CREATIVE ENOUGH!! ไม่ต้องอาร์ต... ก็สร้างสรรค์ไอเดียได้

09 กรกฎาคม 2561
All

All

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงคนทำงานในแวดวงโฆษณา โปรดักชั่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ ออกแบบแฟชั่น ฯ เท่านั้น คนทำงานภาคสังคมเองก็จำเป็นจะต้องค้นหาไอเดียสร้างสรรค์ (Creative idea) เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ได้เช่นกัน ในฐานะตัวกลางช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คนลุกขึ้นริเริ่มและลงมือทำโครงการหรือกิจการเพื่อสังคม School of Changemakers ได้จัดงาน After School ครั้งที่ 26 ขึ้นในหัวข้อ Creative idea for change เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและกระบวนการค้นหาไอเดียสร้างสรรค์จากผู้มีประสบการณ์ตรงได้แก่
คุณเสก สุรเสก ยุทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Toolmorrow ที่เติบโตมาจากสื่อในเฟสบุ๊ค เป็นเหมือนสตูดิโอ ที่สนใจการทำงานสื่อสารเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนให้ดีขึ้น
คุณไมเคิล อธิวรรธน์ วงศ์ไวศยวรรณ และคุณปอนด์ สุวิชชา สุขธนะ จาก Thoughtworks Thailand  บริษัทปรึกษาทางด้านซอร์ฟแวร์ ซึ่งใช้กระบวนการของการ Design ในการแก้ปัญหา
ทั้ง 3 ท่าน มาร่วมนำคุยวงพูดคุยเล็กๆ เมื่อวันพุธที่ 4 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงที่พวกเราได้แลกเปลี่ยนกันถึงนิยามความหมายและกระบวนการค้นหาพัฒนา Creative idea

Definition | นิยามความหมาย

School of Changemakers มองว่า Creative Idea for Change  คือ แนวคิดในการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับ Problem Insight (Root cause + Surprised information)  โดยดึงเอาทักษะ ความสนใจ และความเป็นตัวเอง ของตัวคนทำออกมา เพราะการที่ทุกๆคนมีความแตกต่างกันนั่นเอง คือองค์ประกอบของความสร้างสรรค์ ที่นำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ 

สำหรับคุณเสก Toolmorrow มองว่าแนวทางแก้ปัญหาที่ได้มานั้น

หากเราสามารถใช้ทรัพยากรน้อยๆ  (Low resources) แต่สร้างผลกระทบทางสังคมได้เยอะ (High impact) อันนี้คือสร้างสรรค์

บนความน้อยๆ และข้อจำกัดนี่แหละ ทำให้คนเราดึงศักยภาพและความสร้างสรรค์ออกมาใช้ 

คุณไมเคิล และ ปอนด์ เสริมว่า ไอเดียสร้างสรรค์เป็น กระบวนการ (process) ได้ มาจากการไม่กลัวผิด

ความคิดสร้างสรรค์มาจากความกล้าที่จะคิด   

เช่น การทำ brainstorming หาไอเดียออกมาเยอะไว้ก่อน ต่อยอดไอเดีย คัดสรร ลองผิดลองถูกไม่มีอะไรเป็นไอเดียที่ดีที่สุด สิ่งที่พอวัดได้ว่าสร้างสรรค์ไหม คือตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหรือเปล่า Emotional & Founctional Benefit คืออะไร 
 

Insight ที่ดี คือจุดตั้งต้นของไอเดียสร้างสรรค์ 

ไอเดียที่สร้างสรรค์และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงนั้น ไม่ใช่อยู่ดีๆ ปิ๊งขึ้นมา แต่เกิดจากการที่เรามี input มากพอจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ ข้อมูล ความรู้ และ Insight ของปัญหาที่เราจะแก้  
เพื่อนำมาหาไอเดีย ผ่านการทดสอบ Validate ว่าใช่ หรือไม่ ตอบโจทย์ไหม ปรับไปเรื่อยๆ จนใช้ได้ 

หากไม่รู้จะเริ่มต้นหาไอเดียสร้างสรรค์อย่างไร ให้เริ่มต้นจากการหา Insight ของปัญหาที่สนใจก่อน เทคนิคที่คุณเสกใช้ในการหา Insight ของปัญหา เช่น หา Best Pratice หรือ สิ่งที่ใกล้เคียงความสำเร็จในการแก้ไขปัญหานั้นๆ มากที่สุด โดย ค้นหาให้เจอว่าใครที่เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เรื่องนั้นมาก่อน ใครหรือองค์กรไหนทำสำเร็จแล้วบ้าง ต้องไปปรึกษาขอคำแนะนำ เรียนรู้จาก Success cases ถอดหา Key success  และโอกาสในเรื่องนั้นให้เจอแล้วนำมาต่อยอดคิดหาไอเดีย เพื่อทำให้แก้ไขปัญหาสังคมนั้นได้ง่ายขึ้น สำเร็จได้ไวขึ้น ขยายผลกระทบได้ไกลขึ้น

เทคนิคอีกอันคือ การไปคุยกับคนที่เคยผ่านประสบการณ์นั้นๆ มีจุดเปลี่ยนในชีวิต เปลี่ยนความคิดในเรื่องนั้นๆ ที่เราสนใจ แล้วสัมภาษณ์หลายๆ คน เพื่อ มองหารูปแบบ(patern) ของพฤติกรรม มีข้อมูลสำคัญอะไรที่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาแล้วซ้ำกันเยอะๆ ให้รู้ไว้เลยว่านั้นและคือ Insight หากไม่เจอ pattern เลย (อาจจะเพราะกลุ่มคนที่เราคุยด้วย ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เป็นการหามาแบบสุ่ม) เราอาจจะเลือก เรื่องที่เราคิดว่าฟังแล้ว wow อันนี้น่าสนใจ น่าจะใช่ มาเป็นจุดตั้งต้นในการหาไอเดียต่อไป 

การหา Insights ที่ดีคือการถามคำถามที่ดี ต้องรู้เป้าหมายในการถาม ไม่ใช่คุยไปเรื่อย ในขณะเดียวกันก็ต้องฟังเยอะๆ และ สังเกตไปด้วย ลักษณะในการถามที่สำคัญคือ การไม่ถามคำถามปลายปิด ไม่ถามคำถามนำเพื่อให้ได้ข้อมูลมาสนับสนุนความคิดเดิม ต้องเปิดใจให้กว้างในการถาม ปิดปาก และ เปิดหู เข้าไปคุยกับเจ้าของปัญหา คนที่แก้ไขปัญหาได้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญ คนที่อยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
หากยอมเสียเวลา ได้ข้อมูลมาแม่น ข้อมูลยิ่งลึกยิ่งมีโอกาสที่แก้ไขปัญหาและมีความสามารถแข่งขันได้มากกว่า


Process | กระบวนการหาไอเดีย

มีได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น  Design Thinking Process หรืออื่นๆ สำหรับเครื่องที่ทีม Thoughtwork ใช้ในการทำงาน คือ Double Diamond  คิดโดย The British Design Council 

เมื่อทำความเข้าใจปัญหา หา Insight ได้แล้วควรตรวจสอบด้วยว่า Insight นั้น ใช่หรือไม่ ด้วยการ Define  เลือก Insight ที่จะนำมาหาไอเดียต่อ ชิ้นส่วนข้อมูลที่ได้มา มีแง่มุมไหนน่าสนใจนำมาสร้างสรรค์ไอเดียมากกว่ากัน สิ่งที่ทำได้เร็วๆ เลยคือขึ้นเป็นสินค้าหรือบริการ จะอยู่ในรูปแบบของโบว์ชัวร์ก็ได้แล้วนำไปคุยกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายดูว่าอะไรกันแน่คือ Insights ที่แท้จริงที่ควรทำ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์สั่งอาหารคลีนเจ้าหนึ่ง ไม่แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสั่งอาหารแบบใด ทั้ง เมนูอาหารที่สด ใหม่ อร่อย วิธีการสั่ง ความถี่ ความต้องการ เช่น ชอบสั่งตามประเภทอาหาร ตามร้านอาหาร ตามคนดัง เลยทำการทดสอบกับลูกค้าจริงทำให้พบข้อมูลสำคัญใหม่ (Insight) ว่าจริงๆ แล้ว ลูกค้าเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพในเมือง วันธรรมดา ต้องทำงาน มีความต้องการสั่งและรับอาหารครั้งเดียว ในตอนเย็น วันอาทิตย์  และสามารถเก็บอาหารใส่ตู้เย็นไว้รับประทานทั้งสัปดาห์ ซึ่งขัดแย้งกับสมมติฐานแรกว่า กลุ่มคนรักสุขภาพ น่าจะอยากรับประทานอาหารที่สดใหม่อยู่เสมอ เป็นต้น

เครื่องมือในการหาไอเดีย (Explore) เช่น  Crazy 8 และ ยังมีเครื่องมือใหม่ๆ ที่อยากแนะนำให้ลองใช้กันคือ 5 Methods For Innovation ดูได้  

สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องและเครื่องมือได้ที่
1. The Design Prcess : What is double diamond? 
2. The Study of Design Process
3. Empathy Map 
4. Human Centered Design 
5. ไอเดียมาจากไหน 

สุดท้ายแล้วนอกจากคุณจะใช้เครื่องมือหาไอเดียสร้างสรรค์ได้แล้ว คุณสมบัติสำคัญที่คนคิดหาไอเดียควรมี คือ เชื่อมโยงได้ดี (Connect)  กล้าเสี่ยงกล้าล้มเหลว (Courage) เพราะคุณจะเชื่อมโยงประสบการณ์ที่มีได้และตัดสินใจได้ถูกมากยิ่งขึ้น
 

Hashtags: