[CMIN#2] แชร์ประสบการณ์อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เริ่มต้นบ่มเพาะนักเปลี่ยนแปลงสังคมรุ่นใหม่ด้วยวิชา GenEd

11 ตุลาคม 2560
การศึกษาการเข้าถึงการศึกษา, การเลือกเรียนต่อ, การเล่น, คุณภาพการศึกษา, คุณภาพครู, ปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน, ศักยภาพเด็กและเยาวชน, , การมีส่วนร่วม, เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น, สื่อมวลชน, ความโปร่งใส, บรรเทาภัยพิบัติ, ศิลปะวัฒนธรรม, , กฎหมายและนโยบาย, ธุรกิจและกิจการเพื่อสังคม, การลงทุนทางสังคม, การคุ้มครองผู้บริโภค, ความรับผิดชอบต่อสังคม, การจ้างงาน, การค้าที่เป็นธรรม, การท่องเที่ยวชุมชน,

เด็กวัยรุ่น,


จบกันไปสดๆ ร้อนๆ กับงาน CMIN#2 กิ๋น ม่วน ฮอม มิตติ้งครั้งที่ 2 ของเครือข่ายอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นพัฒนาการเรียนการสอน เพิ่มศักยภาพให้นักศึกษาด้วยการสนับสนุนให้นักศึกษาสร้างการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาสังคมผ่านวิชาที่เรียน หรือระบบสนับสนุนต่างๆ ในมหาวิทยาลัย จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เมื่อวันที่ 7-8 ตุลาคม 2560 ซึ่งภายในงานมีวงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของอาจารย์หลายท่าน หนึ่งในนั้น ได้แก่ การใช้วิชา GEN111 มนุษย์กับหลักจริยศาสตร์เพื่อการดำเนินชีวิต (Man and Ethics of Living) ซึ่งเปิดสอนสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีปี 1-2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมีนักศึกษาลงเรียนกว่า 1200 ชีวิต ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำใน นอกห้อง และร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอด 2 เทอม ด้วยการจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบบูรณาการณ์ โดย อ.ปาณเลิศ ศิริวงศ์ สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

อ. ปอม ได้แชร์กระบวนการเรียนการสอนในวิชา GEN111 ที่วางแผนไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์การสร้างการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

1. Project Ignite : เริ่มจากกระตุ้นต่อมอยากเริ่มต้นที่ตัวนักศึกษา ให้ลองมีประสบการณ์กับสิ่งที่ไม่เคยทำกับคนใกล้ตัวแล้วมาสะท้อนความรู้สึกกันก่อน โดยเริ่มจากการตั้งวงสนทนาและลองคุยถึงสิ่งดีๆที่อยากทำให้กับคนใกล้ตัวแต่ไม่เคยทำ อะไรคือเหตุผลที่เป็นอุปสรรค ลองให้เพื่อนๆช่วยคิดว่าจะกำจัดอุปสรรคออกไปได้อย่างไร แล้วลองทำนายผลหากได้ลองทำจริงๆซึ่งรวมไปถึงคาดการความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นในใจของคนใกล้ตัว จากนั้นลองกลับมาถามตัวเองใหม่ว่าอยากจะทำสิ่งนั้นจริงหรือไม่ หากอยากทำให้ตั้งเป้าหมายกำหนดเวลาแล้วลงมือทำ แล้วจึงกลับมาสะท้อนผลนั้น คนที่ได้ทำก่อนคนอื่นในกลุ่มก็กลับมาเล่าเพื่อช่วยกระตุ้นเพื่อนๆคนอื่นๆต่อไป

2. Flash Mob :  สร้างประสบการณ์ตรง ที่ "พลิกมุมความคิด" ว่าการทำดีไม่ใช่เรื่องน่าอาย ซึ่งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาก่อนลงมือทำ เริ่มจากกิจกรรมในห้องเรียนที่มีการสอนและแชร์เรื่องราวผ่านการเปิดคลิปวีดีโอสั้นๆ แต่กระแทกใจนักศึกษา เกี่ยวกับการทำ Flashmob ที่เป็น Social Experiment รูปแบบต่างๆให้นักศึกษาได้พูดคุย แลกเปลี่ยน คาดเดาผลที่เกิดขึ้น เมื่อนักศึกษาสนใจ จึงเป็นโอกาสดีที่ให้นักศึกษาทดลองทำ Flashmob ลงมือพิสูจน์ด้วยตนเอง ถ่ายวีดีโอเก็บมาแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียนกันในห้องอีกที เพื่อเน้นย้ำและสะท้อนให้เข้าใจถึงการคิดและทำเพื่อสังคม ว่า "การทำเรื่องดีๆ ไม่ต้องอาย แล้วใครๆ เค้าก็ทำกัน เราต่างหากไม่เคยสังเกต หรือมัวแต่อายอยู่เลยไม่ยอมทำ"

3. Term Project : ให้นักศึกษาทำ กิจกรรม Social Service โดยสอนใช้เครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างง่าย ค่อยๆสอนไปทีละเครื่องมือ สำคัญที่สุดคือต้องโยงเครื่องมือแต่ละตัวเข้ามาสู่จุดหมายเดียวกันในที่สุด (เอามาประกอบร่างแล้วกลายเป็นงานเดียวกัน) เพื่อลดภาระในการทำงานของนักศึกษาเช่น เริ่มจากเครื่องมือในการหา Problem Insight ด้วยการลงพื้นที่หาข้อมูล แล้วมาหา Root of Problem   จากนั้นจึงเสริมด้วย Appreciative Inquiry - AI  เป็นกระบวนการเสริมสร้างคุณค่าให้กับงานที่กำลังทำมาเชื่อมโยงต่อ โดยเครื่องมือนี้มีองค์ประกอบในการทำงานอยู่ 4 ส่วน ได้แก่

  1. Discovery : ค้นหาให้เจอว่าจะแก้ไขปัญหาสังคมอะไร ผ่านการลงพื้นที่ไปพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายในชุมชนอย่างน้อย 2 ครั้ง สำรวจตนเองและทีมว่าจะนำความเชี่ยวชาญ จุดแข็ง ความถนัดอะไรมาใช้แก้ไขปัญหา

  2. Dream : สร้างหรือจินตนาการถึงผ่านสุดท้ายที่อยากเห็นหลังจบโครงการคืออะไร สังคมจะได้ขึ้นอย่างไร กลุ่มเป้าหมายจะได้รับประโยชน์อะไร

  3. Design : กระบวนการคิดและวางแผน ออกแบบขั้นตอนอย่างเป็นระบบเพื่อนำไปสู่ Dream ที่ตั้งไว้

  4. Destiny : เป็นการออกแบบและพัฒนาระบบเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายยังคงได้รับประโยชน์โดยที่ตัวคนทำอาจจะไม่ได้ลงมาช่วยเหลือแล้ว

4.  Reflection : ปิดท้ายทุกครั้งด้วยการสะท้อนสิ่งที่เรียนรู้ : การคิดและลงมือทำ จะเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นหากนักศึกษาได้นำกลับมาทบทวน สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ โดยอาจารย์ช่วยตั้งคำถามหรือสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจากข้อมูลต่างๆ ที่นักศึกษานำเสนอ

การสนับสนุน
  • ทรัพยากร : อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษาสำรวจต้นทุนที่ตนเองมี สอนวิธีการระดมทรัพยากร ส่งเสริมให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการระดมทุน
  • อาจารย์ที่ปรึกษา : ไม่ใช่ให้คำแนะนำแต่เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้นักศึกษาได้ค้นหาคำตอบด้วยตนเองเอง ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ในวิชานี้มีอาจารย์ที่ปรึกษาจำนวน 20 ท่าน ซึ่งผ่านการคัดเลือกและอบรมให้พร้อมสนับสนุนนักศึกษาทำโครงการ นอกจากนี้อาจารย์ที่ปรึกษาดังกล่าว 80% มาจากมหาวิทยาลัยจากภายนอก และยังคงอยู่สนับสนุนวิชานี้อย่างต่อเนื่อง
  • เครื่องมือ AI : ทุกครั้งที่มีการเรียนการสอน อาจารย์จะให้ GEN111 Canvas แกนักศึกษาเพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการและบันทึกข้อมูลในสิ่งที่ได้คิดและวางแผน ทุกครั้งที่กลับมาเจอกันจะนำ Canvas นี้กลับมาคุยและพัฒนาต่อ เพื่อให้นักศึกษาเห็นและเข้าใจถึงที่มาที่ไป คิดและลงมือทำอย่างเป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอน รู้ว่าทีมของตนเองจะแก้ไขปัญหาสังคมอะไร ด้วยวิธีการอย่างไร ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคืออะไร

ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ Problem Based Learning (PBL) และการจัดการสอนแบบ Active Learning ทำให้นักศึกษาสนุกและตั้งใจกับการเรียนรู้ ตั้งแต่ได้ค้นหาตนเอง ศึกษาปัญหาจากการลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมาย คิดหาและพัฒนาไอเดียการแก้ไขร่วมกับเพื่อในทีม ลงมือทำจริงจากต้นทุนที่มี ผ่านเครื่องมือการสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคม มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้การสนับสนุน ตลอดจนได้ทบทวนและสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นอีกหนึ่งวิชาที่สร้างประสบการณ์อันนี้ให้แก่นักศึกษา ทั้งในด้านการมองและมีทัศคติที่ดีต่อสังคม เครื่องมือที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น ตลอดจนการทำงานเป็นทีมและเป็นผู้นำเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

 

ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาวิชา GEN 111
โครงการสอนผู้พิการซ้ำซ้อนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

โครงการป้ายรถสาธารณะบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีG

Group Learning 
Hashtags: 

Knowledge Document