยอะอันดับหนึ่ง แต่ไทยแลนด์เองก็ไม่น้อยหน้าทิ้งขยะลงมหาสมุทรเยอะเป็นอันดับ 6 ของโลก ทิ้งเยอะกว่าอินเดียอีก เห็นสถิติแล้วแทบหาปีบคุมหัว น่าอายจริงๆ

2. สัตว์ทะเลอัดพลาสติกแน่นกระเพาะ : ทุกปีมีสัตว์ทะเลกว่า 100,000 ตัวเกยตื้นตาย เพราะกินพลาสติกเข้าไป พวกมันไม่รู้หรอกค่ะว่าพลาสติกกินไม่ได้ พอเห็นพลาสติกลอยมากับกระแสน้ำ พวกสัตว์เผลอคิดว่าอาหาร ก็ลองเคี้ยวๆ กลืนๆ เคี้ยวไม่ออกกลืนไม่ลงก็เลยติดคอตาย ดร.ริชาร์ด ทอมป์สัน นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยพลีมัท สหราชอาณาจักร บอกว่า เต่าทะเลตายเพราะพลาสติกติดคอเป็นเรื่องปกติ ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ 95% ของซากนกฟูลมาร์ที่ตายริมหาด เมื่อผ่าท้องจะพบพลาสติกเฉลี่ยถึง 44 ชิ้น!! (แค่นึกว่าท้องเรามีพลาสติกชิ้นเดียวก็เสียวไส้จะแย่แล้ว)

ความน่ากลัวของพลาสติกมีมากกว่านั้น เพราะไม่ใช่แค่นกหรือสัตว์ทะเลตัวใหญ่ที่กลืนพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัวเท่านั้น แต่เมื่อพลาสติกถูกคลื่นกัดเซาะไปเรื่อยๆ ก็จะสลายตัวเป็นชิ้นเล็กจิ๋วๆ ขนาดเท่าผงแป้ง เล็กมากขนาดต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่อง แล้วทีนี้แพลงก์ตอนก็จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ที่กินพลาสติกเหล่านี้เข้าไป ซึ่งถ้ายังจำห่วงโซ่อาหารที่ผ่านหูผ่านตามาสมัยเรียนได้บ้าง จะรู้ว่าแพลงก์ตอนอยู่ในช่วงต้นๆ ของห่วงโซ่อาหาร คือเป็นอาหารของสัตว์ทะเล…และพลาสติกก็ยังเป็นพลาสติก ถึงจะเหลืออณูเล็กแค่ไหนมันก็ไม่สูญสลายไป แล้วมันก็จะถูกสะสมในห่วงโซ่อาหารต่อไปเรื่อยๆ…ฟังแล้วกลัวจนไม่อยากทานอาหารทะเลเลย 🙁 

ใครอยากเห็นภาพรวมของปัญหาขยะพลาสติกกับมหาสมุทรลองดูคลิปนี้ดูค่ะ เป็นแอนิเมชั่นน่ารัก สั้นๆ ง่ายๆ อธิบายเคลียร์เลย

3. ทะเลมีแต่กรดเพราะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ : พวกเราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกๆ กิจวัตรประจำวัน ยิ่งถ้าผลิตมาก-บริโภคมาก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ยิ่งเยอะขึ้น เยอะขึ้น ตามหลักการ Carbon Footprint ซึ่งเมื่อก๊าซเหล่านี้ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศก็ทำลายโอโซน แต่ก๊าซกลุ่มที่ขี้เกียจลอยไม่สูงก็จะถูกมหาสมุทรช่วยดูดซับเอาไว้ แล้วพอดูดซับเข้าไปมากๆ มหาสมุทรเองก็เริ่มแย่ น้ำทะเลเริ่มเป็นกรด สัตว์ที่มีโครงสร้างหินปูนอย่าง แพลงก์ตอน หอย หรือปะการังเริ่มเดือดร้อน สร้างเปลือกหุ้มยากขึ้น พอปะการังซึ่งเป็นบ้านและอาหารของสัตว์ทะเลถูกเบียดเบียน สัตว์ทะเลตัวเล็กไม่มีบ้าน ปลาตัวใหญ่ไม่มีอาหาร ท้องทะเลที่สงบสุขก็ปั่นป่วนแบบไม่ต้องพูดถึงค่ะ

4. เรือค้ามนุษย์ : นอกจากพืชและสัตว์ที่อยู่ใต้ท้องทะเลแล้ว ในทะเลที่แสนกว้างใหญ่ก็คล้ายกับนรกขุมใหญ่ของคนที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ด้วยค่ะ ขอบอกเลยว่าทาสยังไม่หมดไปจากสังคมไทยนะคะ ยิ่งในอุตสาหกรรมประมง จัดว่าเป็นอันดับต้นๆ ของแรงงานผิดกฎหมายที่ถูกหลอกให้ลงเรือประมงไปหาปลากลางมหาสมุทร ทำงานหนักวันละ 18-20 ชั่วโมง 7 วันเต็ม แลกค่าจ้างเพียงเล็กน้อยหรือบางเรือไม่ให้เลยก็มี โชคร้ายหน่อยก็ป่วยตายกันบนเรือ หรือถูกโยนทิ้งทะเลแบบไม่เหลือร่องรอยให้สืบหากันได้อีก โห! เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอาหารทะเลที่เรากินกัน ต้องแลกมากด้วยความลำบากหรือชีวิตของใครบางคนหรือเปล่า


ท้องทะเลกลับมาสวยได้ เริ่มได้จากตัวเรา

ท้องทะเลที่เห็นกันว่าสวยๆ ถูกมนุษย์อย่างพวกเราทำลายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย เพราะใครจะคิดว่าการกิน การใช้ การทิ้ง ของพวกเราบนบกจะสะเทือนไปถึงท้องทะเลที่ห่างออกไปได้ขนาดนั้น แต่รู้วันนี้ยังไม่สายเกินแก้ค่ะ เริ่มง่ายๆ แค่ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวันกันดู วันนี้เราอยากแนะนำ 3 แอพพลิเคชั่นที่จะเป็นตัวช่วยให้เราใช้ชีวิตเป็นมิตรกับท้องทะเลและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

1.จากเลสู่จาน ครบเครื่องเรื่องอาหารทะเลในแอพเดียว ทั้งเกร็ดสาระของอาหารทะเลตั้งแต่แหล่งที่มาจนถึงอจานอาหารของเรา แถมยังแนะนำปลาที่ควรกิน/ไม่ควรกิน เช่น ปลาทูตัวเล็ก ปูไข่ หมึกไข่ นี่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะอร่อยคำเดียวแต่ฆ่าลูกๆ ในท้องพวกมันอีกเพียบ ส่วนใครอยากรู้แหล่งปลาปลอดฟอร์มาลีน แอพนี้ก็บอกแบบหมดเปลือก คออาหารทะเลโหลดเลย การกินของเราจะได้เบียดเบียนท้องทะเลน้อยลง

2. Bag Block แอพนี้ริเริ่มจากเด็ก มศว.หัวใจสีเขียว เห็นถุงพลาสติกเกลื่อนเมืองแล้วคันไม้คันมือ อาสาทำแอพชวนคนเมือง say no ถุงพลาสติกเสียเลย เพราะแอพนี้เค้าให้สิทธิพิเศษสำหรับคนที่ลดใช้ถุงพลาสติก ก็จะได้แต้มไปแลกตั๋วหนัง ส่วนลดร้านอาหาร หรือของพรีเมี่ยมชิคๆ ด้วย.. บล๊อกถุงพลาสติกตั้งแต่ต้นทางคนละไม้คนละมือ ถุงจะได้ไม่ไประรานสัตว์ทะเลนะ

3. EcoLife การเดินทางของเราแต่ละกิโลเมตรรบกวนสิ่งแวดล้อมไม่ใช่น้อยๆ ขึ้นรถแต่ละเที่ยวปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ฟุ้งสู่อากาศ ลองเปลี่ยนวิธีการเดินทางใหม่แบบถนอมโลกมากขึ้น ด้วยการขับรถให้ช้าลง เปลี่ยนจากขับรถเป็นขี่จักรยาน หรือลองเดินออกกำลัง การเดินทางที่ลดคาร์บอนแต่ละเที่ยวจะถูกสะสมเป็น Ecopoint แลกสิทธิพิเศษต่างๆ กับร้านค้าชั้นนำ อยากลองเดินทางแบบถนอมโลก ลองโหลด EcoLife มาติดมือถือดูค่ะ

รู้แบบนี้แล้วคงอดขมวดคิ้วกันไม่ได้ ปัญหาในมหาสมุทรมันยิ่งใหญ่เสียจนตั้งคำถามกับตัวเองว่าคนตัวเล็กจิ๋วแบบเราทำอะไรได้บ้าง แต่ก่อนจะท้อแท้ไปมากกว่านี้ เราฉุกคิดขึ้นมาว่าปัญหาใหญ่ๆทั้งหมดมันก็เกิดจากน้ำมือคนตัวเล็กแบบเรานี่น่า หากวันนี้คนตัวเล็กทุกคนกลับใจ เราว่ามหาสมุทรต้องกลับมาเต็มไปด้วยฝูงปลาเหมือนเดิมแน่ๆ 🙂


ข้อมูลจาก : 


id old content:
350
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below