Event and Direct Experience: สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านอีเวนท์เพื่อสังคม

03 มีนาคม 2561
การมีส่วนร่วมสื่อมวลชน,

All

สรุปเนื้อหาจากเวิร์กช็อปครั้งที่ 3 'Event and Direct Experience' โครงการ The Hero Season 3 โดย พี่เม้ง คุณประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ จาก ชูใจ กะ กัลยาณมิตร Creative Agency วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561
การสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือทำกิจกรรมเพื่อสังคมนั้นไม่สามารถทำคนเดียวได้ จำเป็นต้องมีคนอื่นมาเป็นส่วนร่วมในกระบวนการ แต่จะทำอย่างไรในเมื่อนักสร้างการเปลี่ยนแปลงมือใหม่มีงบน้อย ด้อยประสบการณ์ แถมยังรู้จักคนน้อย นอกจากการสื่อสาร (ออนไลน์) ที่ดีแล้ว การสื่อสารออฟไลน์อย่างกิจกรรมหรืองานอีเวนท์ก็สำคัญไม่แพ้กัน

Workshop นี้จะชวนคุณรู้จักเคส พร้อมทั้งฟังคำแนะนำจากวิทยากรเกี่ยวกับการออกแบบอีเวนท์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม การคิดโจทย์ให้โดนใจ สร้างผลกระทบให้ได้มากกว่า จากทุนและความคิดสร้างสรรค์ที่มี

Event คือ สิ่งที่ Social Media ให้ไม่ได้

ในปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องปกติที่เราจะเลือกโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการสื่อสารแรกๆ เพราะเข้าถึงง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ แต่การส่ง message ออกไปบนแพลตฟอร์มนั้นอาจจะยังไม่พอที่จะสร้างความทรงจำหรือแรงผลักดันให้เกิดใครลุกขึ้นมาทำอะไร  ยกตัวอย่างง่าย ๆ เหมือนตอนเราไปโรงเรียน เราจำสิ่งที่ครูสอนไม่ได้ แต่จำคำพูดและเหตุการณ์ที่ครูว่าได้ เพราะนั่นคือประสบการณ์ที่มันไป 'โดน' ที่ความรู้สึกจึงฝังอยู่ในใจเรา
อีเวนท์ คือ อีกช่องทาง (Channel) หนึ่งในการสื่อสารเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ไปทำงานกับความรู้สึกของผู้รับสาร (Reciever) จนทำให้เขาทั้งจำ เปลี่ยนตัวเอง รวมถึงลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่างร่วมกับเราในที่สุด

การออกแบบอย่างสร้างสรรค์จึงจำเป็นมากเพราะนอกจากเนื้อหาที่เราสื่อต้องดีแล้ว เรายังต้องต้องออกแบบกกระบวนการที่น่ารัก เข้าถึงง่าย ทำได้ง่าย และมีความหมายจนใครๆ ก็อยากร่วมด้วย


จิตตนคร งานวัดลอยฟ้า

ในยุคที่ธรรมะเป็นเรื่องที่เข้าถึงยากและไม่น่าดึงดูด นิทรรศการต้องการจะที่ถ่ายทอดหนังสือธรรมะทั้งเล่ม โดยให้ 'ความรู้สึก' กับผู้เข้าร่วมมากกว่าให้ 'ความรู้'
กิจกรรมในงาน ได้แก่​
  • ทดลองนอนในโลงศพเพื่อสัมผัสสังสารวัฏ
  • สังเกตการเน่าเปื่อยของร่างการในโซนอินทรีย์สังวร
  • ตั้งคำถามเกี่ยวกับผลที่เราอยากได้จากการบริจาคเงินทำบุญด้วยการระบุหน้าตู้บริจาคว่าขออะไรบ้าง (สรุปยอดบริจาค ตู้ 'ไม่ขออะไรเลย' ได้รับเงินบริจาคเยอะที่สุด)
  • สัมผัสหิริโอตัปปะ (ความละอาย เกรงกลัวต่อบาป) ด้วยทางเดินทดลองใจ 'ออมสิน หรือ ออมศีล' โดยออกแบบให้ผู้เข้าร่วมหยิบเงินหน้าทางเข้า เดินผ่านข้อความ มีเสียงยั่วยุว่า “เก็บไปเถอะ” “ไม่มีใครรู้หลอก” “ด้านได้ อายอด” “คนอื่นเขาก็ทำกัน” ก่อนที่จะให้คืนเงินที่ทางออก 
  • เรียนรู้ผลจากการเลือกในห้องจิตใจ ห้องโล่งๆ ที่มีเสียงฝ่ายดี เสียงฝ่ายชั่วพูดคุยกัน มีทางแยกสีขาว (ทางธรรม) และดำ (ทางโลภ) หากเลือกทางเดินสีขาว ผู้เข้าร่วมจะเจอกระบวนการทางธรรมต่างๆ และจบออกไป ถ้าหากเลือกทางเดินสีดำ ก็จะวนเวียนอยู่ในห้องนั้นไม่มีวันจบ

ไท(ย)ม์แมชชีน ภูมิปัญญาไทย

ภาพจาก OKMD

มหกรรมความรู้เกี่ยวกับ 3 ภูมิปัญญาไทย หัตถกรรม อาหาร แพทย์แผนไทย ที่ต้องการจะกระตุ้นให้คนไทยได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งต่อภูมิปัญญาไทยแบบทำเอง ลองเอง เป็นการเรียนแบบดั้งเดิม โดยไม่ผ่านตัวหนังสือ เช่น ถ้าหากอยากรู้สูตรอาหารก็ต้องไปทดลองเข้าครัวเอง ดูเขาทำเอง ชิมเอง ปรุงเอง ถ้าอยากเป็นหมอก็ต้องใช้มือคลำเส้นเอง
กิจกรรมในงาน ได้แก่

  • การร่วมกันต่ออาคารไม้เล็กๆ โดยไม่ใช่ตะปู ภายใน 1.30 ชั่วโมง ระหว่างการฟังเสวนา
  • การเปลี่ยนโต๊ะสัมมนาเป็นโต๊ะอาหารเพื่อให้สัมผัสรสชาติของอาหารท้องถิ่นและผักออร์แกนิค

Mom-made Toys 

PlanToys บริษัทผลิตของเล่นมีโครงการผลิตของเล่นให้เด็กพิเศษ ซึ่งประกอบไปด้วยเด็กสมองพิการ เด็กพิการทางสายตา และเด็กที่มีภาวะออทิสซึ่ม โดยต้องการหาเงินบริจาคเป็นค่าใช้จ่ายในการเพิ่มจำนวนของเล่นเพื่อนำไปบริจาค
จากไอเดียคร่าวๆ ตัวแรกที่ตั้งใจจะออกแบบของเล่นที่ทำในความมืด มีแนวคิดของเล่น 'made in the dark' ที่ให้ความรู้สึกเท่ ยกการผลิตจากมุมของคนที่มองไม่เห็น ทีมงานก็เริ่มลงพื้นที่สัมภาษณ์แม่เด็กพิเศษเพื่อทำความเข้าใจกับปัญหา ศึกษาความท้าทายในพัฒนาการของเด็กพิเศษ ชีวิตประจำวันของแม่และเด็กพิเศษ ไปจนถึงการเลี้ยงดู ทำให้พบว่าเด็กพิเศษบางคนเดินเต็มเท้าไม่ได้ เด็กบางคนพูดชื่อแม่ไม่ได้ อีกทั้ง ยังเจอตัวอย่างของเล่นที่พบระหว่างลงพื้นที่ที่คุณแม่ท่านหนึ่งนำขวดน้ำมาทำเป็นของเล่นรูปร่างคล้ายดัมเบลให้ลูกฝึกใช้กล้ามเนื้อกระทั้งลูกที่ขยับนิ้วไม่ได้สามารถดีดนิ้วได้
การค้นพบครั้งนี้ทำให้ทีมงานเห็น pain และ need ของเหล่าคุณแม่ในของเล่นที่เสริมพัฒนาการของลูกพวกเขาได้จริงๆ ทีมงานจึงเปลี่ยนแผนงานใหม่ โดยให้คุณแม่ของเด็กพิเศษเป็นนักออกแบบของเล่นในฐานะผู้ที่เข้าใจปัญหา โดยมีดีไซนเนอร์ของ PlanToys เป็นพี่เลี้ยง จากนั้นถ่ายออกมาเป็นคลิปเพื่อแถลงข่าวและหาเงินบริจาคในวันแม่ ซึ่งในปีนั้นไม่มีสื่อไหนทำเรื่องแม่กับเด็กพิเศษ

ซานต้าอาสา 

ต่อเนื่องจากความสำเร็จของ Mom-Made Toys ในช่วงวันแม่ที่สามารถรับเงินบริจาคได้กว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่าสามารถผลิตของเล่นสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษออกมาได้ถึง 6,000 ชิ้นด้วยเงินจำนวนนี้ โดยจะไม่ยอมแลกของเล่นแจกกว่าครึ่งไปกับค่าขนส่ง 
ในช่วงปีใหม่ ทีมงานจึงตั้งเฟสบุ๊กชวนทุกคนที่กำลังเดินทางกลับบ้านหรือไปพักผ่อนต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดมารับเป็น ‘ซานต้าอาสา’ นำของเล่นกว่า 3,500 ชิ้น ติดรถไปฝากน้องๆ เด็กพิเศษทั่วประเทศได้อีกด้วย

พี่เม้งเล่าว่าสิ่งที่เป็นความสำเร็จจริงๆ ของ ‘Mom-made Toys’ และ ‘ซานต้าอาสา’ คือ นอกจากจะสามารถสร้างของเล่นคุณภาพเพื่อการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้ได้แล้ว ยังสร้างประสบการณ์ ความรู้สึกให้คนทั่วไปที่รับอาสาเป็นซานต้าได้เห็น ได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ อีกทั้งยังมีโอกาสได้รู้จักแม่ๆ ที่เลี้ยงดูเด็กเหล่านั้น กลายเป็น ‘เพื่อน’ ที่ยังไปมาหาสู่ ดูแลเด็กๆ จนถึงทุกวันนี้


Limited Edition Education

"มีเด็กไทยขาดโอกาสทางการศึกษา 140,000 คน ที่อายุเทียบเท่ามัธยมชั้นปีที่ 2-3 แต่อ่านหนังสือไม่ออก และอีก 270,000 คนที่เขียนหนังสือไม่ได้ หรือมีความรู้เทียบเท่ากับเด็กป. 3 เท่านั้น"
Limited Edition Education แคมเปญสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความเลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อระดมทุนสนับสนุนกองทุนการศึกษาเพื่ออนาคตเด็กไทย ที่ร่วมมือกันระหว่างองค์กรเพื่อสังคมที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษา ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นอย่าง Greyhound  โดยให้ผู้ที่สนใจใส่ชื่อของตัวเองลงไปบนเสื้อ แล้วใช้ลายมือของน้องๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเขียนให้ มีเหล่าดารา และเซเลบ ช่วยกันแชร์ออกไปบนโซเชียลมีเดีย เป็นจำนวนมาก  เป็นการสร้างประสบการณ์ให้เห็นว่าปัญหารุนแรงแค่ไหน เพราะแม้แต่ชื่อของเราที่คิดว่าง่ายก็ยังเขียนผิด


Unlucky Draw / Happiness is Thailand

โครงการที่ชวนคนไทยมามีความสุขกับการแบ่งปันผู้อื่นสวนกระแสความสุขบนวัตถุ เพื่อพิสูจน์ว่า ‘การให้’ จะเยียวยา ‘ความทุกข์’ โดยชวนคนส่งเรื่องทุกข์ เศร้า ท้อแท้หมดหวัง มาชิงตั๋วเครื่องบิน เงินหมื่นบาท แทปเล็ต เพื่อแบ่งปันความสุข เช่น การพาเด็กตาบอดไปเที่ยวด้วย 1 คน นำเงินหมื่นบาทไปบริจาคให้บ้านสุนัขพิการ และนำแทปเล็ตไปสอนผู้สูงอายุใช้



ตัวอย่างอื่นๆ
  • โดยทั่วไป โฆษณาจะบอกว่าสินค้าของเขาดี เชื่อสิ ซื้อเลย แต่ febreeze experitment ชวนคนเข้าไปดมกลิ่นของที่ถูกฉีดด้วยสเปรย์ปรับกลิ่น Febreeze โดยใส่ผ้าปิดตาตลอดการทดลอง แล้วให้บอกว่าได้กลิ่นอะไร จึงเปิดผ้าปิดตาได้
  • อีกสินค้าที่ทำโฆษณาออกมามากมายเพื่อจะบอกผู้บริโภคว่าของเขาดี คือโค้กซีโร่ ที่หวานน้อยกว่าแต่ให้รสเดียวกันกับโค้กธรรมดา แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายความเชื่อเก่าๆ ของผู้บริโภคได้ โค้กจึงทำโฆษณาใหม่โดยทดลองใส่โค้กซีโร่ในแก้วโค้กออริจินัลให้คนที่สั่ง แล้วเฉลยบนจอในโรง 
  • ปริญญามีไว้เพื่ออะไร? โจทย์คือจะพูดเรื่อง philosophy ของมหาวิทยาลัยมหิดลให้บัณฑิตในวันรับปริญญา
  • Red Cross Thailand - Organ Will 
  • Greenpeace - The Poopy Concert ทำให้เห็นว่าพลังงานทดแทน (มูลสัตว์ มูลคน foodwaste พลังงานแสงอาทิตย์) มีค่า ให้พลังงาน ไม่จำเป็นต้องไปสร้างเหมือง​

ข้อเสนอแนะ
  • ​​การคิดและจัดอีเวนท์นั้นมีความท้าทายหลายอย่าง เราจึงควรเริ่มทำงานจากปัญหา มีการตั้ง objective ก่อนว่าเราทำงานนี้ไปเพื่ออะไร ตามด้วยการพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากนั้นทำความเข้าใจกับโจทย์ของลูกค้า/คนที่เราอยากช่วยเหลือถึงระดับรากของปัญหา 
  • แม้จะต้องเปลี่ยนแผนกันหลายครั้งก็ต้องคุยจนเข้าใจทุกคนทุกครั้ง นอกจากใจเราเองที่ต้องเห็นด้วยในการทำแล้วยังต้องออกแบบงานให้เป็นตัวตนของลูกค้าด้วย ​ไม่งั้นเขาจะไม่ทำ
  • การทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหาสังคมเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นที่ง่ายสุด
  • เรารับรองผลระยะยาวจากงานที่ทำได้ด้วยระบบวัดผลต่างๆ เช่น เครื่องมือ SIA 
สุดท้าย พี่เม้งฝากน้องๆ ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราชอบชีวิตตัวเองแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งเรามองกลับมา เราจะชอบชีวิตตัวเองในวันนี้มั้ย ถ้าตอนนี้เป้าหมายคือการมีเงิน ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่เราตอบตัวเองไม่ได้ว่าเราชอบชีวิตตัวเอง ตอบไม่ได้ว่าเราทำไปทำไม มันก็คงไม่ได้มีความหมายอะไร
Hashtags: