knowledge

เริ่มต้นทำกิจการเพื่อสังคม เริ่มมองหาโอกาสอย่างไร?

13 กรกฎาคม 2017


การเริ่มต้นทำกิจการ(ไม่ว่าจะเพื่อสังคมหรือไม่) องค์ประกอบที่สำคัญสุด คือ ความอยาก พลังความมุ่งมั่นทางใจของผู้ประกอบการ แต่หลังจากที่อยากมากแล้ว คำถามที่มักเกิดขึ้นต่อมาคือ แล้วเราจะเริ่มคิดและลงมือทำอย่างไร?

ในการทำกิจการเพื่อสังคม การเริ่มมองหาโอกาสใน 4 แนวทางนี้อาจช่วยให้สามารถตั้งต้นคิดได้อย่างชัดเจนขึ้น กรอบคิดหรือแนวทางที่ว่า ได้แก่ การหาจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบที่ซ่อนอยู่ การพัฒนาจุดแข็งใหม่ขึ้นมา การกำจัดหรือทำลายความต้องการในสิ่งที่เป็นจุดแข็งเดิม และสุดท้าย คือ การสร้างความต้องการต่อสิ่งที่ไม่เป็นที่ต้องการ

1. การหาจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบที่ซ่อนอยู่

ตัวอย่างของกิจการเพื่อสังคมที่ใช้แนวทางนี้ คือ Specialisterne ซึ่งเป็นบริษัทของคนเดนมาร์กที่ทำเรื่องการฝึกอบรมและให้คำแนะนำสำหรับผู้เป็นออทิสติก Thorkil Sonne ผู้ก่อตั้งเป็นพ่อของลูกชายที่เป็นผู้ป่วยออทิสติกได้ค้นพบว่า ผู้ป่วยออทิสติกมีความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการสื่อสาร มีพฤติกรรมทำกิจกรรมบางอย่างซ้ำๆ ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้คนที่เป็นออทิสติกมีทักษะและเป็นข้อได้เปรียบในการทำงานบางอย่าง เช่น งานตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่ต้องอาศัยความละเอียดและอดทนกับความจำเจ และด้วยแนวคิดแบบเดียวกัน Telehandelshuset ก็เป็นบริษัทของเดนมาร์กอีกแห่งที่จ้างงานคนที่มีปัญหาในการมองเห็น เพราะเชื่อว่าคนที่ความบกพร่องทางสายตาจะมีทักษะในการฟังและความสามารถในการคิดอธิบายต่อได้ดีกว่าคนปกติ และด้วยความสามารถพิเศษนี้ทำให้ Telehandelshuset ได้เปรียบคู่แข่งผู้ให้บริการ telemarketing เจ้าอื่นในตลาด พนักงานของที่นี่สามารถเข้าใจอารมณ์ของคู่สนทนาได้ดีกว่าพนักงานทั่วไป

 

nws_2014-05-06_bus_008_31575511_i4telehandelshuset_emil_jokipii-utzon_20130307_6f_8586285454-1

 

2. การสร้างจุดแข็งขึ้นมาใหม่

Mind Your Own Business (MYOB) เป็นตัวอย่างของกิจการเพื่อสังคมที่ใช้แนวทางการสร้างจุดแข็งขึ้นมาใหม่ มีจุดเริ่มต้นมาจากโครงการที่ต้องการทำให้คนกลุ่มน้อยที่เป็นเด็กชายอายุระหว่าง 11-18 ปี สามารถหลุดจากวงจรอุบาทว์ของการไม่ได้เข้าถึงการเรียนที่มีคุณภาพ ไม่มีงานทำ และเกี่ยวข้องกับการอาชญากรรม MYOB จึงเข้าไปทำงานและกระตุ้นให้เด็กๆร่วมกันเริ่มต้นทำธุรกิจขนาดย่อมขึ้นมา เช่น การล้างรถ การทำเสื้อยืด หรืองานวิ่งเพื่อการกุศล ผลที่เกิดขึ้นหลังจากการเข้าร่วมทำให้เด็กๆเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น มีวิสัยทัศน์ต่ออนาคต ไปจนถึงมีผลการเรียนในโรงเรียนที่ดีขึ้น พูดได้ว่าสิ่งที่ MYOB ได้ทำ คือการเข้าไปสร้างจุดแข็งใหม่ที่ไปปลดล็อคศักยภาพที่ถูกซ่อนไว้เดิมนั่นเอง

screen-shot-2559-12-31-at-1-55-11-am

อีกตัวอย่าง คือ องค์กร The Melting Pot Foundation ซึ่งเป็นโครงการของ Klaus Meyer พ่อครัวคนดังและผู้ร่วมก่อตั้ง Noma หนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก Klaus อยากจะทำให้เด็กชายขอบที่เป็นคนท้องถิ่นในเปรูมีโอกาสและอนาคตที่ดีขึ้น จึงได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอาหารที่สอนศิลปะในการทำอาหารและปลูกฝังความเป็นผู้ประกอบการให้เด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย และในปี 2013 ร้านอาหารของโรงเรียนที่ชื่อว่า Gusto ก็ได้รับเลือกให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดของละตินอเมริกา

dsc0032claus-meyer-in-the-gustu-008

 

3. การทำลายความต้องการในสิ่งที่เป็นจุดแข็งเดิม

ตัวอย่างที่ดี คือ บริษัทจากเดนมาร์กที่ชื่อว่า Vestergaard บริษัทไม่ได้มุ่งไปที่การสร้างและจำหน่ายระบบการปรับคุณภาพน้ำที่มีราคาแพงและใช้วิธีซับซ้อน หรือต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะทาง แต่สิ่งที่ได้ทำเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ใช้ดื่มได้ คือ LifeStraw ซึ่งเป็นหลอดดูดน้ำโดยตรงที่เพิ่มตัวกรองด้านในเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากโรคทางน้ำที่เกิดจากการปนเปื้อนระหว่างการเก็บ ย้ายที่ หรือการใช้น้ำในบ้าน Vestergaard ออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้กลยุทธ์ว่าต้องกำจัดส่ิงที่เชื่อว่าเป็นจุดแข็งและมีคุณค่าแบบเดิมๆ แต่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้นาน ไม่จำเป็นต้องมีชิ้นส่วนเสริมหรือต้องใช้ไฟฟ้าให้ทำงานได้ ซึ่งทำให้ LifeStraw แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นที่มักจะเอาของที่มีอยู่แล้วไปปรับใช้กับประเทศที่กำลังพัฒนา

lifestraw_portable_water_filtration_system_4lifestraw-01-196x500

4. การสร้างความต้องการต่อสิ่งที่ไม่เป็นที่ต้องการ

กิจการเพื่อสังคม Kono แยกตัวออกมาจากคาเฟ่ที่ดูแลโดยอาสาสมัครแบบไม่หวังผลกำไรที่ชื่อว่า Retro โดยปกติคาเฟ่ Retro จะบริจาครายได้ให้โครงการที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในประเทศกำลังพัฒนา เช่น การสนับสนุนโครงการในประเทศเซียร์ร่าลีโอนที่แอฟริกาและประเทศอินเดีย แต่ในปี 2009 ทีมงานของคาเฟ่ คือ Annie Lynskar และอาสาสมัครคนอื่นๆ ต้องการจะทำงานที่มากขึ้นไปกว่าการให้เงินช่วยเหลือ จึงตัดสินใจเริ่มต้นทำอีกองค์กรและสร้าง Kono ขึ้น โดย Kono เป็นกิจการที่ทำเรื่องการค้าอย่างเป็นธรรม (Fairtrade) นำเข้าและขายสินค้าผ้า สิ่งทอที่ผลิตในเซียร์ร่าลีโอนแต่ได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบชาวเดนมาร์กสำหรับ Kono โดยเฉพาะ

aaeaaqaaaaaaaaiwaaaajgrkm2m0mmfjltewngmtndcwni04njg4lwy5mty0mme0mtc3za

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างอื่น ได้แก่ กระเป๋า Bangura ซึ่งเกิดขึ้นจากกลยุทธ์การหารายได้ให้โรงพยาบาล Masanga ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าของประเทศเซียร์ร่าลีโอนเช่นกัน ในตอนที่หาช่องทางสร้างรายได้ ทีมงานของโรงพยาบาลได้ไปติดต่อกับ Alfred Bangura ซึ่งเป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อข้างๆโรงพยาบาล สุดท้ายจึงเกิดเป็นกระเป๋า Bangura เป็นซองใส่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค วัสดุด้านนอกทำจากยางรถจักรยานเก่าที่เก็บได้ในพื้นที่ และเนื่องจากความไม่เสถียรของกระแสไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจึงเป็นของทำมือโดยพนักงานสี่คน ทั้ง Kono และ Bangura ได้สร้างลูกค้าและความจูงใจในการอยากใช้สินค้าจากสิ่งที่เคยถูกมองข้ามและไม่เป็นที่ต้องการมาก่อน โดยการให้คุณค่าต่อการผลิตที่ทำด้วยมือ เย็บด้วยจักร Singer รุ่นเก่า ซึ่งนอกจากจะทำให้ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงานแล้ว การเย็บมือก็กลายเป็นส่วนสำคัญของการเล่าเรื่องราวและสร้างแบรนด์ด้วย กระเป๋าแต่ละใบของ Bangura จะมีลายเซ็นของคนเย็บ หรือแม้กระทั่งเบอร์มือถืออยู่บนฉลากเพื่อสื่อสารกับลูกค้าและเชิญชวนให้มาเยี่ยมชมสถานที่ได้

joinforces_largebangura-computer-sleeves-af-genbrugte-cykleslanger-i-forskellige-farve-med-13-og-15-tommer-notebook

ที่มาข้อมูล: Coursera : Identifying Social Entrepreneurship Opportunities by Copenhagen Business School

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below