Thai Deaf TV : จากกิจกรรมเสริมหลักสูตรสู่การขอตำแหน่งวิชาการโดยผลงานวิชาการรับใช้สังคม

08 พฤศจิกายน 2560
สิทธิผู้พิการ

ผู้พิการ

เมื่องานหลักของอาจารย์มหาวิทยาลัย คืองานวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ซึ่งเป็นเส้นทางของความก้าวหน้าในวิชาชีพ ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนนักศึกษา การจะทำสองอย่างให้ได้ดีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย กิจกรรม Changemaker Incubation Network ครั้งที่ 2 (CMIN#2)  นี้เราได้เชิญผศ. ศิวนารถ หงษ์ประยูร (อ.เอ) จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่ผสานการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรสู่การขอตำแหน่งวิชาการโดยผลงานวิชาการรับใช้สังคม มาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานตลอดระยะเวลา 7 ปี ในการทำโครงการโทรทัศน์ภาษามือเพื่อคนหูหนวก
 
จุดเริ่มต้นจากความสงสัยใคร่รู้ของอาจารย์เอ ที่ไปลงเรียนภาษามือของคนหูหนวกสนุกๆ ทำให้เห็นช่องว่างของการสื่อสารระหว่างคนหูหนวกและคนหูดีในแง่มุมต่างๆ ตั้งแต่เรื่องของทัศนคติและความเข้าใจของคนทั่วไปที่มีต่อคนหูหนวก เช่น เราอาจจะคิดว่าคนหูหนวกฟังไม่ได้ยิน แต่อ่านหนังสือได้ เขาน่าจะสามารถรับข่าวสารต่างๆ ได้ไม่ต่างอะไรกับคนหูดีแต่ในความเป็นจริงแล้วไวยากรณ์ภาษามือกับภาษาเขียนไทยนั้นแตกต่างกันมาก เวลาอ่านจะไม่สามารถเข้าใจได้ 100% เหมือนคนไทยที่พอจะรู้ภาษาอังกฤษบ้าง แต่พอให้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ อ่านได้ แต่ไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด ภาษามือมีคำศัพท์ประมาณ 4000 คำ เป็นภาษาภาพ ไม่มีคำเชื่อม ไม่มีคำแสลง ไม่มีความหลากหลาย ซับซ้อนเหมือนภาษาเขียนหรือพูด  เช่น มาก เยอะแยะ เพียบ อลังการ มโหฬาร ภาษามือใช้การทำท่าทางเพื่อบอกปริมาณ”มาก”  หรือ “มากกกกกกก” ก็ทำมือผายกว้างๆ ตามขนาด เป็นต้น 
ด้วยความสนใจเฉพาะและความเป็นอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ เมื่อมองเห็นปัญหาในเบื้องต้นแล้ว อาจารย์เอจึงมุ่งประเด็นความสนใจไปในเรื่องของสื่อและการผลิตสื่อโทรทัศน์สำหรับคนหูหนวก ทำการบ้านเพิ่มเติมโดยมีรุ่นพี่ล่ามภาษามือที่รู้จักกัน นำพาไปรู้จักกับคนหูหนวกในชุมชนและองค์กรต่างๆ ทำให้ได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย จนไปถึงการทำวิจัยจนได้องค์ความรู้มากพอควรในช่วง 2-3 ปีแรกก่อนจะต่อยอดรายการที่ผลิตรายการ   ทำให้ได้ข้อมูลสถานการณ์ปัญหา (Problem Situation) ดังนี้
 
การเข้าถึงสื่อโทรทัศน์
1. รายการที่คนหูหนวกสนใจ ไม่มีบริการที่ทำให้คนหูหนวกเข้าถึงได้ อาจจะมีบ้างที่เป็นข่าวช่อง 11 (สมัยก่อน) หรือ ThaiPBS ที่มีล่ามภาษามือในช่วงข่าว  แต่จริงๆ แล้วความสนใจของคนหูหนวกก็เหมือนคนหูดี มีความหลากหลาย อยากดูรายการท่องเที่ยว การ์ตูน ละคร ทำอาหาร บันเทิง เช่นกัน
2. รายการที่มีล่ามภาษามือมีน้อย และออกอากาศในเวลาไม่เหมาะสม เช่น กฏหมายบังคับให้ทุกช่อง ต้องมีรายการที่มีล่าม อย่างน้อยวันละ 1  ชม. แต่ด้วยความที่ล่ามภาษามือที่ได้รับการรับรอง มีจำนวนน้อยมาก และค่าใช้จ่ายสูง บางช่องมี ตอนตี 3-4 ต้องวิ่งรอกแปลให้ทุกช่อง หรือบางครั้ง รายการมี 1.5 ชั่วโมง กฏหมายกำหนดแค่ ชั่วโมงเดียว ก็แปลแค่ ชั่วโมงเดียว
3. จอล่ามมีขนาดเล็กมาก ด้วยความที่เป็นภาษามือ ต้องใช้สายตาจับจ้องทุกอิริยาบท ยิ่งจอเล็กอยู่มุมด้านใดด้านหนึ่งทำให้มองยาก

การใช้ประโยชน์จากโทรทัศน์
จะเห็นว่าคนหูหนวกแทบไม่ใช้ประโยชน์จากสื่อโทรทัศน์ เนื่องจากไม่มีเนื้อหาที่ตอบสนองความต้องการ หรือผลิตจากมุมมองของคนหูหนวก และเนื้อหาบางอย่างเกี่ยวกับคนหูหนวก ถูกนำเสนอในมุมมองเวทนานิยม เป็นไปในเชิงตลกขบขัน พิการ อาภัพ เป็นคนใช้นางเอก หรือเป็นคนไม่ดี ทำให้ภาพลักษณ์ของคนในสังคมผิดเพี้ยนไป
 
ผลกระทบของการไม่มีสื่อโทรทัศน์ของคนหูหนวก
1. ขาดข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิงและแรงบันดาลใจ ที่จะใช้ประโยชน์พัฒนาตนเอง  
2. ขาดสื่อที่จะใช้สื่อสารในชุมชนคนหูหนวก
3. ขาดโอกาสในการสะท้อนอัตลักษณ์ของตนเอง เพื่อให้ผู้อื่นสามารถเข้าใจความแตกต่างและยอมรับในศักยภาพของคนหูหนวก   ด้วยข้อจำกัดของภาษาและการสื่อสาร จะเห็นว่าเทียบกับคนตาบอดแล้ว เราจะรับรู้เรื่องราวคนหูหนวกได้น้อยกว่ามากๆ

สาเหตุหลักของการขาดสื่อโทรทัศน์สำหรับคนหูหนวก
1. สังคมไม่ทราบข้อจำกัดการอ่านของคนหูหนวก
2. ต้นทุนการผลิตรายการทีวี แต่คนหูหนวกมีน้อย ไม่ดึงดูดสปอนเซอร์
3. คนหูหนวกไม่เคยเรียนนิเทศศาสตร์ ขณะเดียวกันที่คนเรียนนิเทศ ไม่มีความรู้เรื่องภาษาและ วัฒนธรรมคนหูหนวก
4. ชุมชนคนหูหนวกขาดหลังในการขับเคลื่อน


Vision ของ Thai Deaf TV :   อยากเห็นคนหูหนวกสามารถผลิต พัฒนา และบริหารจัดการสื่อได้ด้วยตนเอง
สิ่งที่ทำ (Mission) :
1. ทำให้คนหูหนวกเข้าถึงสื่อ พัฒนาตนเองและสังคม
2. สนับสนุนให้คนหูหนวกพัฒนาศัพยภาพตัวเองไปจนสามารถผลิตสื่อเองได้
3. ทำให้คนหูหนวกในสังคมสามารถใช้ชีวิตรวมกันกับคนหูดีแบบ Inclusive และมีตระหนักในความเท่าเทียมกัน
4. สร้างพลังให้สื่อสารมวลชนผลิตสื่อบนฐานคิดที่เหมาะสม จะพูดถึงคนพิการอย่างไร โดยปลูกฝังอยู่ในกระบวนการเรียนการสอนระดับมหาวิทยาลัย

สิ่งที่อาจารย์เอเริ่มต้นในช่วงแรกคือนำโจทย์ที่ได้มาผนวกเข้ากับการเรียนการสอนวิชานิเทศศาสตร์เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรให้นักศึกษาทดลองทำรายการทีวีสำหรับคนหูหนวกเผยแพร่ทาง Youtube  เรียกได้ว่า เป็นโทรทัศน์ภาษามือแห่งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เริ่มจากไม่มีองค์ความรู้ใดๆ จึงต้องทำวิจัย ถอดบทเรียน ทำโฟกัสกรุ๊ปในช่วง 2-3 ปีแรก ทั้งเชิงเทคนิค รายละเอียดของการผลิต เช่น ฉากหลัง เสื้อผ้าพิธีกร การเคลื่อนไหวของกล้อง มุมกล้อง และปรับรายการตามผลการวิจัยอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาต้นแบบการผลิตสื่อโทรทัศน์ร่วมกันระหว่างคนหูหนวกและคนที่ได้ยินปกติ 
ต่อมาเริ่มเป็นที่รู้จัก จากการได้รับเชิญไปออกรายการทีวีต่างๆ ได้รับรางวัล ทำให้ได้การสนับสนุนจาก สสส. และ กสทช. เพื่อทำรายการที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึง ทดสอบวิจัยเชิงปฏบัติการ ให้คนหูหนวกมาเรียนร่วมชั้นเรียนรวมกับนักศึกษาปกติ จนกลายเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร csr มหาลัย  วิวัฒนาการของรายการ จาก Youtube เริ่มมีคนมาจ้างผลิตรายการ ความหลากหลายของรายการที่มีมากขึ้น ผลิตรายการต้นแบบเพื่อคนหูหนวก โดยใช้ภาษามือเต็มจอ มีพิธีกรคู่ให้คนหูดีและหูหนวกดูได้พร้อมๆ กัน มี caption สำหรับคนหูหนวก  มีเสียงพากษ์เพื่อมห้ทุกคนรับชมร่วมกันได้ ตัวอย่างรายการ เช่น 
รายการใจเท่ากัน

รายการผลเมือง D

รายการสื่อด้วยใจ

 

ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ต่อยอดงานมากกว่ากิจกรรมเสริมหลักสูตรและทำรายการ Thai Deaf TV

 
หัวใจสำคัญของ Thai Deaf TV คือ การสร้างการมีส่วนร่วมจากองค์กรคนพิการที่เกี่ยวข้องในการผลิตรายการ มีตัวแทนองค์กรคนหูหนวก นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และ โรงเรียนคนหูหนวกต่างๆ เชิญเข้ามาช่วยกันพัฒนาเนื้อหารายการ และพัฒนาคุณภาพภาษามือในรายการ เพราะเมื่อเนื้อหามีความหลากหลายขึ้น ภาษามือที่มีอยู่ไม่สามารถสื่อสารได้ครอบคลุม จึงต้องมีการประชุมร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น นักวิชาการภาษามือจาก ม.มหิดล นักวิชาการและวิชาชีพด้านนิเทศศาสตร์ เพื่อสร้างภาษามือเพิ่มเติม  มีการพัฒนาสื่อเฉพาะประเด็นสำหรับคนหูหนวก นอกจากนี้มีส่วนร่วมช่วยพัฒนาสื่อหลักที่มีอยู่เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนหูหนวกสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น   เช่นช่วยผลิตจอภาษามือให้ช่อง 7 / PPTV  ช่วยทำ tablet ให้พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นภาษามือ เป็นต้น 

สร้างคำศัพท์ภาษามือเพื่อขยายความสามารถในการสื่อสาร

พัฒนาสื่อเฉพาะประเด็นสำหรับคนหูหนวก เช่น ภัยพิบัติ  หาเสียงเลือกตั้ง การไปพบทันตแพทย์ 


ในส่วนของการเรียนการสอนนั้น ได้พัฒนาหลักสูตรจากกิจกรรมเสริมเป็นวิชาเลือกโทรทัศน์เพื่อคนพิการ  โดยเพิ่มหมวดหมู่อื่นขึ้นมานอกจากคนหูหนวก เช่น ผู้ใช้วีลแชร์ ออทิสติก  ตาบอด ดาวน์ และบกพร่องทางจิต เป็นต้น

 รายการคนไทยใจเอื้อ

รายการพลังใจไร้ขีด Spirit of Mind


 Thai Deaf TV ยังมีส่วนช่วยนำพารายได้มาสู่มหาวิทยาลัยผ่านโครงการบริการวิชาการต่างๆ เช่น จัดจัดอบรมให้เด็กๆตามโรงเรียนหูหนวกเข้าใจวิธีการทำสื่อ เขียนสตอรี่บอร์ด ฝึกให้หาข้อมูล ต่อยอดพัฒนาด้านการตัดต่อ จนสามารถผลิตสื่อได้ด้วยตนเองอย่างง่ายๆ เช่น ทำช่องทีวีบน Youtube หรือทำสายการไลฟ์สดตามสถานที่ หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คนหูหนวกได้รับทราบข่าวสาร มีส่วนร่วมในสังคมคนหูดีมากขึ้น  หาใครมีแวว ก็จ้างต่อให้เป็นทีมงานเบื้องหลังรายการที่มหาวิทยาลัยผลิต เป็นการฝึกทักษะอาชีพ และสร้างรายได้ด้วย


Key Sucess Factor คือ ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและ Partner ที่เราทำงานด้วยอย่างลึกซึ้ง เพื่อตอบโจทย์ทุกฝ่าย

คนหูหนวก : 

  •  เปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิต เสนอแนะ รับฟังความคิดเห็น ความต้องการเพื่อนำมาผลิตรายการ ปรับปรุงเนื้อหา เช่น ผลิตเนื้อหารายการหมอฟันกับคนหูหนวก เพื่อให้เข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารกับหมอฟัน   ในช่วงเเลือกตั้ง เชิญนักการเมืองมาหาเสียง สื่อสารนโยบายให้สัมภาษณ์เป็นภาษามือ รายการท่องเที่ยวที่นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ต่างๆ เพราะปกติแล้วเวลาคนหูหนวกไปเที่ยว จะไม่สามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้  เป็นต้น

  • ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของคนหูหนวก เช่นเป็นสปอนเซอร์กิจกรรมต่างๆ

มหาวิทยาลัย :

  • การจัดอบรมต่างๆ นำมาซึ่งรายได้ของมหาวิทยาลัย

  • ออกรายการต่างๆ ให้สัมภาษณ์ ทำให้มหาวิทยาลัยได้ชื่อเสียง และภาพลักษณ์

  • เมื่อมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ก็ดึงดูดนักศึกษาให้อยากเข้ามาเรียน เป็นการสร้างรายได้ทางอ้อมให้กับมหาวิทยาลัย

Social Impact ของโทรทัศน์ภาษามือเพื่อคนหูหนวก

 



การขอตำแหน่งวิชาการ*
จากประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา เกี่ยวกับการใช้ผลงานวิชาการรับใช้สังคม เพื่อขอตำแหน่งวิชาการ ซึ่งกำหนดนิยามไว้ว่าต้องเป็นผลงานที่ประจักษ์ต่อสังคมหรือท้องถิ่น  สามารถประเมินผลได้เป็นรูปประธรรม ประจักษ์ต่อสาธารณะ เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้าน เมื่อปี 2558 (หลังจากทำมาได้ 5 ปี)  อ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร ได้นำเสนอผลงานโครงการโทรทัศน์ภาษามือ เพื่อคนหูหนวก เพื่อขอตำแหน่งวิชาการ  และได้ตำแหน่ง ผศ. เมื่อ 2560 ที่ผ่านมา
* กรุณาตรวจสอบเกณฑ์การพิจารณาซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและประกาศใหม่ หลังจากกรณีตัวอย่างนี้เพิ่มเติมเพื่อข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/265/43.PDF

Thai Deaf TV กับ เกณฑ์ต่างๆ ในการขอตำแหน่งวิชาการ  

รูปแบบ

  • การมีส่วนร่วมและยอมรับของสังคมเป้าหมาย

เช่นเวลาถ่ายรายการ เชิญนายกสมาคมคนหูหนวกมาร่วมด้วย  ไม่ว่าจะเป็นช่วยสอนภาษามือให้พิธีกร เอารายการไปเปิดให้เด็กๆ ดู และช่วยกันเสนอแนะเพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

  • มีการพัฒนาเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อที่จะส่งเสริมให้คนหูหนวก สามารถผลิตรายการทีวีของตนเองได้

  • แนวทางการติดตามและธำรงค์รักษา พัฒนาการที่เกิดขึ้นให้คงอยู่ตลอดไป จะเห็นว่าคนหูหนวกที่ผ่านการอบรมไป มีบางส่วนต่อยอด ไปทำรายการเอง  พัฒนาละครภาษามือขึ้นมา  เด็กมัธยมบางส่วนได้รับแรงบันดาลใจ จึงไปสมัครเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต ซึ่งเป็นคณะที่มีเด็กหูหนวกเรียนร่วม  นอกจากนี้ยังขยายผลไปความพิการประเภทอื่นๆ อีก ด้วย เช่น วีลแชร์ รายการต้นแบบเพื่อบุคคลออทิสติก พิการทางสติปัญญา และบกพร่องทางจิต  เพื่อเปลี่ยนมุมมองที่มีกับคนพิการทุกประเภท รวมถึงให้ความรู้ในการเลี้ยงดู และปฏิบัติต่อผู้พิการอย่างเท่าเทียม

 
การเผยแพร่
ด้วยตัวงานเอง เป็นสื่อ จึงได้รับการเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ ทั้งของคนหูหนวก และหูดี ในช่องทีวีต่างๆ สื่อต่างๆ ให้ความสนใจ เชิญไปออกรายการ ทำให้มีเครือข่ายใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทีวีดิจิตอล หนังสือพิมพ์ วิทยุ
 
คุณภาพ : ถ้าได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ จะเข้าเกณฑ์ระดับดีเด่น
ระดับดีมาก คือ ต้องสามารถนำไปใช้เป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหา ทำความเข้าใจสถานการณ์ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างเป็นที่ประจักษ์  การได้รางวัลต่างๆ ก็สามารถเอามาประกอบได้  เช่น  รางวัลจากกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รางวัลประชาบดี  รางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ เป็นต้น จากผลงาน Thai Deaf TV นั้น ในระดับภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีรายการโทรทัศน์สำหรับคนหูหนวก ทำให้หลายประเทศติดต่อเข้ามาขอเยี่ยมชม ดูงาน รวมไปถึงจ้างทำสื่อต่างๆ ในต่างประเทศ  ได้รับเชิญไปเข้าร่วมการประชุมระดับนโยบาย  
 

Hashtags: