[CMIN] การสร้างความร่วมมือของอาจารย์แบบข้ามศาสตร์ และการบูรณาการการระหว่างสาขาวิชา (Cross-disciplinary)

27 กรกฎาคม 2560
การศึกษาการเข้าถึงการศึกษา, คุณภาพการศึกษา, การเลือกเรียนต่อ, คุณภาพครู, ศักยภาพเด็กและเยาวชน, การเล่น, ปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน, ธุรกิจและกิจการเพื่อสังคม, การลงทุนทางสังคม, การคุ้มครองผู้บริโภค, การจ้างงาน, การค้าที่เป็นธรรม, การท่องเที่ยวชุมชน, ความรับผิดชอบต่อสังคม, การมีส่วนร่วม, ศิลปะวัฒนธรรม, เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น, ความโปร่งใส, บรรเทาภัยพิบัติ, สื่อมวลชน, กฎหมายและนโยบาย,

All

โดย ดร.ธนาทิพย์ จันทร์คง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

หนึ่งในความท้าทายของการทำงานสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษาเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านประสบการณ์การลงมือทำจริงนั้น คือ การร่วมงานแบบข้ามศาสตร์ และการบูรณาการระหว่างคณะและสาขาวิชา ซึ่งอาจารย์ในหลายสถาบันการศึกษาก็ลงความเห็นตรงกันว่า การสร้างความร่วมมือระหว่างอาจารย์ด้วยกันเอง เป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญ แต่ยังติดข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยได้ยาก

อ.ธนาทิพย์ เป็นอาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรวบรวมกำลังพล ริเริ่มสร้างเครือข่ายอาจารย์ที่สนใจสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ทั้งต่างสาขาวิชา ต่างคณะ และต่างมหาวิทยาลัย เพื่อขยายความร่วมมือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้เกิดขึ้นกับนิสิตนักศึกษา ทาง School of Changemakers จึงเชิญอ.ธนาทิพย์ มาแบ่งปันประสบการณ์ให้กับอาจารย์อีกหลายๆ ท่านที่สนใจอยากสร้างเครือข่ายอาจารย์ 

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

1. ต้องมีความอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแรงกล้า : การเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้พลังงานมาก อาจารย์ควรเลือกทำในสิ่งที่ชอบ แล้วนำความชอบของตัวเองมาเป็นแรงกระตุ้นให้เดินหน้าต่อไป ซึ่งการที่อาจารย์เป็น Changemaker เอง ลงมือทำโปรเจกต์ด้วยตัวเอง และขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ท่านอื่นๆ ในส่วนที่เราขาดความเชี่ยวชาญ ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือขึ้นมาได้

การเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มต้นสร้างได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอให้มีเครือข่าย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการสอดแทรกมุมมองด้านสังคมและชุมชนเข้ากับนักศึกษา ก็สามารถทำได้ในวิชาที่ตัวเองสอน เช่น ในวิชาวิศวกรรมการสื่อสาร ก็ตั้งโจทย์ให้นักศึกษาหาคำตอบว่าการใช้กะละมังครอบเสาสัญญาณโทรทัศน์บนหลังคาบ้านที่เราพบเห็นชาวบ้านในชุมชนทำนั้น จะช่วยให้โทรทัศน์รับสัญญาณได้ชัดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งการทำแบบนี้ก็จะช่วยให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านทฤษฎีมาใช้ในทางปฏิบัติได้มากขึ้น และนักศึกษาก็จะได้ลองคิดในมุมของสังคมและชุมชนมากขึ้นด้วย 

 

2. บินเดี่ยวไม่รอด : แม้จะเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวคนเดียวได้ แต่ในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว ควรเชิญชวนอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่สนใจมาช่วยกันด้วย 

ความท้าทายที่เกิดขึ้นคือ การสร้างแรงจูงใจให้อาจารย์ท่านอื่นๆ มาช่วยงานที่อยู่นอกเหนือจากภาระงานของอาจารย์ ซึ่งสิ่งที่ อ.ธนาทิพย์ทำ คือการพยายามลดภาระของคนที่มาช่วยให้ได้มากที่สุด เช่น การหางบสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนที่มาช่วยไม่ต้องรับภาระเพิ่มจากการมาช่วยงาน เพราะเราขอใจจากการทำงาน แต่ต้องไม่ใช่งานการกุศล นอกจากนี้การเชิญชวนให้อาจารย์ท่านอื่นๆ มาช่วยกันคิด ช่วยกันทำตั้งแต่วันแรกที่เริ่มโครงการ ก็จะทำให้อาจารย์ท่านอื่นๆ รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ และทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นขึ้นด้วย

 

3. เชื่อมั่นในความเป็น expert ของทุกคน : เริ่มจากการมองว่าตัวเรามีความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านใด แล้วคิดต่อว่าเราต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านใดอีกบ้าง ที่จะสามารถร่วมงานกันแล้วเกิดประโยชน์สูงสุดกับนักศึกษา แล้วจึงเริ่มรวมทีมจากตรงนั้น โดยทำในสิ่งที่ทำได้ในฐานะทีมงานก่อตั้ง เมื่องานสำเร็จแล้วก็จะมีคนตามมาเองโดยที่เราอาจไม่ต้องออกแรงมากอย่างที่คิด  

 

4. ความสุขอยู่ที่ความสำเร็จด้านจิตใจ : แม้บางโครงการอาจมีผู้สนับสนุนไม่มาก แต่สิ่งใดที่คิดว่าควรทำเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา เราก็ควรทำ เพราะเมื่อเราได้เห็นนักศึกษาได้พัฒนากระบวนการคิด และได้เรียนรู้จากโครงการที่เราผลักดันให้เกิดขึ้น ทั้งตัวเรา อาจารย์ และบุคลากรท่านอื่นๆ ที่มาช่วยเรา ก็จะมีความสุขไปด้วย ซึ่งนับเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าตัวเงิน และยังเป็นการสร้างพลังงานบวกที่จะเป็นแรงกระเพื่อมของการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย  

 

ความท้าทายในปัจจุบัน (Challenge) 

  • การหาให้เจอว่าอาจารย์ที่ใช่ ที่เหมาะกับการมาเข้าร่วมเครือข่ายกับเราคือใคร และอยู่ที่ไหน 
  • ทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ที่มีอยู่มั่นคง และยั่งยืน
  • ทำอย่างไรให้ทุกคนได้รับการตอบแทนที่เหมาะสม ไม่ใช่เป็นเพียงงานอาสา
  • แพลตฟอร์มที่สามารถรองรับเครือข่ายอาจารย์จำนวนมาก ที่จะทำให้เกิดความร่วมมือที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อต่อยอดงานและสร้างผลลัพธ์ในวงที่กว้างออกไป
เนื้อหาสรุปจากการอภิปรายเครือข่ายอาจารย์มหาวิทยาลัย Changemakers Incubation Network ในงาน EAT-MEET-SHARE เมื่อวันที่ 15-16 มิถุนายน 2560 
Hashtags: