knowledge

‘ร้านคนจับปลา’ ต้นแบบ NGO ที่ขยายงานด้วยกิจการเพื่อสังคม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน

12 กรกฎาคม 2017


แม้ว่าประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตภูมิศาสตร์ที่มีความหลากหลายของทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งอาหารให้กับทั้งคนไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากมายมหาศาล แต่ปัจจุบันทรัพยากรทางทะเลกำลังถูกทำลาย ความอุดมสมบูรณ์ที่เคยมีค่อยๆ หายไป โดยข้อมูลจากการสำรวจของกรมประมงพบว่า 19.2% ของสัตว์ทะเลที่จับโดยเรือประมงขนาดใหญ่เป็นสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำให้ท้องทะเลไม่สามารถผลิตสัตว์น้ำตัวเต็มวัยได้เพียงพอต่อความต้องการ

 

ในขณะที่การจับสัตว์น้ำของชาวประมงพื้นบ้านจะอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจับสัตว์ตามฤดูกาล โดยใช้เรือและเครื่องมือขนาดเล็ก ไม่ทำลายทรัพยากรทางทะเล ไม่ใช้สารเคมีในการเก็บรักษาอาหาร ทำให้ผู้บริโภคได้อาหารทะเลที่มีคุณภาพและปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการรักษาทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ดังนั้น การสนับสนุนให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถอยู่รอดได้ทางเศรษฐกิจ มีรายได้จากการประมงที่มั่นคง จึงเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่ยั่งยืน และพวกเขายังสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายการทำงานอนุรักษ์ เช่น การสร้างธนาคารปู สร้างซั้งอนุบาลสัตว์น้ำ และการกำหนดเขตเฝ้าระวังการใช้เครื่องมือจับปลาที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

 

 

นอกจาก คุณวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี จะแสวงหาทางออกที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์แล้ว คุณวิโชคศักดิ์ยังได้ขยายงานด้วยการสร้างตลาดสำหรับอาหารทะเลที่จับโดยชาวประมงพื้นบ้าน ภายใต้ ‘ร้านคนจับปลา’ เพื่อพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อาหารทะเลที่จับอย่างยั่งยืน

‘ร้านคนจับปลา’ ตลาดอาหารทะเลเพื่อความยั่งยืนทางระบบนิเวศ เป็นธรรมต่อชาวประมง และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ปัจจุบันร้านคนจับปลา มีพื้นที่ดำเนินการอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช และพื้นที่ทะเลสาบจังหวัดสงขลา ล่าสุดเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ร้านคนจับปลาได้รับการสนับสนุนจากกองทุนคนไทยใจดี บลจ.บัวหลวง ให้เปิดทำการเพิ่มในจังหวัดสตูลด้วย

ร้านคนจับปลาเป็นพื้นที่ที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจัดการผลผลิตสัตว์น้ำที่จับด้วยเครื่องมือขนาดเล็กและวิธีการที่ยั่งยืน ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ราคารับซื้อของร้านคนจับปลาสูงกว่าการขายผ่านแพปลาถึง 20-40% ทำให้ไม่ต้องจับปลาในปริมาณมาก แต่มีรายได้เพียงพอ และทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารทะเลที่ปลอดภัยจากสารเคมีอีกด้วย

 

นอกจากนี้ กำไรที่ได้จากการขายอาหารทะเลยังถูกนำไปใช้อนุรักษ์ทะเลของชุมชนประมงพื้นบ้าน 30% จะถูกนำไปใช้เป็นค่าบริหารจัดการร้านคนจับปลา ตั้งแต่การขนส่ง การบรรจุภัณฑ์ และอื่นๆ กำไรอีก 30% จะถูกนำไปปันผลคืนให้กับคนในชุมชนที่เป็นสมาชิก จึงถือว่าทุกคนเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน ที่นอกจากจะได้ราคารับซื้อที่สูงกว่าแพปลาทั่วไปแล้ว ยังมีเงินปันผลที่พวกเขาสามารถเก็บออมและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ ส่วนกำไร 40% ที่เหลือ จะนำไปอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทะเล เช่น การสร้างซั้งอนุบาลปลาและธนาคารปูม้า เป็นต้น ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของทุกคน เพราะการทำประมงต่างจากการทำเกษตรตรงที่ทุกคนใช้พื้นที่จับปลาเดียวกัน ไม่เหมือนการทำเกษตรที่ต่างคนต่างมีพื้นที่นาของตัวเอง ดังนั้นจึงต้องร่วมกันรักษาทรัพยากรทางทะเล ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่สัตว์น้ำสามารถเจริญเติบโตเป็นอาหารและเป็นรายได้ให้กับทุกคนในอนาคต

 

การกระจายสินค้าของร้านคนจับปลา มีทั้งผ่านทางเพจ Facebook Page หรือติดต่อทาง LINE (@FisherFolkBKK) และทางโทรศัพท์ หมายเลข 086-566-5532 ที่ลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้โดยตรง และยังมีบริการส่งตรงถึงบ้านอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านคนจับปลาได้ที่ร้าน Lemon Farm ทุกสาขา และร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และนครศรีธรรมราช (ดูรายละเอียดในภาพด้านล่าง) ทำให้ผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ สามารถเข้าถึงอาหารทะเลที่ปลอดภัยได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ร้านคนจับปลายังคงมุ่งขยายงานไปยังพื้นที่ต่างๆ ตามแนวชายฝั่งทะเล เพื่อสนับสนุนให้ชาวประมงพื้นบ้านมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสามารถอยู่รอดได้ด้วยการทำประมงอย่างมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริง

 

นอกจากนี้ ร้านคนจับปลายังจัด เทศกาลรวมพลคนกินปลา เป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดให้คนรักอาหารทะเลได้มาลองลิ้มชิมรสอาหารทะเลสดๆ ที่ชาวประมงพื้นบ้านนำมาจากทะเลพื้นที่ต่างๆ ของไทย พร้อมทั้งเผยแพร่แนวคิดอาหารทะเลปลอดภัยและปลูกจิตสำนึกให้ผู้บริโภคคำนึงถึงต้นกำเนิดของปลา สุขภาพของคนกินอาหารทะเล และชีวิตคนจับปลาที่จะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below