knowledge

Ruby Cup : นักศึกษา MBA ที่สานฝันจากแผนในกระดาษสู่ธุรกิจที่ยกระดับชีวิตหญิงสาวแอฟริกา

9 มกราคม 2017


ปัญหานี้ ผู้ชายหลายคนอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่หากถามผู้หญิงคงจะรู้ซึ้งเกี่ยวกับ ‘วันนั้นของเดือน’ พวกเรายังโชคดีที่สามารถหาซื้อผ้าอนามัยได้อย่างสะดวก ต่างจากผู้หญิงในทวีปแอฟริกาที่ยากจน ผ้าอนามัยราคาสูงจนซื้อไม่ไหว หมู่บ้านห่างไกลขนส่งไม่ถึง บวกกับความเชื่อดั้งเดิมที่ผู้หญิงกลุ่มนี้ต้องใช้กระดาษ เศษผ้า หรือใบไม้ ทดแทนผ้าอนามัย ซึ่งไม่ถูกสุขอนามัย มีโอกาสติดเชื้อทางช่องคลอด ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้เด็กผู้หญิงแอฟริกันจำนวนมากไม่ไปโรงเรียน ในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะไม่มีผ้าอนามัยใช้ (ข้อมูลจาก African Women Educationalists (FAWE) ประเทศ Uganda )

depts.washington.edu :Social entrepreneur people and investor choice winners 2012
credited: depts.washington.edu – Social entrepreneur people and investor choice winners 2012

Maxie, Veronica และ Julie สามสาวพบกันที่ Copenhagen Business School (CBS) พวกเธอคุยกันถูกคอและมีเป้าหมายเดียวกัน คืออยากสร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้กับสังคมโดยใช้การทำธุรกิจเป็นเครื่องมือ Ruby Cup จึงเริ่มขึ้นตรงนั้น พวกเธอเริ่มทำแผนธุรกิจ และงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่คนทั่วไปมองข้าม บวกกับน้องสาวของ Maxie ได้แนะนำถ้วยอนามัย (ถ้วยซิลิโคนที่ใช้แทนผ้าอนามัย) ซึ่งราคาถูกกว่าผ้าอนามัยทั่วไป พวกเธอจึงเห็นโอกาสที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้หญิงแอฟริกา เลยเขียนไอเดียนี้เป็นแผนธุรกิจนำเสนอในชั้นเรียน Minor in Social Entrepreneurship ปรากฎว่าแผนธุรกิจเธอได้รับการคัดเลือก เธอไม่รอช้า ชักชวนเพื่อนๆทำ ถ้วยอนามัยภายใต้แบรนด์ Ruby Cup มีหน้าตาคล้ายกรวยกรอกน้ำ ผลิตจากซิลิโคลนทางการแพทย์ ปลอดภัย 100% ถ้วยนี้ใช้ซ้ำได้นาน 10 ปี ซึ่งถ้าคำนวณแล้วเท่ากับว่าผู้หญิงมีค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 0.24 ยูโรเท่านั้น ส่วนลูกค้าทั่วไปที่สั่งซื้อถ้วยอนามัยทางออนไลน์ Ruby Cup ก็จะจัดส่งถ้วยอนามัยอีกถ้วยหนึ่งไปให้เด็กผู้หญิงในแอฟริกาด้วย

ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจาก Ruby Cup คือ

  • 85% ของเด็กผู้หญิงที่ใช้ Ruby Cup สุขภาพดีขึ้น ขาดเรียนน้อยลง และมีผลการเรียนดีขึ้น 
  • ช่วยประหยัดทรัพยากรและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์จากการผลิตผ้าอนามัย (ผู้หญิง 1 คนใช้ผ้าอนามัยประมาณ 11,000 แผ่นต่อปี) 
  • ช่วยสร้างงานให้คนในพื้นที่

 

Ruby Cup อาจเป็นแค่ไอเดียในแผนธุรกิจที่วางไว้บนหิ้ง พรีเซนต์แล้วก็จบไปก็ได้ แต่ทั้งสามสาวกลับไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น พวกเธอลุกขึ้นมาปั้นไอเดียให้เป็นจริงบนเส้นทางที่กว่าจะผ่านแต่ละด่าน ไม่ง่ายเลย มาดูกันว่าพวกเธอต้องทำอะไรบ้าง และทำได้อย่างไร….

1. หาข้อมูลไม่ครบ ไม่ถอย เพราะข้อมูลที่อยู่ในมือไม่มากพอ ทางทีมเลยตัดสินใจส่ง E-mail หาองค์กรต่างๆ ที่แก้ปัญหาเรื่องผู้หญิงกว่า 100 องค์กรเพื่อสอบถามข้อมูลด้านความสุขอนามัยของผู้หญิง ซึ่งผลการตอบรับดีเกินคาด เพราะนอกจากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว หลายองค์กรยังสนใจและอยากเอาไปใช้ด้วย 

นอกจากนั้นทีมได้ข้อมูลว่าที่ประเทศ Kenya ผู้หญิงกว่า 97% มีแนวโน้มเปิดรับการใส่ถ้วยอนามัย (ข้อมูลจาก African Population and Health Research Center, 2010) พวกเธอจึงคิดเปิดตลาดที่นั่น แต่จะไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็คงคว้าน้ำเหลว ทีมส่ง พวกเธอจึงลงพื้นไปเก็บข้อมูลร่วมกับ NGO ไปพูดคุยกับกลุ่มผู้หญิงเคนย่า จนได้ข้อมูลที่น่าสนใจ (insights) เช่นว่า พวกเธอไม่ได้ต้องการสินค้าแบบฟรีๆ พวกเธอพร้อมจะซื้อถ้าสินค้าดูดีและน่าใช้ หรือข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ อย่างการได้รู้ว่าผู้หญิงที่นี่ชอบสีชมพู ชอบให้มีความระยิบระยับ จะได้ดูทันสมัยไม่เชย ซึ่งข้อมูลพวกนี้ก็ทำให้ Ruby cup ออกแบบถ้วยอนามัยตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากขึ้น 

2. ตัดสินใจครั้งใหญ่ ผลิตที่ไหนดี สามสาวเริ่มตั้งราคาที่ผู้ซื้อกลุ่มรายได้ต่ำจ่ายไหวคือ 4 ยูโร แล้วจึงมาคิดว่าจะผลิตด้วยวิธีไหน ทางเลือกแรกคือจ้างผลิตในยุโรปก็มีต้นทุนสูง และไม่รับผลิตจำนวนน้อย ทางเลือกต่อมาคือประเทศจีน พวกเธอก็กังวลเรื่องการควบคุมคุณภาพ สุดท้ายจึงตัดสินใจผลิตที่เคนย่าเลย ทั้งประหยัดต้นทุนการผลิต ไม่ต้องเสียพลังงานและค่าใช้จ่ายในการขนส่งไกลๆ และยังเป็นการสร้างงานให้คนพื้นที่ด้วย

3. หาเงินก้อนแรกจากที่ไหน เงินทุนก้อนแรกใครว่าหาง่าย พวกเธอพยายามติดต่อมูลนิธิ รัฐบาล บริษัท องค์กรต่างๆ เพื่อขอเงินสนับสนุน แต่กลับไม่มีใครมองเห็นศักยภาพของ Ruby Cup เมื่อหาทุนจากแหล่งอื่นไม่ได้ พวกเธอจึงตัดสินใจทุบกระปุก รวบรวมเงิน 10,000 ยูโรเพื่อใช้ตั้งต้นธุรกิจกันเอง และพวกเธอก็ยังพยายามส่งแผนธุรกิจเข้าประกวดหลายที่ จนชนะรางวัล  360° Develop Prize, Global Social Venture และ Venture Cup จนได้เงินสนับสนุนมาผลิต Ruby Cup 10,000 ถ้วยแรก และจัดส่งถึงผู้หญิงแอฟริกาได้สำเร็จ

4. ทำการตลาดอย่างไรให้เข้าถึง กลุ่มลูกค้าหลักของ Ruby Cup มี 2 กลุ่มคือกลุ่มคนรายได้น้อยในแอฟริกา จะขายถ้วยอนามัยที่ราคา 4 ยูโร และกลุ่มคนรายได้สูงในกลุ่มประเทศยุโรปราคาขาย 16 ยูโร (เน้นขายทางออนไลน์) ทั้งสองกลุ่มเป็นคนอายุระหว่าง 15-35 ปี เป็นกลุ่มคนที่ไม่เคร่งวัฒนธรรมและศาสนามากจนไม่กล้าเปิดรับอะไรใหม่ๆ วิธีเริ่มทำการตลาดของ Ruby Cup จะเป็นการเข้าไปให้ความรู้ในโรงเรียนมัธยมในแอฟริกา เพราะเป็นวัยเริ่มต้นมีประจำเดือนและมีโอกาสเปิดใจมากที่สุด โดยทางทีมจะให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ วิธีการทำความสะอาดถ้วย และข้อดีของการใช้ถ้วย เมื่อเด็กๆชอบ ก็จะเกิดการบอกปากต่อปากไปเอง

จากไอเดียบนแผ่นกระดาษ วันนี้สามสาว  Maxie, Veronica และ Julie ผลักดัน Ruby Cup เติบโตจนขยายตัวในแอฟริกา ยุโรป และประเทศแถบเอเชีย เป้าหมายของ Ruby Cup ก็คือการส่งเสริม สนับสนุนให้ชีวิตของผู้หญิงดีขึ้น และเรื่องราวของพวกเธอก็น่าจะเป็นกำลังใจให้หลายๆ คนที่กล้าคิด แต่ไม่กล้าลงมือ ให้หยิบไอเดียมาปัดฝุ่น แล้วลุกขึ้นมาลองทำดูสักตั้งนะคะ 🙂

 

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below