knowledge

4 โมเดลเพื่อการขยายงานสำหรับองค์กรภาคสังคม

14 กรกฎาคม 2017


การพูดคุยกันเรื่องการขยายงานขององค์กรภาคสังคม (Scaling Model) ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา  ที่ผู้นำองค์กรต่างต้องมีคำตอบเอาไว้สำหรับช่อง “ความยั่งยืน” สำหรับการเขียนโครงการขอทุนหรือการสื่อสารกับนักลงทุน/ผู้สนับสนุน   เพราะนาทีนี้ ไม่มีแหล่งทุนใดอยากจะสนับสนุนโครงการ ad hoc ที่เป็นกิจกรรมเดี่ยวๆ หรือโครงการที่ทำแล้วจบไป  ไม่ได้มีความต่อเนื่องหรือความยั่งยืน

ทีม schoolofchangemakers ศึกษาแนวคิดการขยายงานจากกรณีศึกษา งานวิจัย และการสัมภาษณ์องค์กรภาคสังคม สรุปได้เป็น 4 โมเดลสำหรับการขยายงานที่องค์กรภาคสังคมในประเทศไทยและทั่วโลกใช้กันทั่วไป ได้ดังนี้

Scaling model

1. Scale the number   การขยายงานด้วยการเพิ่มจำนวน  ไม่ว่าจะเป็นจำนวนกลุ่มเป้าหมาย/ ผู้ได้รับประโยชน์  หรือขยายพื้นที่    ซึ่งแบ่งย่อยได้เป็นการ Scale Up คือองค์กรขยายงานเอง โดยการระดมทุนและจ้างคนเพิ่ม หรือ Scale Out คือองค์กรแบ่งปันวิธีทำงาน/เครื่องมือ ให้องค์กรอื่นๆ หรือภาครัฐ รับไปทำ ร่วมกันขยายงาน

2. Scale deep  การขยายงานด้วยการเพิ่มคุณภาพ  การพัฒนางานด้วยการไม่เพิ่มจำนวน แต่เพิ่มความเข้มข้นในการทำงาน หรือลงลึกกับการแก้ปัญหาให้มากขึ้นกับจำนวนกลุ่มเป้าหมาย หรือพื้นที่ที่มีอยู่และรวมถึงการ

3. Maintain  สำหรับองค์กรที่อยู่ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะกับการขยายงานทั้งจำนวนและคุณภาพ แต่อยู่ในช่วงรักษาระดับการทำงาน  เช่นช่วงการเปลี่ยนผ่านของทีมงาน หรือการเปลี่ยนสถานะหรือขององค์กร

4. Restart สำหรับองค์กรที่ดำเนินงานมาจนปัญหาได้รับการแก้ไข หรือมีภาครัฐรับไปทำแล้ว องค์กรอาจมองเห็นโอกาสที่จะขยับไปทำงานเพื่อแก้ปัญหาอื่นๆ  ก็จะมีพัฒนางานใหม่ๆ ต่อไป

ตัวอย่าง:

Kaboom!  กับการ Scale out หรือ Bricks-to-Clicks

Kabook buildkit

Kaboom! เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี   มองว่าเด็กๆ รุ่นใหม่ขาดโอกาสที่จะได้เป็นเด็ก  เพราะ “การเล่น” นั้นหายไปจากบ้าน โรงเรียนและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กอเมริกัน 16 ล้านคนที่ครอบครัวอยู่ในภาวะยากจน  หากเด็กได้มีโอกาสวิ่งเล่น ออกกำลัง เด็กจะแข็งแรง มีความสุขและมีความพร้อมที่จะเรียน

ปี 1995 Kaboom เร่ิมต้นจากการสร้างสนามเด็กเล่นแห่งแรกขึ้นในชุมชนหรือพื้นที่ยากจน  และสร้างต่อๆ มาด้วยโมเดลการสร้างสนามเด็กเล่นอย่างมีส่วนร่วม  ซึ่งตอบโจทย์ที่ Kaboom! ตั้งไว้

แต่โมเดลของการระดมการสนับสนุนเพื่อสร้างสนามเด็กเล่นเป็นโมเดลที่ใช้เงินมาก และขยายจำนวนได้ค่อนข้างช้า    ซึ่ง Jeffrey Bradach เขียนเล่าถึง Kaboom! ไว้ใน Stanford Social Innovation Review ว่าช่วงสิบปีแรกของ Kaboom! คือช่วง Bricks Years  ที่ Kaboom! สร้างสนามเด็กเล่นได้ 750 สนาม   และเมื่อ Kaboom! เข้าสู่ Clicks Years (ซึ่งมีการพัฒนาเว็บไซต์ที่รวบรวมพัฒนาเนื้อหา และเครื่องมือสนับสนุนให้กลุ่มคนและองค์กรอื่นๆ นำเอาวิธีการสร้างสนามเด็กเล่นของ Kaboom! ไปสร้างเองได้) สามปีแรกของ Click Years มีกลุ่มและองค์กรอื่นๆ เอาวิธีของ Kaboom! ไปสร้างสนามเด็กเล่นได้ถึง 4,000 สนาม

ปัจจุบันจำนวนสนามเด็กเล่นที่ Kaboom! สร้างเอง และองค์กรอื่นๆ ร่วมกันทั้งหมดสูงถึง 16,300 แห่ง  สร้างความมีส่วนร่วมให้อาสาสมัครได้มาช่วยสร้างถึงกว่า 1 ล้านคน (รวมถึง Michelle และ Barack Obama)  และทำให้เด็กๆ 8.1 ล้านคนเข้าถึงสนามเด็กเล่น

นอกจากนั้น Kabook!  ยังขยายงานไปสร้างสรรค์การเล่นในรูปแบบต่างๆ ทำแผนที่สนามเด็กเล่นอีกด้วย  และ Darell Hammond  ผู้ก่อตั้งได้ยังได้เขียนหนังสือเล่าเรื่อง Kaboom! ไว้ และกลายเป็นหนังสือขายดีติดอันดับ New York Times Bestseller

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กับ14 ปี กับการ Scale up/ deep และ Restart

โครงการอาหารกลางวันเด็ก (มพด.)

มพด. เร่ิมทำโครงการแด่น้องผู้หิวโหย จากงานวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (พ.ศ. 2521) ที่ได้นำเสนอข้อมูลว่าประเทศไทยมีเด็กที่เป็นโรคขาดสารอาหารถึงปีละ 5 แสนคน และไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคนต้องเสียชีวิต

โดยเร่ิมจากระดมเงินบริจาคเพื่อเป็นทุนอาหารกลางวันให้เด็ก  และโครงการได้มีการพัฒนาต่อเนื่องเป็นลำดับ ในช่วงปี 2522-2528 โดยพัฒนาโมเดลจากระดมทุนซื้ออาหาร ไปทำโครงการเกษตรที่ส่งเสริมให้ปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ในโรงเรียน  และต่อมาสนับสนุนให้ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการเอง

ในช่วงปี 2529-2534 ได้ขยายงานโครงการอาหารกลางวัน/ อาหารเสริมและการเกษตรในโรงเรียน ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น และขยายทำงานเชิงลึกในชุมชน ศึกษารูปแบบการเสริมพลังครอบครัวและชุมชนเพื่อให้มีบทบาทป้องกันและแก้ไข ปัญหาเด็ก  ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องโภชนาการและพัฒนาการของเด็ก

จนกระทั่งปี 2535 รัฐบาลได้ดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนทั่วประเทศ  ซึ่งทำให้มพด. ขยับบทบาทจากการทำงานโภชนาการเด็ก ไปสู่งานพัฒนาการเด็กด้านอื่นๆ

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below