knowledge

Ana Bella Social School : ส่งเสริมผู้หญิงที่เป็นเหยื่อความรุนแรง

13 กรกฎาคม 2017


สถานการณ์ปัญหา

ความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และผลกระทบต่อจากนั้น ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อมักถูกทำร้ายจากคู่ของพวกเธอและต้องทนทุกข์ทรมานจากการสูญเสียความมั่นใจและบาดแผลตามร่างกาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำลายชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง ทำให้พวกเธอไม่สามารถทำงานได้ดีหรือส่งลูกให้มีการศึกษาที่ดีได้

เกี่ยวกับผู้ประกอบการเพื่อสังคม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Ana Bella Foundation

Ana Bella Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ตั้งอยู่ที่เมืองเซบิย่า ประเทศสเปน จัดตั้งโดย Ana Bella Estévez ในปี 2549 โดยมีภารกิจที่จะสร้างระบบสนับสนุนผู้หญิงที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ด้วยการสร้างอำนาจ (empowering)ให้แก่ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง โดยมูลนิธิได้สร้างเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน (peer support) โดยทำงานร่วมกับภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และสื่อมวลชน ในปี 2555  มูลนิธิได้จัดตั้ง Ana Bella Social School for Women Empowerment โรงเรียนที่ให้การอบรมและช่วยหาอาชีพแก่ผู้หญิงที่รอดชีวิตจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

เกี่ยวกับพันธมิตรภาคเอกชน

  • Danone Spain : บริษัทแนวหน้าในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มีพนักงานถึง 1,200 คน เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการจ้างงานที่มากที่สุดในสเปน และยังเป็นผู้นำด้านการสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืนอีกด้วย ในปี 2552 มีการจัดตั้ง Danone Ecosystem Fund เพื่อสร้างเสริมนวัตกรรมสังคมในกิจการหลักของธุรกิจ โดยมุ่งหวังจะเพิ่มศักยภาพของกิจการในห่วงโซ่อุปทานที่ทำโดยเกษตรกร ผู้จัดซื้อจัดจ้าง ผู้ทำสัญญา บริษัทขนส่ง ผู้จัดจำหน่ายและอื่นๆ เงินทุนจะนำไปใช้ทำกิจการที่จะเพิ่มการจ้างงาน ที่มีการฝึกสอนทักษะและเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะได้รับการจ้างงาน
  • Momentum Task Force (MTF) : บริษัทการตลาดที่เป็นที่รู้จักในสเปน เป็นแหล่งรวมโปรโมชั่นดีๆ และบริการจัดอีเวนท์ให้แก่บริษัทอื่นๆ หลายบริษัท รวมทั้ง Danone Spain ที่จัดจ้างพนักงานขายจาก MTF

ตัวเลขและสถิติ

  • 33% ของผู้ใหญ่ในยุโรปถูกทำร้ายทางร่างกายและทางเพศ ตั้งแต่อายุ 15 ปี
  • 22% ของผู้หญิงในสเปนประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
  • 14% ของผู้หญิงในยุโรปแจ้งความเรื่องการถูกล่วงละเมิด

โมเดล Co-Creation จากความท้าทายสู่การสร้างคุณค่า

screen-shot-2016-11-07-at-4-10-38-pm

1. มีฐานสนับสนุนการจ้างงาน

Ana Bella Social School ให้การสนับสนุนทางสังคม ด้วยการอบรมและโค้ชเพื่อช่วยให้ผู้หญิงที่เป็นผู้รอดชีวิตเลิกพึ่งพาผู้ละเมิด โดยมีโรงเรียนเป็นฐานสนับสนุนให้ผู้หญิงเหล่านี้กลับมามีความมั่นใจ มีสังคม และพัฒนาความสามารถในการขายให้ที่เป็นที่ต้องการของ Danone หรือบริษัทอื่น

2. ให้การอบรมแก่ผู้หญิงที่ทนทุกข์ทรมานจากความรุนแรงในครอบครัว

หลังจากการอบรม โรงเรียนจะคัดเลือกผู้หญิงที่สามารถเป็น brand ambassadors และแนะนำพวกเธอกับ Momentum Task Force จากนั้น MTF จะพาพวกเธอเข้าบริษัทและให้การอบรมการขายเฉพาะสำหรับสินค้าของ Danone ภายใต้โปรแกรม Danone Sales Ambassador ซึ่ง MTF ได้จ้างผู้หญิงที่รอดชีวิต 120 คนเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ทุกปี

3. ให้ผู้หญิงเหล่านี้เป็นแรงเสริมในการขาย

นอกเหนือจากการเป็นฐานสนับสนุนการจัดจ้างแล้ว Danone ยังให้การสนับสนุน Ana Bella Social School ด้วยทุนการอบรมทักษะเฉพาะทาง การช่วยเหลือทางสังคม และการจัดการโครงการ สำหรับ Danone แรงขับเคลื่อนสำคัญของโมเดล Co-creation นี้คือการมีแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ดีที่สุดของรุ่นเป็นคนเชื่อมลูกค้า และให้ข้อมูลสินค้าที่ลูกค้าต้องการ


ผลกระทบที่มีต่อสังคม ต่อกิจการเพื่อสังคม และต่อภาคธุรกิจ

ตั้งแต่ปี 2554 ที่เริ่มดำเนินงาน Ana Bella Social School ได้สร้างผลงานมากมายที่ทำให้สังคมดีขึ้น

  • ผู้หญิง 632 คนได้รับโอกาส
  • ผู้หญิง 364 คนได้รับการอบรมมากกว่า 21 ชั่วโมงต่อปี
  • อัตราการลาออกจากงานลดลงจาก 63% เหลือ 2%
  • อัตราการขาดงานในกลุ่มพนักงานขายลดต่ำลงจาก 40% เหลือเพียง 1%
  • ระหว่างปี 2555-2558 มีการสร้างอาชีพ 156 แบบเพื่อผู้หญิงที่ผ่านโครงการ Ana Bella Social School โดยอาชีพเหล่านี้มีระยะเวลาการทำงานอย่างต่ำ 6 เดือน

ผลกระทบต่อสังคม

โมเดล Co-creation ไม่เพียงทำให้สังคมตระหนักรู้เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเสนอวิธีแก้ไขปัญหา ที่มุ่งปรับทัศนคติของผู้หญิงผู้รอดชีวิตจากการเป็นเหยื่อความรุนแรงด้วยการสนับสนุนให้โอกาสแก่ผู้หญิงที่สามารถเคลื่อนไหวและมีบทบาทในสังคมได้

ผู้หญิงที่ผ่านการอบรมจาก Ana Bella Social School และมีความมั่นใจ ทำยอดขาย และมีทักษะการตลาดจะสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้ดีกว่า โดยเฉพาะการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์นั้นจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่สนับสนุนให้พวกเธอเข้าไปสู่ตลาดแรงงาน พร้อมทั้งเพิ่มการว่าจ้างและศักยภาพในการสร้างรายได้ไปในพร้อมๆ กัน

ที่สำคัญที่สุดคือการที่โปรแกรม Ambassador ช่วยพวกเธอจากการหลุดพ้นการถูกละเมิดและความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

ผลกระทบต่อธุรกิจเพื่อสังคม

การเข้าร่วมโครงการ Co-creation ทำให้มูลนิธิ AnaBella ได้สร้างและทดลองโมเดลสำหรับการอบรบเชิงวิชาชีพและการจัดพื้นที่ให้เหยื่อเพศหญิงจากความรุนแรงในครอบครัว แถมยังทำให้โรงเรียนและมูลนิธิได้รับความสนใจจากสื่อจนเป็นที่รู้จักในสเปนและประเทศอื่นๆ

ความสำเร็จของโครงการเป็นแรงบันดาลใจให้หลายบริษัทในสเปนหันมาจับมือกับโครงการที่ให้โอกาสแก่ผู้หญิงในรูปแบบคล้ายคลึงกัน การร่วมงานกับ MTF ยังช่วยให้โรงเรียนขยายกลุ่มลูกค้าออกไปอีก

สำหรับ Ana Bella Social School การร่วมมือกับภาคเอกชนยังหมายถึงการเรียนภาษาธุรกิจ ยกตัวอย่างการปรึกษาแผนระยะยาวกับ Danone และขั้นตอนการระบุเป้าหมายทางธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย

ผลกระทบที่มีต่อธุรกิจ

โครงการได้เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่แคมเปญด้านการขายของ Danone ด้วยผู้แทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ มุ่งมั่น และทำงานดีเยี่ยม ทั้งนี้ อัตราการลาออกหรือขาดงานของแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ได้รับการอบรมจาก Ana Bella Social School นั้นต่ำกว่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ประเภทอื่นมาก เช่นแบรนด์แอมบาสเดอร์นักเรียน โดยผลที่ได้ออกมาถือเป็นการสะท้อนการพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้า การสร้างความสัมพันธ์กับผู้จัดจำหน่าย และยอดขายที่สูงขึ้นสำหรับ Danone

และสำหรับภาคธุรกิจแล้ว โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่ม social footprint และการสร้างชื่อเสียงให้แก่ Danone และ MTF ในฐานะธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

การเรียนรู้ด้านหนึ่งที่ได้จากโครงการนี้คือผู้หญิงที่รอดพ้นจากความรุนแรงในบ้านสามารถเป็นทั้งส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคม และเป็นส่วนสำคัญที่ธุรกิจขาดแคลน


เส้นทางสู่ Co-Creation

screen-shot-2016-10-15-at-9-42-59-am

แผนก CRS ของ Danone Spain เริ่มมีความสนใจที่จะทำงานกับมูลนิธิ Ana Bella ตั้งแต่ปี 2550 โดย Danone มีความต้องการอย่างมากที่จะมุ่งมั่นพัฒนาการจ้างงานในเวลาที่เศรษฐกิจสเปนผันผวน บริษัทต้องการจะป้องกันไม่ให้จำนวนตัวแทนขายลดต่ำหลังจากมีการลาออกเพิ่มขึ้น การพบปะพูดคุยกันระหว่างสองบริษัทจึงเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่ Ana Bella Estévez ได้รับคัดเลือกเป็น Ashoka Fellow เนื่องจากงานของเธอได้สร้างแรงกระเพื่อมในสเปนและทั่วยุโรป ต่อมาในเดือนกันยายน ปี 2554  Danone และ Ana Bella Social School ได้ทำการทดลองเพื่อหาผู้หญิง 12 คนมาเป็นตัวแทนของแบรนด์ และในเดือนมกราคม ปี 2555 โปรแกรมสร้างแบรนด์แอมบาสเดอร์จึงเริ่มขึ้น


องค์ประกอบหลักสู่ความสำเร็จ

  • ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารชั้นสูง

    • CEO ของ Danone และหัวหน้าฝ่าย Ecosystem Fund ได้ให้การสนับสนุนโครงการอย่างจริงจัง

  • แผนก CSR ตื่นตัวในการทำงาน

    • แผนก CSR เริ่มติดต่อหา Ana Bella Estévez ผ่านทาง Ashoka

  • แผนก CSR และแผนกขายของ Danone มีความกระตือรือร้นในการทำงานร่วมกัน

    • แผนก CSR ได้ลงทุนเริ่มต้นในโครงการนี้ ตามด้วยทุนจากแผนกการขาย

  • ความครอบคลุมของสื่อ

    • โครงการนี้เป็นที่รู้จักทั่วสเปนและยุโรปผ่านสื่อมวลชนนับครั้งไม่ถ้วน

  • การเปิดอกพูดคุย

    • โครงการนี้ก้าวไปข้างหน้าได้ด้วยการพูดคุยอย่าเปิดอกระหว่างหุ้นส่วน ทั้ง Ana Bella Social School ทั้ง Danone และ MTF เห็นได้ว่า ความสัมพันธ์อันดีในที่ทำงานและการเปิดใจเรื่องวิธีทำงานที่ต่างกันนั้นเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่ภาพสุดท้ายร่วมกัน

  • การมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสังคม เป็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาธุรกิจ

    • ความสำเร็จของโครงการอยู่ที่การชูศักยภาพของผู้รอดชีวิตผู้หญิง ในฐานะผู้ได้รับผลประโยชน์และตัวแทนการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการควบบทบาทนี้ผลักดันให้พวกเธอจริงจังกับการทำงานและหาโอกาสใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

  • ความเชื่อใจ

    • การร่วมมือกันของทั้งสามหน่วยงานอาศัยความเชื่อใจซึ่งกันและกันอย่างมาก

“Ana Bella เปลี่ยนทัศนคติของผู้หญิงที่ทนทุกข์ทรมานจากความรุนแรงในครอบครัว ผู้หญิงเหล่านี้เข้มแข็ง และความเข้มแข็งของพวกเธอช่วยเพิ่มศักยภาพแก่ธุรกิจและสังคม” – หัวหน้าแผนก CSR ของ Danone

“โดยพื้นฐาน เราให้การอบรมและฝึกทักษะเพื่อจะปลดล็อคศักยภาพของพวกเธอผู้รอดชีวิต” – มูลนิธิ Ana Bella

“ผู้หญิงนั้นมีความใกล้เคียงกับผู้ซื้อ (shopper) ที่มีทั้งความมุ่งมั่นและแรงผลักดันสูง”- หัวหน้าแผน CSR ของ Danone Spain


โมเดลธุรกิจแบบย่อ

เหมือนกับโมเดลธุรกิจของธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ โมเดลของ Ana Bella Social School นั้นมีฐานการเงินจากหลายแหล่ง ได้แก่ เงินลงทุนและการบริจาค ทุนรัฐบาล และค่าบริการที่ได้จากลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผลกำไรทั้งหมดที่ Ana Bella Social School ได้จะถูกนำไปลงทุนเพื่อผลทางสังคมอีกครั้ง

  • เงินลงทุน

    • เงินทุนและเงินบริจาค

      • โครงการได้รับเงินทุนแรกเริ่มจำนวน 320,100 ยูโรจาก Danone Spain (แผน CSR และแผนกขาย) และจากทุน Danone Ecosystem Fund เพื่อโครงการสำหรับ 5 ปีแรก

  • การดำเนินโครงการ

    • ค่าบริการจากลูกค้า

      • Ana Bella Social School มีรายได้จากค่าบริการที่หุ้นส่วนภาคธุรกิจที่ทำสัญญาไว้กับโรงเรียนจ่ายให้

    • ค่าใช้จ่าย

      • ค่าอบรมผู้หญิงให้เป็นตัวแทนขาย
      • ค่าตอบแทนผู้หญิงในโปรแกรม Ambassador
      • ค่าจัดกิจกรรมของ Ana Bella Social School
      • ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในโปรแกรม Ambassador

  • รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย

    • กำไรทั้งหมดที่ Ana Bella Social School จะนำไปลงทุนในโรงเรียนเพื่อผลทางสังคมอีกครั้ง ทั้งการลงทุนเพื่อเพิ่มความก้าวหน้าให้กับกิจกรรมและธุรกิจ ในแผนงาน


แผนอนาคต

ขณะที่ 75% ของเงินสนับสนุนโครงการทั้งหมดมาจากเงินทุนบริจาค นับเป็นก้าวใหญ่สู่โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน ปัจจุบัน Ana Bella Social School และมูลนิธิกำลังค้นหาวิถีความยั่งยืนแบบใหม่ในการสร้างรายได้ประจำ โดยพึ่งพาเงินสนับสนุนให้น้อยลง วิธีหนึ่งคือการขยายโปรแกรม Ambassador ไปทำกับบริษัทอื่นให้มากขึ้น  ซึ่งมีหลายบริษัทในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดืมในสเปนให้ความสนใจนำโมเดลของโรงเรียนสังคมแห่งนี้ ไปใช้ในการอบรมผู้หญิงในแผนกและจัดกิจกรรมทางการขายอื่นๆ ขณะเดียวกัน Ana Bella Social School ได้ระบุวิธีหารายได้ใหม่อื่นๆ เช่น การอบรมด้านความแตกต่างในที่ทำงาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะมีบทบาทมากในอนาคต หลังจากที่โครงการได้เพิ่มจำนวนผู้หญิงผู้รอดชีวิตให้เข้าถึงการจ้างงานได้มากขึ้น

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below