knowledge

Leadership Skill : เปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลง

17 มิถุนายน 2016


“Become the kind of leader that people would follow voluntarily; even if you had no title or position.” Brian Tracy 

“จงเป็นผู้นำที่คนสมัครใจที่จะทำตาม แม้เราจะไม่มีตำแหน่งอะไรเลยก็ตาม” 

แล้วผู้นำแบบนั้นนี่หน้าตาเป็นยังไงกัน?

​ผู้นำมีหน้าที่อะไรบ้าง?

ผู้นำมีหน้าที่อะไรบ้าง?

คำว่าผู้นำมาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับ ในทางปรัชญากรีกแบ่งหน้าที่การทำงานของผู้นำเป็น 4 ด้านที่ต้องสอดประสานกัน เปรียบเสมือน 4 อวัยวะ ที่ขาดอวัยวะชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป ร่างกายก็ไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์

  1. Logos : ส่วนหัว ผู้นำต้องเป็นนักคิด ตัดสินใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล
  2. Pathos : ส่วนใจ ผู้นำต้องเป็นที่ยึดเหนี่ยวด้านจิตใจของทุกคน เป็นคนที่ทุกคนให้ความไว้วางใจ
  3. Ethos : ส่วนมือ ผู้นำต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง เป็นนักปฎิบัติ และลงมือทำเพื่อให้แผนการที่วางไว้สำเร็จตามเป้าหมาย
  4. Praxis :ส่วนเท้า ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์และกำหนดทิศทางให้คนเดินตามได้

​คุณเป็นผู้นำประเภทไหน?

คุณเป็นผู้นำประเภทไหน?

ผู้นำที่ดีต้องมี 2 หัว คือ ‘หัวสมอง’ และ ‘หัวใจ’ เก่งอย่างเดียวก็ไม่รุ่ง หรือใช้แต่ความรู้สึกล้วนๆ ก็ไม่ไหว ต้องรักษาสมดุลทั้งเหตุผล และความสัมพันธ์ให้ได้ 

มาลองดูความเชื่อมโยงระหว่างการใช้เหตุผล และการสร้างความสัมพันธ์ ตามกราฟด้านล่างที่จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า คุณเป็นผู้นำแบบไหน?

                              

  1. Thinkers : ใช้เหตุผลล้วนๆ ไม่ค่อยเอาอารมณ์และความสัมพันธ์มาเกี่ยวข้องสักเท่าไหร่ ผู้นำประเภทนี้ฉลาด ทำงานเก่ง แต่ลูกน้องเข้าไม่ถึง ไม่ค่อยได้ใจลูกน้อง
  2. Feelers : ใช้ความรู้สึกล้วนๆ แคร์ความสัมพันธ์มากกว่าความเป็นเหตุเป็นผล ลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลัง ให้ใจเต็มร้อย แต่งานอาจไม่ค่อยเดินสักเท่าไหร่ เพราะเก่งแต่บริหารคนไม่เก่งบริหารงาน
  3. Muddlers : ไม่มีเหตุผล และไม่สนใจความสัมพันธ์ หัวหน้าประเภทนี้อยู่ที่ไหน ลูกน้องก็วิ่งหนี เพราะนอกจากจะไม่เก่งแล้วยังไม่เห็นหัวใครอีกด้วย
  4. Engagers : เป็นเหตุเป็นเหตุผล เก่งฉลาด ตรรกะดี และไม่ลืมสร้างความสัมพันธ์ มีความเป็นมิตรสูง ผู้นำประเภทนี้ลูกน้องรัก ทำงานกันถวายหัว นำทีมได้ประสบความสำเร็จ ผู้นำประเภทนี้จะเป็น Transformational Leadership หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง 

Transformational Leadership คืออะไร

Transformational Leadership คืออะไร

ทฤษฎีความเป็นผู้นำมีหลากหลายสำนักมาก แต่ทฤษฎีที่พูดถึงกันในวงกว้างคือ Transformational Leadership หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง ของ James MacGregor Burns ที่มองว่าผู้นำกับผู้ตามช่วยกันดึงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ต่อมานักวิจัย Bernard M. Bass ชอบกับทฤษฎีของ Burns เลยศึกษาและพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นองค์ประกอบของ Transformational Leadership ที่รู้จักกันในชื่อ “4I”

  1. เป็นแบบอย่างที่ดี (Idealized Influence : II) ผู้นำต้องทำตัวเป็นไอดอล เป็นแบบอย่างที่ดี คนอื่นเคารพและเชื่อถือ ผู้นำคล้ายๆ แม่เป็ดที่หากหัวแถวเดินเบี้ยว หางแถวย่อมเดินคดไปคดมาไม่ตรงทาง Sam Walton (ผู้ก่อตั้งห้าง Walmart)เป็นผู้นำที่ทำตัวเองให้เป็นแบบอย่าง เขาใส่ใจรายละเอียดของผู้บริโภคทุกกระเบียดนิ้ว Sam ไม่ได้นั่งเซนต์เอกสารในออฟฟิศเพียงอย่างเดียว แต่ทุกวันเขาจะแบ่งเวลาออกตรวจห้าง Walmart ด้วยตัวเองเพื่อพบปะผู้บริโภค การทำตัวเป็นแบบอย่างทำให้ผู้บริหารคนอื่นทำตาม และสร้างวัฒนธรรมการใส่ใจผู้บริโภคให้กับ Walmart
  2. เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Motivation : IM) แรงบันดาลใจเป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรให้เดินต่อไปข้างหน้า ผู้นำต้องเชื่อมั่นในความเป็นไปได้ และส่งต่อพลังบวกให้กับคนในทีม ผู้นำมีหน้าที่จุดแรงบันดาลใจให้ทุกคนรับรู้ว่างานที่ทำอยู่มีคุณค่า และจูงใจให้ทุกคนร่วมมือกันจนบรรลุเป้าหมาย Lee Kuan Yew ผู้พลิกโฉมประเทศสิงคโปร์ เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน เขาตั้งเป้าว่าจะนำพาสิงคโปร์ให้เป็นประเทศที่สำคัญทางเศรษฐกิจของเอเชียให้ได้ และประกาศเป้าหมายชัดเจนให้คนสิงคโปร์กว่าล้านคนได้รับรู้ และให้สู้ไปด้วยกัน จนตอนนี้สิงคโปร์กลายเป็น 4 เสือธุรกิจของเอเชียไปแล้ว
  3. เข้าใจความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration : IC) หน้าที่หนึ่งของผู้นำคือ put the right man in the right job หากไม่รู้จักแต่ละคนในทีมดีพอ ไม่รู้ทักษะ พรสวรรค์ ลักษณะนิสัย หรือความชอบ ไม่มีทางจับคู่คนได้เหมาะกับงาน ผู้นำจึงต้องสวมบทบาทโค้ช ช่วยดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมา และรู้ว่าควรพูดกับแต่ละคนแบบไหน
  4. กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ (Intellectual Stimulation : IS) ผู้นำกระตุ้นให้ทุกคนกล้าคิดนอกกรอบ กระหายอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ก่อเกิดนวัตกรรมที่จะผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า การหยุดเรียนรู้คือการหยุดอยู่กับที่ การที่ผู้นำเปิดใจกว้าง กล้าลองสิ่งใหม่ ยอมรับแนวคิดใหม่ๆ และสนับสนุนให้ทุกคนสนุกกับการเรียนรู้ จะทำให้องค์กรไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ และหมุนตามโลกได้ทัน

วิธีสื่อสารที่ได้ผลของผู้นำระดับโลก

วิธีสื่อสารที่ได้ผลของผู้นำระดับโลก

TEDx Talk เรื่อง Start with Why : How great leaders inspire action ของ Simon Sinek ช่วยเจาะรหัสลับว่าผู้นำที่ดี ควรมีกระบวนการคิดและสื่อสารแนวคิดออกมาอย่างไรบ้าง? Simon ใช้เวลากว่า 3 ปีเพื่อค้นหาสูตรลับของบริษัทสุด Innovative ต่างๆ เช่น Apple หรือผู้นำที่โด่งดังในประวัติศาสตร์อย่างพี่น้องตระกูล Wright หรือ Martin Luther King ว่าพวกเขามีเคล็ดลับอะไรถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกได้

สูตรลับที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงใช้เรียกว่า Golden Circle หรือวงแหวนสามชั้นที่มีชั้นนอกสุดคือ What ชั้นกลางคือ How และแกนกลางคือ Why 

คนทั่วไปจะรู้ว่าตัวเองทำอะไร และทำอย่างไร แต่แทบไม่รู้เลยว่าทำไปทำไม? แต่ในทางกลับกันผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทุกคนจะรู้ว่าตัวเองทำไปทำไม? ลองมาตัวอย่าง Apple องค์กรชั้นนำด้านเทคโนโลยีกัน

  • What : Apple ทำคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
  • How : Apple ผลิตคอมพิวเตอร์ที่ดีไซน์สวย เรียบ ใช้งานง่าย เด็กอนุบาลก็ใช้ได้ และคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องของ Geek อีกต่อไป
  • Why : คือส่วนที่สำคัญที่สุด จุดมุ่งหมายของการทำสิ่งนี้คืออะไร? ทุกคนตื่นมาทำไมกัน? Apple ไม่ได้ทำคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเจ๋งๆ เพื่อแค่สร้างกำไร แต่ Why ของ Steve Jobs คือ การเชื่อในความแตกต่าง การเป็นตัวของตัวเองที่ช่วยขับเคลื่อนโลกได้ การโฆษณาสื่อสารของ Apple จึงเล่าเรื่องราวของคนเจ๋งๆ ระดับโลกที่เคยถูกกล่าวหาว่าบ้ามาก่อน แต่พวกเขาพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จว่าความบ้าของเขานี่แหละที่พามวลมนุษย์ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง 

Simon แนะนำพวกเราว่าผู้นำที่ดีควรสื่อสารจากภายในสู่ภายนอก หรือเริ่มต้นด้วยคำว่า ทำไม? เพราะคนจะทำตาม และจะคล้อยตามเราก็ต่อเมื่อเขารู้ว่าต้องทำไปทำไม? ทำไมเขาต้องแคร์?  

สมองมนุษย์แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Neocortex ที่ควบคุมส่วนการคิดเป็นเหตุเป็นผล และการพูด แต่ส่วนที่ควบคุมความรู้สึกเรียกว่า Limbic สมองส่วนนี้ควบคุมการตัดสินใจ ดังนั้นตามธรรมชาติของมนุษย์เราจะตัดสินใจผ่านความรู้สึกหรืออารมณ์ การเริ่มต้นสื่อสารด้วยคำว่า “ทำไม” จึงเอื้อต่อการตัดสินใจของเรามากกว่า ใครที่เป็นสาวก Apple ลองถามตัวเองว่าเราซื้อ Apple เพราะ What หรือ Why 

เคยได้ยินสำนวน ‘โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว’ กันมั้ยคะ? ผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ได้สร้างในวันเดียวเช่นกัน สิ่งที่เราทำได้คือหมั่นเติมทักษะ พัฒนาตัวเอง เรียนรู้จากความผิดพลาด และปรับปรุงตัวเองไห้ดีกว่าเดิม แค่นี้ทุกคนก็ได้ขยับตัวเองเข้าใกล้กับความเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ 🙂 

id old content:
456

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below