knowledge

วารสาร “ฉลาดซื้อ” ยกระดับกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้วยพลังของผู้บริโภคเอง

12 กรกฎาคม 2017


กระบวนการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยคุณสารี อ๋องสมหวัง ได้ก่อตั้ง ‘มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ขึ้น ในระยะแรกมูลนิธิฯยังคงมุ่งเน้นการรับเรื่องร้องทุกข์และแก้ปัญหาแบบรายบุคคล ต่อมาได้เกิดเครือข่ายของผู้บริโภคที่ประสบปัญหาเดียวกัน ช่วยกันแลกเปลี่ยนข้อมูล เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาในระดับชุมชน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงปัญหาจากระดับบุคคล ไปสู่การแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างมากขึ้น จนปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้ปรับบทบาทจากการเป็นฝ่ายรับเรื่องร้องทุกข์มาเป็นการทำงานเชิงรุก ผ่านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประเด็นปัญหาและความเสี่ยงที่ผู้บริโภคต้องเผชิญ ในรูปแบบของ วารสาร “ฉลาดซื้อ” จนผู้บริโภคจำนวนมากรับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อและบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อตนเอง ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถปกป้องคุ้มครองตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ และอำนาจการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคนี้ ยังกำหนดบรรทัดฐานใหม่ให้ผู้ประกอบการใส่ใจสิทธิและความปลอดภัยของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ทุกวันนี้เราทุกคนในฐานะ ‘ผู้บริโภค’ กำลังประสบปัญหาการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการที่ปกปิด/ไม่เปิดเผยข้อมูล และละเลยความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงในการใช้สินค้าและบริการ ยกตัวอย่างเช่น

  • การตรวจพบสารกันบูด/วัตถุกันเสียเกินค่ามาตรฐานในขนมปังเกือบทั้งหมด 14 ตัวอย่างที่นำมาทดสอบจากร้านสะดวกซื้อ แม้แต่ในขนมปังที่ระบุในฉลากว่า ‘ไม่ใช้วัตถุกันเสีย’ ก็ตาม อ่านต่อ ที่นี่
  • การตรวจพบสารกันบูดปนเปื้อนในเส้นขนมจีน 12 ยี่ห้อ โดยมี 2 ยี่ห้อที่มีปริมาณสารกันบูดมากเกินกว่าปริมาณสูงสุดที่ อย. กำหนดไว้ อ่านต่อ ที่นี่
  • จากการทดสอบปริมาณสารไนเตรท และไนไตรท์ ในไส้กรอก หมูแผ่นกรอบ หมูหวาน และเนื้อเค็ม พบว่าจากไส้กรอกทั้งหมด 15 ตัวอย่าง มีเพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้นที่ไม่พบการเจือปนของ ไนเตรทและไนไตรท์ และมี 3 ตัวอย่างที่ใช้ ไนเตรทและไนไตรท์เกินกว่าค่าที่กำหนด และจากหมูแผ่นทั้งหมด 14 ตัวอย่าง ไม่มีตัวอย่างใดที่ไม่ใช้สารไนเตรทและไนไตรท์เลย และมี 1 ตัวอย่างที่มีสารไนเตรทเกินกว่าค่าที่กำหนด อ่านต่อ ที่นี่ และ ที่นี่

ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (Foundation for Consumers) ที่แสดงให้เห็นว่า คนไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงอย่างมากในการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน แม้ว่าประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคก็ตาม แต่กฏหมายดังกล่าวแทบจะไม่ได้ถูกบังคับใช้เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง การเรียกร้องจำนวนมากยังคงมุ่งเน้นไปที่ตัวบุคคลเพื่อให้ผู้ประกอบการชดเชยหรือรับผิดชอบน้อยที่สุด ดังนั้นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคในประเทศไทยจึงยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และขาดการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพจากภาครัฐและจากประชาชนเอง

ศูนย์คุ้มครองสิทธิฯ เครือข่ายผู้บริโภคระดับประเทศ

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพองค์กรผู้บริโภคในจังหวัดต่างๆ เพื่อทำงานเป็นเครือข่ายในการคุ้มครองผู้บริโภค จนถึงปี 2550 มูลนิธิฯ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการผลักดันให้เกิดการจัดตั้ง ‘ศูนย์คุ้มครองสิทธิชุมชน’ มากถึง 72 ศูนย์ ใน 46 จังหวัด ทำงานเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังสินค้าที่เป็นอันตราย เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รับเรื่องร้องทุกข์ และสะท้อนความต้องการและปัญหาจากผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ ให้มารวมกันจนเกิดระบบการจัดการข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคในระดับพื้นที่และระดับชาติ ถือเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ทำให้เกิดความตื่นตัว และสนใจงานคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มขึ้น โดยบทบาทและหน้าที่ของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ประกอบด้วย

  1. รับเรื่องร้องเรียนปัญหาผู้บริโภค ให้คำปรึกษา และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. เป็นตัวกลางในการร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยแก่ผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิจากผู้ประกอบการ
  3. เผยแพร่ข้อมูล ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และร่วมรณรงค์เพื่อให้เกิดความตระหนักในสิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค
  4. ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา และเป็นกระบอกเสียงให้ผู้บริโภค ติดตามและสอดส่องการประกอบการที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคร่วมกับผู้บริโภคและหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภค
  5. ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้บริโภค และสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาสัมคม
  6. ผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะด้านคุ้มครองผู้บริโภค

วารสาร ‘ฉลาดซื้อ’ ช่องทางเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้บริโภคคุ้มครองตนเอง

วารสาร ‘ฉลาดซื้อ’ เป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในท้องตลาดที่นำมาทดสอบ และจัดลำดับเปรียบเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกันในท้องตลาด (Rating Comparative Test) โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือกสินค้านำมาทดสอบ 3 ประการ ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า และด้านความพึงพอใจของผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคนำข้อมูลไปพิจารณาและตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ คุ้มค่าและปลอดภัยต่อตนเอง จนกลายเป็นเงื่อนไขที่เปลี่ยนกระบวนการผลิตของผู้ประกอบการได้ ทำให้ผู้บริโภคสามารถคุ้มครองสิทธิของตนเองได้อย่างแท้จริง

 

ต่อมามูลนิธิฯ ได้เปลี่ยนกลยุทธ์ในการเผยแพร่ข้อมูลของวารสารฉลาดซื้อ จากระบบสมาชิกให้เป็นการเผยแพร่สู่สาธารณะผ่านทางช่องทางออนไลน์ ผ่านทาง www.chaladsue.com ยังเป็นแหล่งรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล ความเคลื่อนไหว ความคิดเห็น และสื่อทุกรูปแบบที่ผลิตโดยมูลนิธิฯ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก และเชิญนักข่าวเข้ามารับทราบผลการทดสอบสินค้า เพื่อนำข้อมูลไปเผยแพร่ทางการรายงานข่าวต่างๆ ทำให้ข้อมูลสำคัญเหล่านี้เข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากขึ้น และทำให้ประเด็นที่นำมาเผยแพร่กลายเป็นที่สนใจในวงกว้าง จนปัจจุบันจำนวนผู้อ่านวารสารแต่ละฉบับเพิ่มขึ้นมากถึงเกือบ 3,000,000 คน และยังเชื่อมไปสู่เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคในต่างประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ยังสร้างศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ เพื่อทดสอบสินค้าอุปโภคบริโภค ที่อยู่รอบตัวผู้บริโภค ได้แก่ สินค้าประเภทเครื่องสำอาง ประเภทไอที และประเภทอาหารและสุขภาพ เพื่อนำเสนอในเว็บไซต์ฉลาดซื้อ และยังมีคอลัมน์ ‘เสียงผู้บริโภค’ เพื่อแนะนำการรักษาสิทธิผู้บริโภคในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การแก้ปัญหาเมื่อนำรถยนต์เข้าซ่อมในศูนย์แล้วโดนสลับอะไหล่โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น โดยนำเสนอเนื้อหาแบบ Infographic ที่สามารถสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจง่าย เช่น สาระน่ารู้เกี่ยวกับน้ำอัดลม หรือการจัดการเมื่อสมุดบัญชีธนาคารสูญหาย พร้อมเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของแต่ละธนาคาร เป็นต้น การพัฒนาเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลานี้ นับเป็นความสำเร็จที่กระตุ้นให้ให้ผู้บริโภคสนใจและติดตามข้อมูลเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

 

 

คุณสารีและมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสนับสนุนให้ผู้บริโภคที่มีความเข้มแข็งทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ  และยังมีบทบาทในการผลักดันนโยบายให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการที่จำเป็นของตนเอง เช่น บริการด้านสุขภาพ การชดเชยความเสียหายจากบริการสาธารณสุข การใช้สิทธิอันพึงมีพึงได้ของตนเอง เป็นต้น รวมถึงเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิผู้บริโภค ผ่านวารสารฉลาดซื้อ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง และยังศึกษาค้นคว้าและทำงานวิจัยในประเด็นที่สำคัญ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงสำหรับการพัฒนาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่สัมพันธ์กับความเป็นจริง และยังเป็นฐานข้อมูลที่สนับสนุนการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้บริโภคในสังคมไทย และบรรทัดฐานการคุ้มครองและรักษาสิทธิผู้บริโภคที่ประชาชนทุกคนไม่ควรมองข้าม

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below