knowledge

Crowdfunding 2.0 จะเปลี่ยนรูปแบบการเงินเพื่อแก้ปัญหาสังคมได้หรือไม่?

13 กรกฎาคม 2017


แม้ Crowdfunding ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ แต่มีผู้ประกอบการสังคมจำนวนหนึ่งได้พัฒนาให้ Crowdfunding พัฒนาจากการเป็นเพียงรูปแบบที่ระดมทุนสำหรับโครงการ ไปสู่รูปแบบการระดมทุนที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างแท้จริง

kivalogo_plusblurb

ตั้งแต่ปี 2546 Matt Flannery และ Jessica Jackley ได้เปิดตัวเว็บไซต์ kiva.org เพื่อเป็นพื้นที่ระดมทุนสำหรับกิจการขนาดเล็กในประเทศบังกลาเทศ เช่น ธุรกิจตะกร้าสานของแม่บ้านหรือธุรกิจของเกษตรกรรายย่อย เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เข้ามาในเว็บไซต์จะสามารถดูข้อมูลของธุรกิจเหล่านี้ได้ ก่อนจะตัดสินใจให้เงินกู้ขนาดเล็ก (micro-loan) โดยเร่ิมต้นเพียง 25 เหรียญสหรัฐหรือ 875 บาทเท่านั้น และที่สำคัญเงินกู้ดังกล่าวยังไม่มีดอกเบี้ย (interest-free) อีกด้วย

ตั้งแต่นั้นมา ยุคของการระดมทุนจากมวลชนเพื่อการแก้ปัญหาสังคมหรือ Crowdfunding 1.0 จึงได้เริ่มต้นขึ้น ไม่เพียงการระดมเงินทุนให้แก่คนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ให้คนที่มีความสนใจในการแก้ปัญหาสังคมเหมือนกันได้มาเจอกัน และช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลง จนวันนี้ Kiva สามารถระดมทุนได้แล้วสูงถึงเกือบ 850 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 30,000 ล้านบาท โดย 75% ของเงินกู้ทั้งหมดถูกส่งไปถึงกลุ่มผู้หญิงและมีอัตราการคืนเงินสูงกว่า 97% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับการให้เงินกู้ของสถาบันการเงินอื่นๆ


ปัจจุบันการระดมทุนจากมวลชนหรือ Crowdfunding ได้พัฒนาไปสู่ยุค 2.0 ซึ่งมีหลักฐานที่เห็นได้ชัดเจนอยู่ 2 ข้อ คือ

1. การระดมทุนสามารถแก้ปัญหาที่เฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น

Josephine Korijn ที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อสังคมของ Chelwood Capital กล่าวว่า “ช่องทางระดมทุนแบบ Crowdfunding ได้เปลี่ยนจากการลงทุนสำหรับทุกอย่างแบบเว็บไซต์ kickstarter.com ไปสู่การลงทุนสำหรับโครงการในประเด็นที่เฉพาะเจาะจง เช่น เว็บไซต์ที่เป็นแหล่งข้อมูลให้คนที่สนใจเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์สามารถเข้ามาศึกษาและยังเป็นพื้นที่ที่ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุนและโครงการได้มาเจอกัน

Screen Shot 2559-08-10 at 4.28.37 PM

ยกตัวอย่างเช่น DonorsChoose.org ก่อตั้งโดย Charles Best อโชก้าเฟลโลว์และอดีตครูมัธยม เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนสำหรับโรงเรียน เช่น โครงการสร้าง/ปรับปรุงห้องเรียนหรือจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน โดยมีกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและผู้ที่สนใจให้การสนับสนุน จนปัจจุบัน DonorsChoose สามารถระดมทุนได้แล้วถึง 430 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 15,000 ล้านบาท สนับสนุนโครงการไปแล้วกว่า 700,000 โครงการ และมีเด็กนักเรียนได้รับประโยชน์ถึง 19 ล้านคนทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

Screen Shot 2559-08-10 at 4.27.26 PM

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ youcaring.org เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวหรือเพื่อนสามารถสร้างโครงการสำหรับคนใกล้ชิดหรือคนที่ตัวเองรักที่กำลังทุกข์ทรมานกับโรคร้าย ซึ่งสามารถระดมทุนได้แล้วมากกว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 13,000 ล้านบาท

2. การรวมพลังของผู้บริโภคเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมของบริษัท

นอกจาก Crowdfunding จะเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ให้และผู้รับทุนมาเจอและสนับสนุนกันแล้ว ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมอำนาจการซื้อของผู้บริโภคมาสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นองค์กร grounds well.org ของ Will Byrne อโชก้าเฟลโลว์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่ที่คนต้องการใช้พลังงานสะอาด (renewable energy) มารวมตัวกัน เพื่อซื้อพลังงานได้ในราคาที่ถูกขึ้น นอกจากนี้ Byrne ยังพัฒนาระบบที่สามารถโน้มน้าวบริษัทเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรูปแบบสินค้าและบริการได้ เรียกว่า ‘Threshold

Screen Shot 2559-08-10 at 4.26.51 PM

Byrne กล่าวว่า “ระบบ Threshold เปิดโอกาสผู้บริโภคร่วมกันริเริ่มแคมเปญเพื่อเรียกร้องให้บริษัทเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่าง หากบริษัททำตามข้อเรียกร้องนั้น ผู้บริโภคเหล่านี้ก็ตกลงจะซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทเช่นกัน โดย groundswell จะทำ gift voucher ร่วมกับบริษัทเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้บริโภคจะซื้อสินค้าตามที่ตกลงไว้”

ระบบ Threshold กำลังถูกทดสอบในวอชิงตัน ดีซี และซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา หากเข้าไปดูในเว็บไซต์จะพบว่าแคมเปญต่างๆ มีความหลากหลาย เช่น แคมเปญเรียกร้องให้ร้านอาหารชื่อดังบริจาคอาหารเหลือให้กับคนไร้บ้าน และแคมเปญเรียกร้องให้บริษัทจักรยานจัดอบรมการซ่อมจักรยานนอกสถานที่ เป็นต้น โดยการเรียกร้องของผู้บริโภคที่การันตีการสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าได้ส่งผลให้ปฏิกิริยาของบริษัทเปลี่ยนไป ไม่เป็นการเรียกร้องจากศัตรู สร้างความขัดแย้ง แต่เป็นบทสนทนาระหว่างกันเพื่อหาคุณค่าในการทำธุรกิจที่แท้จริง

ซึ่งอันที่จริงแล้วบริษัทก็ชื่นชอบแคมเปญดังกล่าวเนื่องจากเป็นเหมือนเสียงสะท้อนโดยตรงจากลูกค้าที่ทำให้บริษัททราบว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือเห็นเป็นคุณค่าจริงๆคืออะไร สิ่งไหนที่ลูกค้าพร้อมจะจ่ายเงินให้ โดยที่แทบไม่ต้องใช้การสำรวจทางการตลาดเลยด้วยซ้ำ ลูกค้าพร้อมจะจ่ายเงินให้ทันทีและจ่ายมากขึ้นด้วย เพียงแค่บริษัทเปลี่ยนรูปแบบสินค้าและบริการตามที่แคมเปญเรียกร้องเท่านั้นเอง

Threshold ถือเป็นต้นแบบและผู้นำการเคลื่อนไหวของผู้บริโภครูปแบบใหม่ที่เรียกว่า การบริโภคของประชาสังคม (Civic Consumption)ทำให้เราเห็นผู้บริโภคเป็นนักเคลื่อนไหวที่ใช้อำนาจการซื้อสินค้าเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนรูปแบบการประกอบธุรกิจและพฤติกรรมของบริษัทต่างๆได้

ผู้ประกอบการสังคมอย่าง Charles Best และ Will Byrne กำลังสร้างวิวัฒนาการของการระดมทุนจากมวลชนหรือ crowdfunding ให้ก้าวไปอีกระดับหนึ่งหรือเรายกว่ายุคแห่ง Crowdfunding 2.0


ในขณะนี้ UBS และ Ashoka ได้ร่วมมือกันจัดการแข่งขัน UBS Social Innovators program เพื่อค้นหาผู้ประกอบการสังคมอย่าง Charles Best และ Will Byrne เพื่อสนับสนุนให้เขาเหล่านั้นสามารถขยายผลงานและการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองสร้างขึ้นได้ในวงกว้าง สามารถสมัครเข้าร่วมและติดตามข่าวสารได้ที่ UBS Social Innovators program หรือ #UBSInnovate บน Twitter

สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ Crowdfunding 2.0: Can Social Innovators Turn The Model On Its Head? – forbes.com

ขอบคุณภาพจาก http://www.nonprofitlawblog.com/assets/Crowdfunding.png  

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below