สถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม

02 พฤษภาคม 2561
สุขภาพทางเพศโรคติดต่อทางเพศ, ศักยภาพเด็กและเยาวชน, ความรุนแรงในโรงเรียน, เพศศึกษา, การลาออกกลางคัน, สิทธิสตรี, ความเท่าเทียมทางเพศ, ความยากจน,

All

ขอบคุณภาพจาก 'คุณแม่วัยใส The Series' (GMMTV)
เนื่องจากสังคมไทย คนส่วนมากยังคงมีความเชื่อว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้าม สกปรก และน่าอาย โดยเฉพาะกับวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่พ่อแม่และสังคมคาดหวังให้ทำหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน พ่อแม่จึงไม่คุยกับลูกเรื่องเพศเพราะอายและเชื่อว่าอาจเป็นการชี้โพรงให้กระรอก อีกทั้งโรงเรียนส่วนใหญ่มุ่งเน้นความสำเร็จทางการศึกษามากกว่าทักษะในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ ทำให้เมื่อมีปัญหา หรือข้อข้องใจเกี่ยวกับเพศ วัยรุ่นจึงไม่กล้าปรึกษา ไม่กล้าเล่า กลัวถูกตำหนิ หันไปพึ่งอินเตอร์เน็ตและแลกเปลี่ยนความเห็นกันเองกับเพื่อน มีนักเรียนไทยน้อยกว่า 1 ใน 5 เท่านั้นที่ปรึกษาครูและผู้ปกครอง เช่น การมีแฟนที่ผู้ใหญ่มักจะรู้เป็นคนสุดท้าย ถึงแม้จะมีการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน พฤติกรรมด้านการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นไทยก็ถือว่ารุนแรงและน่าเป็นห่วง เนื่องจากเด็กบางส่วนไม่มีความรู้ และบางส่วนไม่เห็นความสำคัญ หรือไม่สามารถนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ ไม่รู้วิธีการปฎิเสธเมื่อไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์ ขาดความรู้ด้านสิทธิในร่างกายของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ปลอดภัย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัญหาแม่ท้องวัยรุ่น แม่เลี้ยงเดี่ยววัยรุ่น ปัญหาเด็กกำพร้า เป็นต้น
ข้อมูลจากรายงานการคลอดในประเทศไทย พบว่าในปี 2559 มีจำนวนเด็กที่คลอดจากแม่วัยรุ่น อายุ 10-19 ปี จำนวน 666,207 คน คิดเป็นร้อยละ 15 ของการคลอดทั้งหมด สูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน คิดเป็น 13 เท่าของสิงคโปร์1 แม้จะยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดของจำนวนผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทั้งหมดในประเทศไทยอย่างชัดเจนเนื่องจากส่วนหนึ่งยุติการตั้งครรภ์ด้วยการทำแท้ง  สถานการณ์การคลอดในแม่วัยรุ่นที่สูงขึ้นสวนทางกับการเกิดในหญิงวัยอื่นในประเทศไทยที่ลดต่ำลงทุกปี รวมถึงสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า ประชากรไทยจะมีปัญหาเกิดน้อย-ด้อยคุณภาพ ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในหลายด้าน

เมื่อท้องไม่พร้อมจึงเกิดการทำแท้งในแม่วัยรุ่น
รายงานเฝ้าระวังการทำแท้งในประเทศไทย ปี 2557 พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่ทำแท้งทั้งหมดในสถานพยาบาลเป็นหญิงวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ซึ่ง 92.6% ของกลุ่มสำรวจนี้ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ ในจำนวนนี้ มีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปีที่ไม่ได้คุมกำเนิดสูงถึง 95.7%
ความท้าทายของปัญหาการทำแท้งในแม่วัยรุ่นคือ ปกติแล้วการทำแท้งควรจะทำภายใน 9 สัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยในการยุติการตั้งครรภ์ แต่ในหลายกรณี วัยรุ่นไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ และเมื่อรู้ก็อาจจะไม่กล้าบอกผู้ปกครอง ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร ไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ต้องพึ่งพาดุลพินิจของหมอและตำรวจในการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย  ทำให้มีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ยอมทำแท้งไม่ปลอดภัยด้วยตนเองหรือในคลีนิกทำแท้งเถื่อน นำมาซึ่งความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน บาดเจ็บ อาจจะมีความรุนแรง จนทำให้อวัยวะของผู้ป่วยไม่สามารถใช้การได้ เป็นหมัน หรือทำให้ถึงแก่กรรมได้ มีการประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งใน 1 ปี กว่า 123,300,000 บาท2 ซึ่งจำนวนนี้ยังไม่รวมความสูญเสียทางจิตใจที่แม่วัยรุ่นจะต้องแบกรับ
หลายกรณีเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อเด็กในครรภ์และชีวิตของวัยรุ่นตั้งครรภ์จากการทำแท้งไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องอุ้มท้องต่อโดยไม่ต้องการเป็นแม่ โดยไม่มีการพูดคุย ทำความเข้าใจ หรือตั้งมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ในกรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยในครอบครัวที่ไม่มีการพูดคุยเรื่องเพศกับเด็กหรือครอบครัวที่ไม่ต้องการพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอีก  ซึ่งพบว่า 20% ของวัยรุ่นที่ท้องแล้วท้องซ้ำอีกครั้งก่อนอายุ 20 ปี3

การเลี้ยงดูบุตรของแม่วัยรุ่น
เราสามารถแบ่งวัยรุ่นที่คลอดลูกออกได้เป็น กลุ่มที่ต้องการและไม่ต้องเป็นแม่ อย่างไรก็ตาม แม่วัยรุ่นทุกคนจะต้องเผชิญความท้าทายมากในการเปลี่ยนบทบาทจากวัยรุ่นสู่แม่ ในด้านสุขภาพ แม่วัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะมีความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกค่อนข้างน้อย เป็นกลุ่มที่มักเข้ารับการฝากครรภ์ไม่ครบตามเกณฑ์ ทำให้เด็กที่เกิดจากแม่วัยรุ่นมักคลอดมีน้ำหนักตัวน้อย มีแนวโน้มที่จะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอตั้งแต่ในครรภ์ ติดเชื้อง่าย ป่วยบ่อย มีพัฒนาการช้า เด็กกลุ่มนี้จะถูกดูแลในห้องอภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) มีค่าใช้จ่ายมาก หลังจากที่เด็กเหล่านี้กลับบ้านไปก็ยังคงต้องได้รับการดูแลที่มากกว่าปกติ4 จากรายงานของ WHO ปี 2010 พบว่า อัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดจากแม่วัยรุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับการคลอดในหญิงอายุมากกว่า 20 ปี5
สุขภาพจิตของแม่วัยรุ่นนั้นเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง หากพิจารณาจากผลสำรวจวัยรุ่นตั้งครรภ์ในภาคเหนือตอนบน พบว่าอัตราของภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นหญิงระยะตั้งครรภ์อยู่ที่ร้อยละ 46 และเมื่อคลอดลูกแล้ว 54% ของแม่วัยรุ่นมีภาวะซึมเศร้า6 แม่วัยรุ่นส่วนใหญ่จะเผชิญกับภาวะเครียดเนื่องจากไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่สูงมากพอในการจัดการความกดดันในบทบาทใหม่จากการเป็นวัยรุ่นสู่การเป็นแม่ ขาดความรู้ และด้วยความที่ จากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จากบทบาทที่ต้องตัดสินใจและต้องวางแผนครอบครัว และยังต้องต่อสู้กับการตีตราของสังคม
มากกว่านั้น จากประสบการณ์การทำงานกับวัยรุ่นขององค์กรที่ให้การช่วยเหลือวัยรุ่นหญิง พบว่าหลังทราบข่าวการตั้งครรภ์ เด็กผู้ชายร้อยละ 70-80 หายไปจากชีวิตหญิงวัยรุ่น7 และเมื่อต้องท้องโดยไม่มีพ่อหรือไม่ได้แต่งงาน วัยรุ่นหญิงจะเกิดความรู้สึกหมดคุณค่าในตัวเอง เกิดการตอบโต้ต่อครรภ์ด้วยอารมณ์เชิงลบ เกิดภาวะซึมเศร้าและอาจคิดฆ่าตัวตาย เมื่อขาดการเตรียมพร้อมด้านอารมณ์ ขาดความรู้ด้านการวางแผนการเลี้ยงดูบุตร และไม่ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแม่วัยรุ่น สุดท้ายจึงอาจส่งผลให้แม่วัยรุ่นตัดสินใจทิ้งบุตรเพื่อหาทางกลับไปใช้ชีวิตวัยรุ่นดังเดิม จนกลายเป็นวงจร ท้อง-แท้ง-ทิ้ง จากข้อมูลพบว่าสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไทต้องรับเด็กที่ถูกทอดทิ้งเข้ามาเลี้ยง เฉลี่ยเดือนละ 45 คน โดย 80% ถูกส่งมาจากโรงพยาบาล และอีก 20% จากตำรวจและสถานที่สาธารณะ8
ปัญหาด้านเศรษฐกิจในครอบครัวก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ จากรายงานสถานการณ์ความต้องการสวัสดิการของแม่วัยรุ่นพบว่า แม่วัยรุ่นต้องพึ่งพาครอบครัวเดิมในด้านความเป็นอยู่และค่าใช้จ่าย แม่วัยรุ่นจำนวนมากมีพื้นฐานครอบครัวที่ยากจน และด้วยอายุยังน้อยจึงยังไม่มีทักษะการวางแผนทางการเงิน ไม่มีวุฒิการศึกษาและทักษะการทำงานที่จะสมัครงานที่ให้รายได้มั่นคงได้ แม้ว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณปีละ 175,000,000 บาท9 เพื่อดูแลแม่วัยรุ่นและลูก และจัดตั้งศูนย์บริการเพื่อให้ความช่วยเหลือแม่วัยรุ่น แต่ข้อมูลจากงานวิจัยด้านการค้นหาแนวทางการจัดสวัสดิการสำหรับแม่วัยรุ่นในสังคมสมัยใหม่ พบว่า สวัสดิการรัฐไม่สามารถช่วยเหลือแม่วัยรุ่นได้อย่างที่ควรจะเป็น เช่น เวลาในการให้บริการของศูนย์นั้นเป็นเวลาเดียวกับเวลาทำงานหรือเวลาเรียนของแม่วัยรุ่น และแม่วัยรุ่นจำนวนมากไม่คิดพึ่งพาเงินสวัสดิการดังกล่าว (เดือนละ 600 บาท) เนื่องจากไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายตามจริงในการเลี้ยงดูบุตร10
 
ประเด็นที่น่าสนใจ 
  • การให้ความรู้เรื่องเพศผ่านบทเรียนเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการลดความรุนแรงด้านพฤติกรรมทางเพศ และลดจำนวนแม่วัยรุ่นไทยได้ แต่สถานศึกษาจำนวนมากไม่ได้จัดสอนเพศศึกษาอย่างจริงจัง ครูประจำวิชาสุขศึกษาไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งไม่ได้รับการอบรมการสอนเพศศึกษามาโดยตรง จึงไม่มีวิธีการคุยกับวัยรุ่นเรื่องเพศ และครูจำนวนหนึ่งก็รู้สึกเขินอายที่จะพูดหรืออธิบายให้เด็กเข้าใจ และไม่กล้าสอน
  • จากรายงาน11 ผู้ป่วยวัยรุ่นเข้ารับการทำแท้งด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ สังคมและครอบครัว 62.6% โดยกว่าครึ่ง มีสถานะทางการเงินที่ไม่พร้อมต่อการเลี้ยงดูบุตร ตัวแม่วัยรุ่นยังเรียนไม่จบ (30%) มีบุตรมากพอแล้ว (23%) คุมกำเนิดล้มเหลว (18.8%) ตลอดจนครอบครัวไม่ยอมรับการตั้งครรภ์ (0.4%) โดยในอีก 37.4% ที่เหลือนั้นเป็นการทำแท้งด้วยเหตุผลทางสุขภาพ โดย 39.8% ของผู้ป่วยทำแท้งเพราะสุขภาพนั้นตั้งครรภ์ไข่ลม 33.8% ทารกเสียชีวิตในท้อง 10.7% ทารกในครรภ์ผิดปกติ และติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์
 
  • แม่วัยรุ่นควรจะได้รับสิทธิ์ในร่างกายของตัวเองทั้งในระดับสังคมและบุคคล พบว่าส่วนมากการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นถูกจัดการโดยผู้ปกครอง ตัววัยรุ่นเองมักจะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจและไม่มีทางเลือก รวมถึงทัศนคติของสังคมเข้ามามีผลต่อเรื่องนี้อย่างมาก เช่น บังคับให้ฝ่ายชายจัดงานแต่งงาน วิธีนี้มักจะเป็นไปโดยไม่ถามความเห็นและไม่คำนึงถึงความพร้อมของเด็กทั้งสองฝ่าย ซึ่งพ่อวัยรุ่นอาจจะไม่มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของพ่อ  หากฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ และในกรณีที่วัยรุ่นตั้งครรภ์อายุไม่ถึง 15 ปีนั้น ผู้ปกครองของแม่วัยรุ่นมักจะบังคับให้ลูกยุติครรภ์ และมีเพียงแพทย์จำนวนน้อยเท่านั้นที่เสนอและเต็มใจทำแท้งให้หรือสั่งยาเพื่อให้เกิดการแท้ง เนื่องจากความเชื่อส่วนบุคคล
  • สุขภาพจิตของแม่วัยรุ่น ส่วนใหญ่แม่วัยรุ่นจะรู้สึกโล่งใจว่าได้ตัดสินใจอย่างดีที่สุดแล้วภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่ว่าจะตัดสินใจทำหรือไม่ทำแท้งก็ตาม  แต่บางคนเกิดความรู้สึกผิด เศร้า อับอาย และแบกรับตราบาปนี้อยู่กับตัวตลอดชีวิต อาจจะโดนตีตราว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี ใจแตก ซึ่งเป็นคำพูดที่มีอิทธิพลต่อจิตใจมาก โดยเฉพาะในวัยที่กำลังหาตัวตนและให้ค่ากับความคิดของผู้อื่น ในขณะเดียวกัน บางคนก็ไม่รู้สึกอะไร และกลับเข้าสู่วงจรทางสังคมและชีวิตทางเพศเดิม โดยไม่มีการพูดคุย ทำความเข้าใจ หรือตั้งมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ในกรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยในครอบครัวที่ไม่มีการพูดคุยเรื่องเพศกับเด็กหรือครอบครัวที่ต้องการให้เด็กทำแท้งโดยไม่ทำความเข้าใจกับเด็กก่อนและไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอีก พบว่า 20% ของวัยรุ่นที่ท้องแล้วท้องซ้ำอีกครั้งก่อนอายุ 20 ปี3
  • สาเหตุการทำแท้งของหญิงวัยรุ่นส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับบทบาทของพ่อวัยรุ่น โดยมีสาเหตุจากการที่ฝ่ายชายไม่ยอมรับ (6.6%) เนื่องจากฐานคิดเรื่องเพศของสังคมไทยที่ปฏิบัติต่อชายและหญิงไม่เท่ากัน เช่น ผู้ชายไม่ต้องคิดมากเรื่องเพศ ถ้าหากไม่ต้องการรับผิดชอบก็ไม่มีความผิดเท่ากับผู้หญิงที่พลาดตั้งครรภ์ อีกทั้ง สังคมยังตีตราว่าการตั้งครรภ์เป็น ‘ปัญหา’ ที่ฝ่ายหญิงและต้องจัดการที่ฝ่ายหญิง วัยรุ่นชายไม่เห็นตัวเองเป็นพ่อและไม่ได้รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบการกระทำของตน
  • หญิงวัยรุ่นตั้งครรภ์จำนวนมาก ขาดความเข้าใจในการเลี้ยงลูกเชิงบวกเนื่องจากพ่อแม่วัยรุ่นไม่ได้โตมากับพ่อแม่ของตน หรือเติบโตมาในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว (single mom) หรืออาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งทำให้ไม่ได้รับความรักอย่างเต็มที่ และทำให้ไม่รู้วิธีการเลี้ยงลูกเชิงบวก และลูกมีแนวโน้มที่จะโตขึ้นมาแล้วเป็นแม่/พ่อวัยรุ่นเช่นกัน
  • จากสถิติพบว่ามีนักเรียนถึง 31% ที่ลาออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อแต่งงาน และมีแม่วัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เพียง 51% เท่านั้นที่เรียนจบมัธยมปลายหรือเทียบเท่า
  • การศึกษานอกระบบ (กศน.) เป็นตัวเลือกแรกๆ เนื่องจาก ตอบโจทย์ด้านวุฒิการศึกษา ค่าใช้จ่าย และเวลาสำหรับแม่วัยรุ่นให้ทำงานได้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้วกศน. ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยทำงาน ครูในระบบการศึกษาของ กศน. จึงไม่มีประสบการณ์สอนวัยรุ่นที่หลุดจากระบบการศึกษา ขาดเครื่องมือที่จะรับมือต่อสถานการณ์เรื่องเพศของวัยรุ่น ไม่มีการให้ความรู้เรื่องการเป็นพ่อแม่ (Parenting) การดูแลเด็ก โภชนศึกษา การจัดการบริหารชีวิต และไม่มีระบบรับรองและดูแลเด็กเล็กในสถานศึกษาเช่นเดียวกับโรงเรียนในระบบ
เคสตัวอย่างการแก้ปัญหา
  1. PlayForward: Elm City Stories จากงานวิจัยสู่เกมสอนเด็กเรื่องเพศและพฤติกรรมเสี่ยง
    ทีมนักวิจัย นำโดย ด็อกเตอร์ ลินน์ ฟิเอลลิน (Dr. Lynn Fiellin) พบว่าเพศศึกษาในระบบของอเมริกาไม่มีมาตรฐานและไม่สามารถให้ความรู้ สอนทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กได้ ทีมของเธอจึงคิดค้นเกมกึ่งวิชาการเพื่อให้ความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ปลอดภัย โรคติดต่อทางเพศ ทัศนคติต่อเพศ สอนทักษะการคิดวิเคราะห์ การเลือกคบเพื่อน สารเสพติด วิธีปฏิเสธ และผลลัพธ์ในระยะยาวจากการตัดสินใจต่างๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นอายุ 11-14 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เด็กในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีประสบการณ์ทางเพศครั้งแรก และเน้นไปที่กลุ่มเสี่ยงนี้ที่มีพื้นฐานครอบครัวยากจน เป็นผู้อพยพ เป็นชนกลุ่มน้อย หรือเป็นเชื้อชาติสีผิว
    ในเกมนี้ วัยรุ่นจะได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ผ่านตัวละครในสถานการณ์ความเสี่ยงทุกรูปแบบจากเนื้อเรื่องที่มีการพูดถึงเรื่องเพศอย่างตรงไปตรงมา แถมยังสอดแทรกทัศนคติต่อความสัมพันธ์ในเพศทางเลือกในเชิงบวกอีกด้วย
    จากการประเมินเกมกับกลุ่มตัวอย่าง พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติทางเพศ ความรู้เรื่องและเพศในเชิงสุขศึกษาที่ดีขึ้น โดยไม่ทำให้พวกเขามีเซ็กซ์มากขึ้นหรือน้อยลง
 
  1. โครงการการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เป็นพ่อแม่ โรงเรียน West Oso รัฐเท็กซัส ประเทศ
    โปรแกรมการศึกษาสำหรับพ่อแม่เริ่มในปี 2549 เพื่อให้บริการนักเรียนที่ตั้งครรภ์และมีลูกในโรงเรียน West Oso ตั้งอยู่ในพื้นที่รายได้ต่ำของรัฐเท็กซัส นักเรียนส่วนใหญ่มีพื้นฐานครอบครัวผู้อพยพ เชื้อชาติลาตินอเมริกันและแอฟฟริกันอเมริกัน ทำให้ 67% ของนักเรียนทั้งหมดมีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์หรือออกจากโรงเรียนกลางคัน ทุกปีจะมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 15 คน โดยในจำนวนนี้มีนักเรียนตั้งครรภ์ 5-6 คน จุดมุ่งหมายสูงสุดของโครงการคือการทำงานร่วมกับหน่วยงานชุมชนเพื่อให้แน่ใจว่าการมีลูกจะไม่เป็นอุปสรรค์ในการเรียนให้จบ
    นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถขอรับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่มีข้อแม้ว่านักเรียนที่มีบุตรจะต้องมาโรงเรียน การบริการประกอบไปด้วย การติดตามและดูแลให้คำปรึกษานักเรียนรายบุคคล ทุกวัน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานชุมชนช่วยเหลือในโรงเรียน (Communities In Schools - CIS) พยาบาล และผู้ให้คำแนะนำเฉพาะด้าน ตามเวลาที่นักเรียนสะดวก บริการฝากบุตร (Child care) บริการรถรับส่งบ้าน-โรงเรียน หรือหากเกิดเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ก็สามารถเรียนที่บ้าน (Homebound instruction) ได้ นักเรียนยังสามารถขอรับเงินเมื่อต้องพาลูกไปพบแพทย์ นอกจากนี้ยังบริการด้านความรู้ที่เกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ ทักษะชีวิต เช่น การเลี้ยงลูก โภชนศึกษา การจัดทำงบประมาณ การเงิน การบริหารเวลา วิธีบาลานซ์ระหว่างการเรียนและเลี้ยงลูก การป้องกันไม่ให้ท้องซ้ำ การวางแผนอาชีพ และกิจกรรมร่วมกับวิทยาภายนอก เดือนละครั้ง
 
  1. CUNY Fatherhood 
    สถาบันความเป็นพ่อจัดตั้งด้วยความเชื่อที่ว่า พ่อวัยรุ่นก็เป็นคนสำคัญคนหนึ่งในบ้าน หากพ่อวัยรุ่นมีความมั่นคงทั้งด้านจิตใจและเศรษฐกิจ พวกเขาก็สามารถเป็นที่ปรึกษาของลูก และเป็นกำลังสำคัญในการหยุดวงจรแม่วัยรุ่นเลี้ยงเดี่ยว หรือวงจรแม่ทิ้งเด็กได้
    โครงการนี้ให้บริการการติวเพื่อสอบเทียบชั้นมัธยมปลาย จัดฝึกอบรม และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเป็นผู้ปครองและคู่ครองที่ดีขึ้น เช่น การดูแลลูก การเปลี่ยนผ้าอ้อม การทำอาหารด้วยงบน้อย การบริหารการเงินในครัวเรือน กระทั้งความสัมพันธ์กับครอบครัวและการส่งเสริมให้แม่วัยรุ่นมีพลังอำนาจ โดยมุ่งหวังว่าพ่อวัยรุ่นที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือมีอาชีพมั่นคงได้ 
    พ่อวัยรุ่นสามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องให้ประวัติอาชญากรรม และไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้มีพ่อวัยรุ่นจำนวนมากเดินทางมาร่วมโครงการ ซึ่งจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่กับแม่วัยรุ่นและลูก และอีกจำนวนหนึ่งเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว
    ปัจจุบันมีพ่อวัยรุ่นจบโครงการไปแล้ว 136 คน ในจำนวนนี้มี 59 คนที่สอบเมียบวุฒิการศึกษามัธยมปลายได้ มี 21 คนที่กำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และมีคุณพ่อวัยรุ่นถึง 80 คนมีงานทำ และอีก 35 คน ได้รับเข้าฝึกงาน 

Link ข้อมูลที่น่าสนใจ

อ้างอิง

  1. “ไทย‘ท้องไม่พร้อม’สูงอันดับ2ในอาเซียน อายุน้อยสุด10ขวบ รามาฯตั้งคลินิกให้คำปรึกษาทั้งระบบ”.2559. [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา https://www.matichon.co.th/news/32339 (วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559)
  2. “ยุติการตั้งครรภ์ด้วยการใช้ยาอย่างปลอดภัย:อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ ‘ผู้หญิงท้องไม่พร้อม’”. 2559. [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา https://ilaw.or.th/node/4297
  3. “รายงานร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ปีงบประมาณ 2561”. 2561. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=pformated/format1.php&cat_id=1ed90bc32310b503b7ca9b32af425ae5&id=4f7d8042fb0a064b25f29a48f6ccd23f (สืบค้นวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561)
  4. “การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Adolescent Pregnancy)” 2555. [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://www.med.cmu.ac.th/dept/obgyn/2011/index.php?option=com_content&view=article&id=742:adolescent-pregnancy&catid=45:topic-review&Itemid=561 (2555)
  5. “การวิเคราะห์สถานการณ์การตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในประเทศไทย” 2558. [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา https://www.unicef.org/thailand/tha/160705_SAAP_in_Thailand_report_TH.pdf (2558)
  6. “ประสบการณ์หลังตั้งครรภ์วัยรุ่นที่ไม่ได้แต่งงานใน ภาคเหนือตอนบน” 2554.
  7. “ท้องวัยรุ่นกับปัญหาวัฒนธรรมทางเพศ”. 2559. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.youtube.com/watch?time_continue=197&v=3jraiCGVLfY (วันที่ 12 กรกฎาคม 2559)
  8. “เด็กถูกทอดทิ้ง : ปัญหาที่สังคมต้องเยียวยา”. 2558. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา  http://library2.parliament.go.th/ebook/content-issue/2558/hi2558-031.pdf
  9. “แม่วัยรุ่น ปัญหาที่ไทยต้องเตรียมรับมือ”. 2553. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://choicesforum.files.wordpress.com/2010/09/e0b981e0b8a1e0b988e0b8a7e0b8b1e0b8a2e0b8a3e0b8b8e0b988e0b899-e0b89be0b8b1e0b88de0b8abe0b8b2e0b897e0b8b5e0b988e0b984e0b897e0b8a2e0b895.pdf
  10. “การจัดสวัสดิการสำหรับแม่วัยรุ่นในสังคมสมัยใหม่” 2560. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://www.thaiteenpreg.com/wp-content/uploads/2017/02/Grand-B-patcha.pdf
  11. “สถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ ในวัยรุ่นและเยาวชน ปี 2559” กรมอนามัย. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://rh.anamai.moph.go.th/download/all_file/index/RH@2559.pdf
Hashtags: