knowledge

10 สุดยอดผู้ประกอบการสังคมที่ต้องพูดถึง

18 พฤศจิกายน 2015


f46dca41bbe147bef5570a578cbde31b

เมื่อคนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมาทำธุรกิจที่เป็นมากกว่าธุรกิจทั่วไปเพราะนอกจากจะมีภารกิจที่ต้องสร้างกำไรแล้วยังมีภารกิจในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมอีกด้วยพวกเขาคือ ผู้ประกอบการสังคม ซึ่งกระจายและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขันอยู่ทั่วโลก
ยกตัวอย่างเช่น 10 คนนี้…

ิิิbill-drayton

1. Bill Drayton ผู้ชายคนนี้นอกจากเป็นผู้ประกอบการสังคมแล้วเขายังช่วยนิยามคำว่า‘ผู้ประกอบการสังคม (Social Entrepreneur)’ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสนับสนุนพวกเขาด้วยบิลเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานมูลนิธิ Ashoka องค์กรที่ตามหาผู้ประกอบการที่มีแรงบันดาลใจและลงมือแก้ไขปัญหาสังคมด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ โดยอโชก้าจะสนับสนุนผู้ประกอบการเหล่านี้ในหลากหลายด้าน
ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงวันนี้มูลนิธิอโชก้าได้สนับสนุนผู้ประกอบการสังคมไปแล้วกว่า 2,100 คน ในเครือข่าย 72 ประเทศทั่วโลก ไม่เพียงแค่นั้น แต่บิลยังใช้ทักษะด้านการประกอบการไปบริหารองค์กรอื่นๆ อีกด้วย เช่น
Community Greens, Youth Venture, และ Get America Working

Muhammad-yunus

2. Muhammad Yunus มักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่คนในแวดวงเพื่อสังคมรู้จักเป็นอย่างดี เขาเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคม (social
entrepreneurship) ระบบการเงินรายย่อย (Microfinance) และทุนทางสังคม(social capitalism) เขาไม่ใช่นักวิชาการที่เก่งเพียงทฤษฎีเท่านั้น
เพราะในทางปฏิบัติจริงเขาเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน (Grameen Bank) สถาบันการเงินรายย่อยที่ปล่อยเงินกู้ก้อนเล็กให้กับกลุ่มคนที่ไม่มีหลักประกันในบังกลาเทศ เพื่อให้นำเงินก้อนนี้ไปใช้สร้างอาชีพจนมีรายได้เลี้ยงตัวเอง ซึ่งธนาคารกรามีนก็สามารถทำกำไรได้มากกว่า
10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี และทำให้
Muhammad Yunus ได้รับรางวัล noble prize ปี
2006

blake-mycoskie

3. Blake Mycoskie : ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูนักแต่ถ้าบอกว่าเขาคือผู้ก่อตั้งแบรนด์รองเท้า TOMS หลายคนคงจะร้องอ๋อในทันที
เบลคเริ่มสร้างแบรนด์รองเท้านี้ขึ้นมา หลังจบทริปท่องเที่ยวที่อาเจนตินาในปี
2006 เพราะระหว่างการเดินทางเขาเจอเด็กๆ บาดเจ็บและป่วยจากการไม่มีรองเท้าใส่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขาคิดโมเดลธุรกิจใจดีแบบ ‘One
for One’ คือเมื่อลูกค้าซื้อรองเท้า 1 คู่TOMS ก็จะบริจาครองเท้าอีก 1 คู่ให้กับเด็กที่ขาดแคลนรองเท้าในประเทศที่ห่างไกลซึ่งทุกวันนี้ TOMS
ก็เป็นแบรนด์รองเท้าที่ฮิตติดลมบน จนได้บริจาครองเท้าให้เด็กๆ ไปแล้วกว่าล้านคู่ และยังได้ขยายการผลิตเป็นแว่นตา เพื่อบริจาคแว่นตา/เงินค่าผ่าตัดตาให้แก่คนยากไร้อีกด้วย

scott-harrison

4.Scott Harrison เพราะมีคนอีกหลายล้านคนทั่วโลกที่ยังขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด หลังจากที่สก็อตมองเห็นปัญหานี้ในประเทศลิเบอเรีย เขาจึงริเริ่มองค์กร Charity:Water เพื่อจัดส่งน้ำดื่มสะอาดให้ผู้ที่ขาดแคลนกว่าล้านคนใน 17 ประเทศซึ่งเพียงไตรมาสแรกของปี
2011 องค์กรของเขาก็เติบโตมากกว่า 100 เปอร์เซนต์ ซึ่งสวนทางกับเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ Charity:Water เป็นสตาร์อัพที่มีโมเดลธุรกิจเพื่อทำกำไรได้มาก แต่กำไรเหล่านั้นไม่ได้เข้ากระเป๋าตัวเอง
แต่ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มคนทั้ง 17 ประเทศทั่วโลกที่ต้องการน้ำดื่มสะอาด

jeffery-hollender

5.Jeffery Hollender ผู้ก่อตั้ง Seventh Generation บริษัทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและของใช้ส่วนตัวอย่างสบู่ ยาสระผม และกระดาษที่รบกวนสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยสินค้าทั้งหมดของเขาหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรงอย่างที่บริษัทอื่นใช้ในกระบวนการผลิต
และบริจาคเงิน 10 เปอร์เซนต์ของกำไรก่อนหักภาษีให้กับองค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งในปี 2010 Seventh Generation ทำกำไรได้มากถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

xavier-kreece-jeff

6. Xavier Helgesen, Kreece Fuchs และ Jeff Kurtzman จับมือกันสร้าง Better World Books (BWB) จากชื่อก็พอเดาได้ว่าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับหนังสือ พวกเขารับบริจาคหนังสือมือสองและนำไปขายผ่านทางเว็บไซต์ ควบคู่กับการแจกจ่ายหนังสือไปยังโรงเรียนที่ขาดแคลน BWB อยากให้หนังสือแต่ละเล่มถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะกว่าจะได้หนังสือหนึ่งเล่มให้เราได้อ่านกันนั้นต้องเสียทรัพยากรการผลิตไปไม่น้อยเลย ตอนนี้ BWB ระดมทุนกว่า 12 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และขับเคลื่อนกิจการด้วยโมเดลธุรกิจตามหลัก ‘Triple
Bottom Line’ คือ สร้างกำไรที่เป็นตัวเงิน ดีต่อคน/ชุมชน
และดีต่อสิ่งแวดล้อม

akhtar-hameed-khan

7.Akhtar Hameed Khan อีกหนึ่งผู้ประกอบการสังคมด้านไมโครไฟแนนซ์ และยังเป็นนักต่อสู้ทางสังคมในปากีสถาน
เขาริเริ่ม ‘Comilla Cooperative Project’ ที่สร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ชนบท และให้กู้ยืมเงินก้อนเล็กเพื่อริเริ่มธุรกิจ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก แต่ประสบการณ์ที่สะสมจากการลงมือทำนั้นก็ต่อยอดกลายเป็นโปรเจกต์ที่
2 ‘Orangi Pilot Project’ ที่ร่วมมือกับคนในชุมชนคิดวางแผนและแก้ปัญหาด้านสุขอนามัยและการเงินในครัวเรือน โดยมีกองทุนขนาดเล็กไว้ให้กู้ยืมสนับสนุนการศึกษา และช่วยวางแผนครอบครัว ซึ่งโปรเจกต์นี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะได้ช่วยให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น
และแบบแผนต่างๆ ในชุมชนยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ibrahim-abouleish

8. Dr.Ibrahim Abouleish ทำงานพัฒนาวิธีรักษาโรคกระดูกพรุนและหลอดเลือกตีบตันที่บริษัทยาในยุโรป แต่หลังกลับจากทริปอียิปต์เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อียิปต์อย่างถาวร และตั้งบริษัท ‘SEKEM’ ซึ่งเป็นคำอียิปต์โบราณแปลว่าพระอาทิตย์
โดยเขาใช้เทคโนโลยีไบโอฟาร์ม ตั้งศูนย์เรียนรู้และบริการด้านการแพทย์เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และช่วยให้เกษตรกรอียิปต์มีสุขภาพที่ดีและสามารถลืมตาอ้าปากได้ SEKEM ปลูกชาสมุนไพรปลอดเคมีและฝ้ายออร์แกนิกเพื่อฟื้นฟูดินที่ใช้ในการปลูกและไม่เป็นพิษต่อคนปลูก และยังเป็นบริษัทแรกในอียิปต์ที่คิดค้นกระบวนการแปรรูปฝ้ายแบบไร้สารเคมี
และเป็นบริษัทยาเอกชนแห่งแรกของอียิปต์อีกด้วย

willie-smits

9. Willie Smits นักชีววิทยาผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Borneo Orangutan Survival ซึ่งช่วยเหลือลิงอุรังอุตังที่กำพร้าพลัดหลงจากป่า
และให้ความรู้ชุมชนเพื่อทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ไม่รุกล้ำ ไม่รบกวนพื้นที่ป่า และเขายังทำงานกับองค์กร Masarang ที่ใช้พลังงานความร้อนสกัดปาล์มเป็นน้ำตาลและเอเธอนอล ซึ่งเป็นกระบวนการที่สะอาด ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและยังช่วยสร้างงานเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย

bunker-roy

10. Bunker Roy ผู้ประกอบการสังคมชาวอินเดียเจ้าของวิทยาลัย Barefoot สอนหนังสือเด็กผู้หญิงยากจนในอินเดียและแอฟริกาให้อ่านออกเขียนได้ซึ่งลูกศิษย์แต่ละคนที่เรียนจบมีดีกรีเป็นแพทย์ วิศวะ และสถาปัตย์กันเลยทีเดียว ความพิเศษของวิทยาลัยนี้
คือตัวอาคารหลายแห่งถูกออกแบบและสร้างโดยศิษย์เก่า และศิษย์เก่าอีกหลายคนก็ยังกลับมาช่วยบริหารงานของวิทยาลัยอีกด้วย เป้าหมายของ Bunker Roy คือการผลิตแรงงานวิชาชีพเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงอินเดียและแอฟริกา

ที่มาบทความ :The 10 Greatest Social Entrepreneurs of All Time 


เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below