knowledge

The Storyteller’s Secret – เคล็ดลับของนักเล่าเรื่อง

13 กรกฎาคม 2017


เพราะอะไร ผู้ประกอบการที่เริ่มทำธุรกิจจากโรงรถจึงสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกได้

เพราะอะไร ผู้อพยพที่ไร้ปริญญาบัตรจึงสามารถสร้างตนเองจากพ่อค้าขายเสื้อยืดจนเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่โด่งดังที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เพราะอะไร กรุงโตเกียวจึงนำเสนอ PowerPoint ที่ตื่นตาตื่นใจจนช่วงชิงการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกได้

เพราะพวกเขาสามารถเล่าเรื่องที่เฉียบแหลมและจับใจผู้คน

หนังสือ The Storyteller’s Secret – “เคล็ดลับของนักเล่าเรื่อง” : เขียนโดย Carmine Gallo ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดและการสื่อสาร ผู้เขียน Talk Like TED – “พูดเหมือน TED” หนังสือติดอันดับขายดีในสหรัฐอเมริกา  Carmine ถ่ายทอดหลักการณ์ใน “การเล่าเรื่อง” ที่มีพลังเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ขับแรงกระตุ้น ให้การศึกษา เสริมแบรนด์ ปลุกการเคลื่อนไหว  และเปลี่ยนชีวิต  นิตยสาร The New York Time  เรียกการเล่าเรื่องว่าเป็น “เครื่องมือกลยุทธ์อันทรงพลังที่ต้านทานไม่ได้” หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของผู้นำที่โดดเด่น 50 คน เช่น Richard Branson, Steve Job, Sheryl Sandberg, Dr. Martin Luther King, Jr., และ Malala Yousafzai รวมทั้งผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Starbucks, Southwest Airlines, Whole Foods และ Pixar  ผู้นำเหล่านี้เปิดเผยว่า การเล่าเรื่องเป็นปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จในชีวิตของพวกเขา เรื่องเล่าที่ดีสามารถจุดประกายความคิดและกระตุ้นให้คนลงมือทำ ยิ่งไปกว่านั้น ยังปฏิวัติความคิดและกระตุ้นให้คนติดตามความฝันของตนเอง

The Storyteller’s Secret อธิบายว่าสมองของคนจะเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความรัก โดยเฉพาะเรื่องสะเทือนใจ และมีงานด้านวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวที่จูงใจและเอาชนะใจคนอื่นได้  นอกจากนี้ ยังชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงระบบคิดของคนอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจากประโยคเด็ดเพียงหนึ่งเดียว โดยอ้างถึง Richard Branson ผู้ประกอบการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ที่กล่าวว่า “ศิลปในการเล่าเรื่องสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง”

ในบทสรุปของหนังสือเล่มนี้อ้างถึงคำกล่าวของ Robert Stone นักเขียนวนิยายชาวอเมริกันที่ว่า การเล่าเรื่องเป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกับอาหาร เราไม่สามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากมัน เพราะตัวตนของเราคือเรื่องราว ดังนั้นเราทุกคนต่างเป็นนักเล่าเรื่อง ยิ่งคุณยอมรับความคิดนี้เร็วเท่าไร คุณจะเริ่มวางแผนสร้างอนาคตตนเองได้เร็วขึ้นเท่านั้น

การเล่าเรื่องเสริมสร้างวัฒนธรรมให้แข็งแกร่งและช่วยสืบทอดวัฒนธรรมสู่คนรุ่นต่อไป การทำธุรกิจนับเป็นวัฒนธรรมของประชาชน ที่รวมตัวกันเพื่อขายสินค้าและให้บริการเพื่อพัฒนาชีวิตของลูกค้า และผลักดันให้โลกก้าวหน้า  Angela Ahrendts ผู้จัดการร้าน Apple กล่าวว่า “แบรนด์ดังและธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งกาจ เราต้องเล่าเรื่องจริง ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ความรู้สึก และเรื่องราวที่จับใจ เพราะเรากำลังสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน และความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ต้องสร้างบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ” การเล่าเรื่องเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เรื่องเล่าเชื่อมโยงกับผู้คนอย่างลึกซึ้ง คนเล่าเรื่องส่งอิทธิพลให้คนอื่นๆ ฝันไกลและลงมือทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จุดจบของเรื่องหนึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องใหม่  Plato นักปราชญ์กรีก เคยกล่าวว่า เรื่องราวของพวกเราจะเป็นการศึกษาของวีรบุรุษ นั่นหมายถึงเรื่องราวสามารถสร้างสรรค์ ให้แรงบันดาลใจ และเป็นแนวทางสำหรับผู้อื่นที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการเล่าเรื่องราวของเขา

carmine_quote21

The Storyteller’s Secret รวบรวมเคล็ดลับอันเป็นกลยุทธ์ของนักเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการนำเสนอความคิดเพื่อเป้าหมายในการให้การศึกษา ระดมทุน พัฒนาทีมงาน ให้ความบันเทิง การขายสินค้า หรือการนำเสนอผลงานให้เป็นที่จดจำ  ยกตัวอย่างเช่น

สร้างแรงบันดาลใจ เล่าสิ่งที่คุณหลงใหล : นักเล่าเรื่องผู้สร้างแรงบันดาลใจต้องเป็นคนที่มีแรงบันดาลใจท่วมท้น พวกเขาจะมีแรงผลักดันที่ชัดเจนและกระตือรือล้นที่จะเล่าเรื่องที่ตนหลงใหล (passionate) แก่ผู้ฟัง 

  • ทำไมคุณถึงตั้งบริษัท ทำไมคุณจึงทำสิ่งที่กำลังทำอยู่
  • สินค้า การบริการ (ของบริษัท) หรือภารกิจ (ขององค์กร) ของคุณ ช่วยพัฒนาชีวิตของลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายอย่างไร
  • คุณหลงใหลเรื่องอะไร
  • อะไรคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของคุณเริงร่า

แบ่งเรื่องเล่าเป็น 3 ส่วน

  1. ตรึงผู้ฟังด้วยคำถามหรือความท้าทายที่คาดไม่ถึง
  2. เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับการฮึดสู้ที่นำไปสู่การเอาชนะความท้าทาย
  3. จุดประกายให้ผู้ฟังแปลงความคิดเป็นการปฏิบัติ

  • หัวข้อในการนำเสนองานของคุณคืออะไร
  • ความท้าทายที่คุณสามารถนำเสนอคืออะไร
  • คุณพยายามเอาชนะความท้าทายด้วยอะไร
  • อะไรคือทางออกและจะทำได้อย่างไร

หนึ่งในกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ การพูดบนเวที TED Talk ของ Bill Gates เมื่อปี พ.ศ. 2552 เรื่องไข้มาเลเรียที่คร่าชีวิตของประชาชนทั่วโลก Gates เริ่มพูดว่าปลาฉลามเป็นสัตว์ที่ดุร้ายเพราะมันฆ่ามนุษย์ 10 คนต่อปี แต่ยุงโหดร้ายกว่าเพราะทำลายชีวิต 725,000 คนต่อปี  เพราะเขามุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหานี้ จึงต้องเรียกร้องความสนใจของผู้คน  เมื่อผ่านไปประมาณ 5 นาที Gates พูดว่า “เป็นที่แน่นอนว่า ยุงเป็นพาหะของไข้มาเลเรีย ผมได้นำมันมาด้วยเพื่อเป็นประสบการณ์ของพวกคุณ”  และเดินไปหน้าเวที เปิดฝาครอบแก้วให้ยุงบินออกมา แล้วพูดต่อว่า “ผมจะปล่อยให้พวกมันบินไปทั่วห้องประชุม เพราะไม่มีเหตุผลว่าทำไมคนจนเท่านั้นที่ควรได้รับประสบการณ์นี้”  TED Talk ของ Bill Gates ทำให้สื่อมวลชนตื่นตะลึงและขยายผลไปทั่วสื่อกระแสหลัก PowerPoint ของ Gates ได้ใช้กลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญของนักเล่าเรื่องที่รวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้ นั่นคือนำเสนอสิ่งที่ผู้ฟังคาดไม่ถึง

 

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below