knowledge

The Vodafone Farmers’ Club เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือเพื่อเกษตรกรรายย่อย

13 กรกฎาคม 2017


เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงข้อมูล ตลาด และแหล่งเงินทุน ได้มากขึ้นโดยใช้โทรศัพท์มือถือ

สถานการณ์ปัญหา

หลายปีที่ผ่านมานี้ ภาคเกษตรกรรมของประเทศตุรกีชะลอการเติบโต เกิดปัญหาเงินเฟ้อมากทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ชาวนาตุรกีค้าขายลำบาก โดยเฉพาะชาวนารายย่อยที่มีสวนเล็กๆ และเพาะปลูกเพื่อการขายพอเลี้ยงชีพ เมื่อภาคเกษตรกรรมของตุรกีประกอบด้วยเกษตรกรรายย่อยถึง 72%  ปัญหาการผลิตตกต่ำ การเข้าถึงเงินทุน โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และข้อมูลทางการเกษตรจึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ขณะเดียวกัน ชาวตุรกี  93.5% สามารถเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ จึงเป็นโอกาสที่จะพัฒนาชีวิตของชาวนารายย่อยเหล่านี้ผ่านเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ

เกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคม

TABIT เป็นกิจการเพื่อสังคมสัญชาติตุรกี ที่มุ่งมั่นจะเพิ่มศักยภาพของชาวนารายย่อยด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี  TABIT ร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรการเกษตรในตุรกีที่แข็งแกร่ง เพื่อออกแบบโปรเจกต์ สนับสนุนให้เกิดการปฎิบัติ และผลักดันให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) นำไปพัฒนาภาคการเกษตร

tulin-akin

ปัจจุบัน TABIT มีพนักงาน 22 คน  ผู้ร่วมก่อตั้งคือ Tülin Akin ซึ่งได้รับปริญญาด้านการจัดการธุรกิจเกษตร และมีประสบการณ์ในภาคการเกษตรของตุรกี เธอยังเป็นผู้ก่อตั้ง Tarimsal Pazarlama (แปลว่า การตลาดภาคเกษตร) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ e-commerce ที่ดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเกษตร เว็บแรกของตุรกี

เกี่ยวกับหุ้นส่วนจากภาคเอกชน

Vodafone Group คือบริษัทแม่ด้านโทรคมนาคมที่ให้บริการด้านโทรศัพท์ การส่งข้อความมือถือและบริการเครือข่ายภาคพื้นดิน (Fixed Communication) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยเปิดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือใน 26 ประเทศทั่วโลก เป็นหุ้นส่วนกับเครือข่ายมือถือในอีก 57 ประเทศ และให้บริการแก่ผู้ใช้บริการที่ไม่มีการเคลื่อนย้าย (Fixed Broadband) ในอีก 17 ประเทศ โดยรวมแล้ว Vodafone มีลูกค้าประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่ 461 ล้านราย และประเภท Fixed Broadband อีก 13 ล้านราย

Vodafone Turkey เป็นบริษัทลูกในเครือ Vodafone Group เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศตามจำนวนผู้ใช้งานชาวตรุกีกว่า 21.9 ล้านคน (ตัวเลขปี 2558) มีพนักงาน 3,300 คน และมีร้านค้ากว่า 1,200 ร้านทั่วประเทศ และรายได้ของ Vodafone Turkey ครองส่วนแบ่งในตลาด (revenue market share) โทรศัพท์มือถือในตุรกีถึง 36.9% ในปี 2552 Vodafone Turkey ได้จัดตั้งแผนกธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business Segment) ขึ้น เป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมด้วยเป้าหมายที่จะยกระดับชีวิตของกลุ่มคนด้อยโอกาส


ตัวเลขและสถิติ

  • 72% ของธุรกิจภาคการเกษตรเป็นของเกษตรกรรายย่อย
  • 20% ของการจ้างงานในตุรกีอยู่ในภาคเกษตรกรรม
  • 8% ของ GDP ของตุรกี มาจากภาคเกษตรกรรม

โมเดล co-creation: จากความท้าทายสู่การสร้างคุณค่า

screen-shot-2016-11-07-at-4-25-16-pm

1. สร้างแพลตฟอร์ม ICT ใหม่ : จากการร่วมมือกันระหว่าง Vodafone และ TABIT จึงเกิดเป็น Vodafone Farmers’ Club เพื่อการเชื่อมต่อแบบ real time สำหรับชาวนา พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลด้านเกษตรกรรมในรูปแบบดิจิทัลตามความต้องการของผู้ใช้ (customised) มากไปกว่านั้น ชาวนายังสามารถตั้งขายสินค้าของพวกเขา โฆษณาให้ลูกค้าเข้ามาดู และตั้งราคาเองได้ในแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือ เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของชาวนาในการสร้างรายได้ ซึ่งโฆษณานั้นสามารถนำไปโพสต์ที่ช่องทางการสื่อสารอื่นนอกเหนือจากแพลตฟอร์มของ TABIT ได้อีกด้วย

2. ให้ข่าวสารด้านเกษตรกรรมที่มีประโยชน์แก่สมาชิก Vodafone Farmers’ Club : ด้วยความร่วมมือของกระทรวงอาหาร การเกษตรและการปศุสัตว์ (Ministry of Food, Agriculture and Livestock – MFAL) สหภาพการเกษตรตุรกี (Turkish Agricultural Union) และกลุ่มเกษตรกรทำให้ TABIT สามารถส่งข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับเกษตรกรรมใน Vodafone Farmers’ Club ได้ โดยมีคำแนะนำเกี่ยวกับการปลูก แจ้งเตือนหากมีโรคกับศัตรูพืช รายงานสภาพอากาศท้องถิ่น และให้ข้อมูลเกี่ยวกับเงินทุนสำรองจากรัฐบาลและตลาดนัดการเกษตร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ

3. ทำแคมเปญการตลาดและยกให้ชาวนารายย่อยเป็นลูกค้าผู้จงรัก : Vodafone จัดทัวร์และกิจกรรมด้านการตลาดในพื้นที่ตามชนบทของตุรกีด้วยรถให้ความรู้เคลื่อนที่ (educational truck) เพื่อให้เกษตรกรรู้จัก Vodafone Farmers’ Club แนะนำข้อมูลด้านการเกษตรตามความต้องการของลูกค้าผ่านเทคโนโลยีของ Vodafone ให้กับชาวนาทั่วไปและแพ็คเกจโทรศัพท์มือถือลดราคาให้กับสมาชิก พร้อมทั้งความช่วยเหลือด้านการเงิน แพ็กเกจโทรศัพท์แบบจ่ายครั้งเดียวในฤดูเพาะปลูก ซึ่งวิธีนี้ทำให้ Vodafone ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ


ผลกระทบที่มีต่อสังคม ต่อกิจการเพื่อสังคม และต่อธุรกิจ

นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2552 Vodafone Farmers’ Club ได้ลงเแรงสร้างผลกระทบที่ดีอย่างมากมายแก่สังคม

  • ชาวนา 280,000 คนได้รับรายงานสภาพอากาศรายวัน และข้อมูลราคาตลาดรายสัปดาห์ของพืชที่พวกเขาคัดสรร
  • ชาวนา 9 ล้านคนเข้าถึงรถให้ความรู้เคลื่อนที่ของ Vodafone Farmers’ Club
  • Vodafone Farmers’ Club ได้ส่งข้อความ SMS ถึงสมาชิกกว่า 871 ล้านข้อความ
  • Vodafone Farmers’ Club มีผู้ใช้งาน 840,000 ราย คิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนชาวนาที่ลงทะเบียนไว้กับรัฐบาล

ผลกระทบที่มีต่อสังคม

โครงการได้ขยายการเรียนรู้-การใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ (ICT) สู่ชาวนารายย่อย เพิ่มการเข้าถึงข้อมูลด้านเกษตรกรรม เช่น พยากรณ์อากาศและราคาตลาดที่เหมาะสมแบบ real-time (ตามเวลาจริง) เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการทำงาน เทคนิคความรู้และความช่วยเหลือด้านการเงินยังส่งผลโดยตรงต่อการผลิตและการขายที่ดีขึ้น

screen-shot-2016-11-04-at-1-47-49-pm

การโฆษณาที่ได้ผลดีเยี่ยมทำให้เกษตรกรผู้ขายสามารถได้กำไรมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ซื้อสามารถซื้อในราคาที่เป็นธรรมขึ้นเช่นกัน ส่วนการที่ชาวไร่ชาวนาได้รับประโยชน์ด้านการเงิน ดังเช่นการกู้ยืมและการจ่ายเงินตามความต้องการของแต่ละคน ทำให้พวกเขามีโอกาสลดต้นทุนและลดความเสียหายจากการผลัดเปลี่ยนฤดูมากขึ้น ทั้งนี้ นอกจากโปรเจกต์นี้จะได้ช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไร่ชาวนารายย่อยนับพันคนแล้ว Vodafone Farmers’ Club ยังช่วยเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อเกษตรกรให้ดีขึ้นอีกด้วย

ผลกระทบที่มีต่อกิจการเพื่อสังคม

  • ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ TABIT คือการเป็นกิจการเพื่อสังคมที่สร้าง ‘คุณค่า’ เช่นเป็นศูนย์รวมข่าวสารเพื่อการเกษตรที่จัดทำร่วมกันระหว่างหลายกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ อย่างสหภาพเกษตรกรรมและรัฐบาลตุรกี และยังเป็นอีกโอกาสในการขยายตลาดให้กับ Vodafone อีกด้วย
  • ความสำเร็จของโมเดลธุรกิจนี้ยังทำให้ธุรกิจอื่นๆ ในประเทศหันมาสนใจทำงานกับเกษตรกรมากขึ้น
  • กลยุทธ์ความร่วมมือจาก Vodafone ได้เพิ่มเครดิตให้กับ TABIT ในฐานะผู้ให้บริการคุณภาพแก่ภาคเกษตรกรรม

ผลกระทบที่มีต่อธุรกิจ

  • โครงการ Co-Creation สามารถสร้างความเชื่อถือจากเกษตรกร โดยพวกเขาเข้าร่วมธุรกิจในฐานะลูกค้าใหม่และลูกค้าผู้จงรักภักดี นับได้ว่า Vodafone Farmers’ Club สามารถทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและรับรู้ (brand awareness) ในหมู่ลูกค้าในชนบท และทำให้พวกเขาลดอัตราการผลิตที่ไม่จำเป็นลง
  • Vodafone Farmers’ Club ประสบความสำเร็จอย่างมากในตุรกี จึงมีการนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ใน 6 ประเทศ ได้แก่ อียิปต์ กานา อินเดีย เคนยา นิวซีแลนด์ แทนซาเนีย
  • โมเดล Co-Creation นี้ยังสร้างโอกาสแก่ Vodafone ในการเพิ่ม social footprint และสร้างชื่อเสียงแก่บริษัทโทรคมนาคมว่าเป็นธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

เส้นทางสู่ Co-Creation

screen-shot-2016-10-10-at-7-56-07-pm

ในปี 2557  Vodafone ยังถือว่าใหม่ในตลาดการโทรคมนาคมตุรกี และเป็นปีที่ Tülin Akın ผู้ร่วมก่อตั้ง TABIT ได้ไปหารือกับ Vodafone เธอแนะนำ Vodafone ให้ตั้งเป้าหมายที่กลุ่มเกษตรกร เพื่อประโยชน์ทั้งทางสังคมและทางธุรกิจ และได้รับการตอบรับอย่างดีจาก Serpil Timuray, CEO คนใหม่ของ Vodafone Turkey ซึ่งเคยเป็นผู้บริหาร Danone  ทำให้ Serpil คุ้นเคยกับภาคเกษตรกรรมและเห็นอนาคตของการเกษตรสู่ยุคดิจิทัล ดังนั้น เมื่อสิ้นปี 2558 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอาหาร การเกษตร และการปศุสัตว์ หน่วยงานทั้งสองจึงได้ร่วมกันจัดตั้ง Vodafone Farmers’ Clubในฐานะโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมแบบใหม่ ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพการเกษตรตุรกีด้วยเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยให้บริการด้านข้อมูลผ่าน SMS และการโฆษณา ที่จัดตั้งขึ้นในปี 2011 และพัฒนาความยั่งยืนทางการเงินผ่านการปรับโมเดลเดิมให้เป็นโมเดลการคิดค่าบริการแบบผสม (hybrid pricing) สำหรับข่าวสารด้านการเกษตรและการบริการด้านดิจิทัล


องค์ประกอบหลักสู่ความสำเร็จ

  • การสนับสนุนด้านการจัดการ

Serpil Timuray, Vodafone CEO ภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก ผู้มีประสบการณ์ในภาคการเกษตรและเห็นโอกาสที่จะนำเทคโนโลยีเคลื่อนที่เชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรม  เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวนารายย่อย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารนี้จะเอื้อประโยชน์แก่ภาคเกษตรกรรม

  • ความตื่นตัวในการทำงานของ Vodafone

ในระยะแรก Vodafone เริ่มทำโปรเจกต์ดังกล่าวในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของงาน CSR (Corporate Social Responsibility) แต่ต่อมาก็ได้จัดตั้งแผนกธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) ขึ้นเพื่อบริการจัดการด้านการค้าและสังคมอย่างเต็มรูปแบบ โดยทำงานร่วมกับแผนกอื่นของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังจัดทำโครงการอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงและผู้พิการอีกด้วย

  • การร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ

TABIT กับ Vodafone ทำข้อตกลงที่ชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และสามารถสร้างผลประโยชน์ในปริมาณที่เท่าเทียมกันได้

  • ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง

โปรเจกต์เป็นที่รู้จักและได้รับการติดตามมากขึ้นในตุรกีผ่านการทำการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ตามทฤษฎี Below-the-line มีการสื่อสารสองทางกับผู้บริโภคในรูปแบบของการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม อย่างการรุกตลาดท้องถิ่นด้วยรถให้ความรู้เคลื่อนที่ ทำให้โปรเจกต์สามารถเข้าถึงเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

  • มีความเข้าใจภาคเกษตรกรรมอย่างลึกซึ้ง

Tülin Akin เป็นผู้ประกอบการสังคมที่มีเครือข่ายอย่างเหนียวแน่นในภาคเกษตรกรรม ทำให้เธอเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของชาวนา และสามารถออกแบบสินค้าและบริการที่เหมาะสมได้

  • หุ้นส่วนทั้งสองมีความแข็งแกร่ง

TABIT มีเครือข่ายเกษตรกรที่กว้างขวาง ในขณะที่ Vodafone Turkey เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการโทรคมนาคมและเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัล

“TABIT เป็นธุรกิจเพื่อสังคม ส่วน Vodafone เป็นบริษทเอกชนที่ต้องการจะโตแบบมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน การรวมสองแนวคิดเป็นหนึ่งก่อให้เกิดทีมที่เปี่ยมไปด้วยพลัง” – แผนกธุรกิจเพื่อสังคมของ Vodafone

“ในฐานะผู้ประกอบการสังคม ฉันรู้สึกดีใจที่ธุรกิจนี้ขยายตัวและถูกนำไปปรับใช้ในต่างประเทศ” – Tülin Akin

“หนึ่งส่วนสามของมนุษยชาติพึ่งพาอาหารที่ปลูกในพื้นที่เล็กๆ โดยเกษตรกรรายย่อย 500 ล้านคน ประสบการณ์การทำงานของเราในตุรกีเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการบริการด้านโทรศัพท์มือถือสามารถเพิ่มความสามารถในการทำงาน ทำให้ศักยภาพ การผลิตและรายได้สู่ฟาร์มเพิ่มสูง” – Serpil Timuray CEO แห่ง Vodafone Turkey


โมเดลการเงินแบบผสม (Hybrid financing model)

โปรเจกต์ Co-creation นี้ถูกสร้างขึ้นบนโมเดลการเงินแบบผสม (Hybrid financing model) โดยมีเงินทุนส่วนแรกจาก Vodafone ในการทำ CSR และอีกส่วน จากสองวิธีสร้างรายได้ คือ ยอดการขายแพ็คเกจโทรศัพท์ที่ต่ำกว่าราคาตลาด และแพ็คเกจข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกร ซึ่งภายหลัง TABIT และ Vodafone ได้ร่วมกันแบ่งรายได้เป็น 50/50  และร่วมกันทำงานเพื่อนำพาเกษตรกรไปสู่ชีวิตที่ยั่งยืน

 

screen-shot-2016-10-10-at-9-40-00-pm

  • เงินลงทุนเริ่มต้น

    • ทรัพยากรทางการเงินและมนุษย์ : Vodafone ให้ทรัพยากรเงินและแรงงานเพื่อเป็นทุนในการการเริ่มโปรเจกต์ และพัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประสบการณ์การทำงานกับเกษตรกรและเงินลงทุนก่อนหน้านั้นของ TABIT มีส่วนอย่างมากในการออกแบบโมเดลนี้

  • การดำเนินธุรกิจ

    • ที่มาของรายได้

      • การขายแพ็คเกจแผนการใช้โทรศัพท์

        • สมาชิกของ Vodafone Farmers’ Club สามารถซื้อแพ็คเกจโทรศัพท์ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือนตามความต้องการของสมาชิก ราคาที่ถูกลง จะทำให้ Vodafone ขยายฐานลูกค้า

      • เงินค่าบริการข้อมูลข่าวสาร

        • เกษตรกรจะได้รับข้อเสนอในการรับข้อมูลข่าวสาร มีทั้งแบบฟรีและแบบจ่ายค่าบริการ ซึ่งผู้เสียจ่ายค่าบริการจะได้รับข่าวสารที่จัดเก็บตามพื้นที่และพืชที่ปลูกโดยเฉพาะ

      • ลดอัตราการผลิตที่เกินความจำเป็นลง

        • เกษตรกรที่เลือกใช้เครือข่ายของ Vodafone มีอัตราลดการผลิตที่เกินความจำเป็นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเกษตรกรที่ใช้เครือข่ายอื่น

    • ค่าใช้จ่าย

      • การจัดกิจกรรมทางการตลาด

        • ในส่วนของการตลาดเชิงรุก รถให้ความรู้จะเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้านและจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้มือถือมาช่วยในการเพาะปลูก
        • มีแผนการสื่อสารแบบ 360 องศาของ Vodafone เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ Vodafone Farmers Club ไม่ว่าจะเป็นทางการประชาสัมพันธ์ การจัดอีเว้นท์ หรือสื่ออื่นๆ 
        • TABIT จัดคอร์สอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีมือถือ การเกษตรยั่งยืน และน้ำ สำหรับผู้ที่สนใจ

      • การผลิตข้อมูลข่าวสาร

        • TABIT รับค่าจ้างในการผลิตและทำแพ็คเกจข้อมูลข่าวสารเพื่อส่งผ่าน Vodafone Farmers’ Club จาก Vodafone

    • รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย (Net Income)

      • รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกใช้ในการพัฒนาธุรกิจและทำประโยชน์แก่เกษตรกรรายย่อย


แผนในอนาคต

ด้วยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ Vodafone Farmers’ Club และการรับรู้ว่าเกษตรกรในประเทศอื่นๆ ต่างประสบปัญหาแบบเดียวกัน Vodafone Group จึงตัดสินใจนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ในอีก 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย กานา แทนซาเนีย เคนยา อียิปต์ และนิวซีแลนด์ และ Vodafone ได้จับมือกับกิจการเพื่อสังคมในประเทศนั้นๆ เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

ในขณะที่ TABIT ยังเป็นหุ้นส่วนและเป็นผู้ผลิตข้อมูลข่าวสารในตุรกี โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัทหุ้นส่วนสองบริษัทอย่าง alibaba.com และ Şekerbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความตั้งใจของ Vodafone Farmers’ Club ที่จะขยายการเข้าถึงตลาดและการบริการด้านการเงินให้กับเกษตรกรในประเทศ

นอกจากนี้ จากรายงาน ‘Connected Farming in India’ ของ Vodafone Group ชี้ให้เห็นว่า การบริการด้านโทรคมนาคม เช่น ระบบการจ่ายเงิน การกู้ยืม การให้บริการด้านใบเสร็จ และการตรวจสอบคุณภาพห่วงโซ่อุปทาน (supply chain audits) จะเพิ่มรายได้ในอินเดีย ช่วงปี 2558-2563 มากขึ้นกว่า 9 พันล้านดอลล่าสหรัฐ โดยการให้บริการทั้งหมดจะสามารถสร้างประสิทธิภาพที่คุ้มค่าด้านการลงทุน พร้อมทั้งทำให้เกษตรกรรายย่อยประหยัดเงินและนำเงินนั้นไปใช้เป็นต้นทุนด้านอื่นๆ

บทบาทของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในภาคเกษตรกรรมจะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรสู่อนาคตที่สดใส

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below