knowledge

3 กลยุทธ์​การขยายผลกิจการเพื่อสังคมไปยังพื้นที่ใหม่ๆ

12 กรกฎาคม 2017


ในการขยายงานนั้น องค์กรภาคสังคมสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขยายงานด้วยการเพิ่มจำนวน การขยายงานด้วยการเพิ่มคุณภาพ การรักษาระดับการทำงาน หรือการขยับไปพัฒนางานเพื่อแก้ปัญหาอื่น ซึ่งเป็น 4 โมเดลสำหรับการขยายงาน ที่เราได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว

การขยายงานที่จะกล่าวถึงในบทความนี้นั้นจะเป็นการขยายงานในรูปแบบ replicate โดยจะแยกออกเป็นการต่อยอดกิจการด้วยตนเอง หรือให้ผู้อื่นใช้โมเดลธุรกิจของคุณไปขยายผล ซึ่งหากคุณต้องการจะขยายผลกิจการเพื่อสังคม คุณควรเลือกวิธีที่เหมาะสม เพราะแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

ข้อดีของการต่อยอดกิจการด้วยตนเอง

  • ระบบการประสานงานส่วนกลางทำให้จัดการกับปัญหาที่จะมาพร้อมกับการขยายกิจการได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยหลีกเลี่ยงการพิพาทระหว่างผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ
  • ความสัมพันธ์ระหว่างพาร์ทเนอร์จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นและสื่อสารกันง่ายขึ้นในการทำงาน
  • ทุกหน่วยงานจะมีความเข้าใจในโมเดลและคอนเซปท์ต่างๆ ในการทำงานเดียวกัน
  • ชื่อที่คุ้นเคย และประวัติการทำงานขององค์กรจะทำให้ง่ายต่อการหาทุน
  • อาสาสมัครที่ทำงานด้วยจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวใหญ่
  • ทำได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งพาสปิริตความเป็นผู้ประกอบการมาก เพราะเพียงนำโมเดลเดิมมาทำซ้ำในพื้นที่ใหม่ หรือขายให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่

ข้อดีของการให้ผู้อื่นใช้โมเดลของคุณไปขยายผล 

  • ขยายผลกระทบทางสังคมและทางการเงินได้ โดยประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ใช้ทรัพยากรไปพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้กิจการต้นแบบได้โดยยังคงไว้ซึ่งความสร้างสรรค์ของผู้ก่อตั้ง
  • ในทางด้านขอทุนสนับสนุนและการทำงานกับอาสาสมัคร การให้ผู้อื่นใช้โมเดลของคุณไปขยายผลจะหลีกเลี่ยงการช่อโกง ปลอมแปลงบัญชีระหว่างเจ้าหน้าที่ได้
  • ทำให้เจ้าของแก่เจ้าของเฟรนไชส์และเจ้าหน้าตั้งใจทำงานมากกว่า เพราะรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของกิจการ

กลยุทธ์ในการขยายผลกิจการเพื่อสังคมไปยังพื้นที่ใหม่ มี 3 รูปแบบ

  1. Organic Growth หรือ การเติบโต ‘ตามธรรมชาติ’ คือ การขยายงานด้วยทรัพยากรตามกำลังขององค์กร ด้วยตัวองค์กรเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้โมเดลเดิมไปจัดตั้งกิจการและแก้ไขปัญหาสังคม หรือจำหน่ายสินค้าและบริการให้กับลูกค้ากลุ่มเดิมในพื้นที่ใหม่

    ตัวอย่าง LifeSpring Hospital อินเดีย

    Anant Kumar

    ในแต่ละปี มีผู้หญิงกว่า 100,000 คน ในประเทศอินเดียเสียชีวิตด้วยสาเหตุเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เนื่องจากโรงพยาบาลรัฐบาลขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนเก็บค่าบริการในอัตราที่สูงเกินไปสำหรับผู้ยากไร้ โรงพยาบาล LifeSpring จึงใช้โมเดลธุรกิจที่ทำให้หญิงมีครรภ์ที่ยากไร้ได้เข้าถึงการดูแลครรภ์ที่มีคุณภาพ โดยใช้ความชำนาญเฉพาะทาง (Specialization) เช่น ว่าจ้างแพทย์และพยาบาลจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ และไม่ใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ทำให้โรงพยาบาลประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ

    เมื่อ LifeSpring ต้องการที่จะขยายกิจการโรงพยาบาล พวกเขาตัดสินใจที่จะขยายด้วยทรัพยากรและกำลังของตัวเอง ผ่านการขายสินค้าหรือบริการของบริษัทให้แก่ลูกค้าใหม่ในพื้นที่อื่น ปัจจุบัน LifeSpring มีโรงพยาบาลในเครือ 12 แห่ง ตามพื้นที่แออัดและยากจนใหญ่ๆ ของประเทศ โดยใช้ทุนสนับสนุนเพื่อสร้างผลกระทบทางสังคมจาก Acumen และทุนเอกชนจากบริษัท Hindustan Latex Limited (HLL)

  2. Social Franchising หรือ การทำแฟรนไชส์กิจการเพื่อสังคม คือ การส่งต่อแนวคิด วิธีการดำเนินกิจการ และโมเดลการแก้ไขปัญหาสังคม ให้กับพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพในพื้นที่อื่นบริหารและดำเนินการต่อด้วยตนเอง โดยให้ความเจ้าของกิจการ และอำนาจในการบริหารภายใต้ขอบข่ายที่ตกลงกันแก่พาร์ทเนอร์คนดังกล่าว

    ตัวอย่าง Dialogue in the Dark  ประเทศเยอรมัน

    ผู้พิการทางสายตามักประสบปัญหาในการประกอบอาชีพและมักถูกกีดกันทางสังคม ซึ่งธุรกิจของ Dialogue in the Dark คือการให้ประสบการณ์ในความมืดแก่ผู้เข้าชมโดยมีผู้พิการทางสายตาเป็นผู้ดูแล ทำให้ผู้เข้าชมเรียนรู้และเข้าใจความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันที่มองไม่เห็น ในขณะเดียวก็ได้เห็นคุณค่า และชื่นชมความสามารถพิเศษของผู้พิการทางสายตา​

                             
Dialogue in the Dark มีผู้เข้าชมกว่า 7 ล้านคนใน 130 เมือง 30 ประเทศทั่วโลก ด้วยการขยายกิจการระบบแฟรนไชส์ และเนื่องจากองค์กรต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการพึ่งพาทุนสนับสนุน หรือความเสี่ยงของการขยายกิจการ Dialogue in the Dark จึงเลือกที่จะขยายผลกิจการด้วยกลยุทธ์การสนับสนุนเพื่อนให้เป็นเจ้าของกิจการเอง (personal collaborative friendchising approach) ซึ่ง Andreas Heinecke ผู้ก่อตั้ง Dialogue in the Dark ได้ออกไปหาพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่เข้าใจแบรนด์และมีทรัพยากรที่จำเป็นในการจัดทำนิทรรศการในความมืด และให้เพื่อนพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นบริหารและจัดการต่อ

            2. Open Access หรือการเข้าถึงแบบเปิด คือ การเผยแพร่องค์ความรู้แบบไม่เก็บค่าบริการบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้ง่าย เช่น Open Access บนอินเตอร์เน็ต ห้องสมุด                สาธารณะ หรือการตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการจะตั้งกิจการเพื่อแก้ไขปัญหาเดียวกัน

               ตัวอย่าง: Grameen Bank ประเทศบังคลาเทศ

               มีคนมากกว่า 1,000 ล้านคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินน้อยกว่า 1.25 ดอลลาร์ (ประมาณ 44 บาท) ต่อวัน Grameen Foundation จึงถูกจัดตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจจาก Mohammad                        Yunus เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงยากไร้ 

ซึ่งหลังจากประกาศผลรางวัลโนเบลออกไป Grameen Bank ก็ได้รับการติดต่อจากหลายๆ พื้นที่เพื่อนำโมเดลการปล่อยเงินกู้รายย่อยนี้ไปใช้ แต่ Grameen Bank ไม่ต้องการจะขยายกิจการในรูปแบบสาขา หรือเฟรนไชส์ พวกเขาจึงจัดตั้ง Grameen Foundation ขึ้น เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับ Microfinance และวิธีดำเนินกิจการ ให้แก่พันธมิตรต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับการขจัดความยากจนที่ต้องการจัดตั้งองค์กรปล่อยกู้ทั่วโลก เพื่อให้พวกเขาได้รับข้อมูลที่สำคัญ และสามารถจัดตั้งธุรกิจปล่อยเงินกู้ให้กับผู้ยากไร้ได้


ที่มาของข้อมูล How to Replicate Social Enterprise, Copenhagen Business School, Coursera

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below