knowledge

4 Social Enterprises ที่ใช้มือถือเปลี่ยนโลก

14 สิงหาคม 2016


รู้หรือไม่ว่าคนส่วนใหญ่บนโลกนี้ยังใช้มือถือรุ่นเก่าจอขาวดำ ที่ทำได้แค่โทรเข้าออกและรับ-ส่งข้อความเท่านั้น ฟังดูอาจจะไม่อลังการ ไม่ทันสมัย แต่ธุรกิจ IT และโทรศัพท์มือถือก็ยังเติบโตและเป็นที่ต้องการมากขึ้นทุกวัน แม้ในพื้นที่ด้อยโอกาสและขาดแคลน แถมยังขยายตัวจนสามารถออกลูกออกหลานเป็น ‘ธุรกิจมือถือเพื่อสังคม’ ได้ วันนี้เราจะพามารู้จัก 4 ธุรกิจที่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมด้านต่างๆ กัน

​mPedigree บริการ SMS ตรวจจับยาปลอม

เพราะยา 1 ใน 5 ที่มีการซื้อขายกันตามร้านขายยาในแถบทะเลทรายซาฮารา ทวีปแอฟริกานั้นเป็นของปลอม ผู้ซื้อและผู้ขาย (ที่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่องยา และไม่ใช่เภสัชกร) จึงไม่สามารถแยกแยะยาแท้และยาปลอมออกได้ ทำให้แต่ละปี มีชาวแอฟริกันนับแสนคนเสียชีวิตไปเพราะทานยาปลอมเข้าไป 

ในปี 2007 Bright Simons อโชก้าเฟลโลว์ ชาวกานา จึงลุกขึ้นมาสร้างระบบตรวจสอบยา mPedigree โดยใช้การทำงานของ SMS ง่ายๆ คือให้โรงงานยาที่ได้มาตรฐานและขึ้นทะเบียนแล้วรับรหัสประจำกล่องยามาติดไว้ข้างกล่อง ซึ่งลูกค้าสามารถใช้เหรียญขูด (วิธีเดียวกับบัตรเติมเงิน) แล้วส่งโค้ดประจำบรรจุภัณฑ์นั้นไปเช็คกับระบบเพื่อขอผลรับรองว่ายากล่องนี้เป็นของแท้หรือไม่ โดยไ่ม่มีค่าใช้จ่าย

mPedigree ได้ติดรหัสรับรองของแท้ให้ยาไปมากกว่า 500,000 กล่องแล้วทั่วแอฟริกา และยังวางแผนที่จะต่อยอดให้ระบบนี้สามารถรับรองสินค้าอื่นๆ ในตลาดว่าเป็นของแท้หรือปลอมได้อีกด้วย


​Sokowatch แพลตฟอร์มเพื่อสั่งซื้อสินค้าและบริการ

นอกจากปัญหายาปลอม และยาไม่ได้มาตรฐานแล้ว ชาวแอฟริกันที่มีรายได้ต่ำก็ยังประสบปัญหาขาดแคลน และไม่สามารถเข้าถึงยา สินค้าและทรัพยากรอื่นๆ อีกด้วย 

“ปัญหาของขาดสต๊อกเกิดขึ้นตลอดเวลา” Daniel Yu CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Sokowatch กิจการเพื่อสังคมที่สร้างฐานข้อมูลสินค้าเข้าออกให้กับร้านค้าขนาดเล็กในเมืองของประเทศกำลังพัฒนา “เราพบว่า มีหลายครั้งที่ร้านขายยาก็ขาดยานานทีละหลายๆ เดือน เพราะพวกเขาไม่มีระบบจัดการสินค้าและการสั่งซื้อที่ดี Sokowatch จึงทำให้ผู้ขายกลายเป็น Mobile Data Agent ที่แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว โดยสามารถเช็คสต๊อกได้แบบ real time และสั่งของล่วงหน้า แถมกำหนดเวลาจัดส่งได้เลย ”

ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาง่ายๆ นี้เองที่ทำให้ Daniel Yu คว้ารางวัล Unilever Sustainable Living Young Entrepreneurs ปี 2015 ไปครอง

Sokowatch มีแผนที่จะขยายระบบนี้ไปยังสินค้าอื่นๆ นอกจากผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว “ไม่ว่าร้านนั้นจะเล็กหรือไกลแค่ไหนก็สามารถใช้บริการของ Sokowatch ได้ คุณเห็นแล้วใช่ไหมว่าลูกค้าเรากลุ่มใหญ่แค่ไหน”


Simprints ระบบบันทึกลายนิ้วมือสำหรับผู้ไม่มีหลักฐานแสดงตัวตน

ทุกวันนี้ ยังมีคนมากกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลกที่ไม่มีบัตรประชาชน ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับหมอและเจ้าหน้าที่อนามัยที่ทำงานในพื้นที่ แยกได้ว่าเด็กคนไหนได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วเมื่อไหร่ หรือยังไม่เคยได้รับเลย

ทีมจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง Cambridge University มีคำตอบ พวกเขาพัฒนาแอพพลิเคชั่นหนึ่งขึ้นมาเพื่อจดจำลายนิ้วมือและข้อมูลของผู้ป่วย โดย Toby Norman ผู้ร่วมก่อตั้งในทีม Simprints บอกว่า “ผู้ได้รับผลประโยชน์ หรือ ผู้ป่วยของเรานั้น คือคนในพื้นที่ที่ถูกละเลย พวกเขาจึงไม่มีบัตรประชาชน และก็มักจะไม่มีลายเซ็นต์ด้วย ทำให้การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่อนามัยและ NGO เป็นไปได้ยาก 

โดยแอพฯ ของเรานั้นทำงานเชื่อมต่อกับเครื่องสแกนง่ายๆ ที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดมันเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ไม่ต่างจากแอพฯ อื่นๆ ในสมาร์ทโฟน ซึ่ง Simprints นั้นได้รับการลงสนามพิสูจน์แล้วว่าใช้ง่าย สะดวก และเชื่อถือได้จริงๆ”

เช่นเดียวกับธุรกิจมือถือเพื่อสังคมข้างต้น ปัจจุบัน Simprints ได้เปิดเป็นแอพฯ สแกนนิ้วมือของพวกเขาให้ SE อื่นๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ โดยมีการสแกนนิ้วมือเพื่อการยืนยันตัวตนของผู้ขอกู้เงินในระบบกู้ยืมระดับย่อยนั้นก็เป็นอีกโปรเจกต์ตัวอย่างที่ช่วยลดดอกเบี้ยกู้ยืมและลดมูลค่าความเสียหายไปกว่า 25 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ ต่อปีด้วย Simprints


Medic Mobile ระบบเชื่อมต่อคุณหมอกับผู้ป่วยเพื่อติดตามการรักษา

หลังจากที่ Josh Nesbit ได้ลงพื้นที่เพื่อทำวิจัยในประเทศมาลาวี ตอนเป็นนักศึกษา เขาก็พบว่าการบริการสาธารณสุขในประเทศกำลังพัฒนานั้นมีไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง และที่พบอีกอย่างก็คือ ทุกที่ (ไม่ว่าจะกันดารแค่ไหน) ก็ยังมีสัญญาณโทรศัพท์ Josh จึงเกิดไอเดียที่ใช้ระบบการสื่อสารให้เป็นประโยชน์ ด้วยการรับบริจาคโทรศัพท์มือถือมือสองจากเพื่อนๆ และคนรู้จักได้มาประมาณ 100 เครื่อง บวกกับคอมพิวเตอร์เก่าๆ ไม่กี่เครื่อง ก็สามารถจัดตั้งเครือข่ายสาธารณะสุขและติดตามโรค Medic Mobile ขึ้นมาได้ 

โดย Josh ใช้ระบบ SMS ในการติดตามผลการรักษาและการแจ้งเตือนการรักษา ซึ่งสถานีอนามัย/หน่วยงานสาธารณสุขสามารถดำเนินการได้เอง โดยในช่วง 6 เดือนแรกของการทดสอบระบบ พบว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถประหยัดเวลาที่ต้องเดินทางไปติดตามผลคนไข้ได้มากกว่า 1,200 ชั่วโมง และยังช่วยให้โรงพยาบาลสามารถขยายโปรแกรมการรักษาโรควัณโรคได้ถึงสองเท่า ช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่ได้ รับการดูแลรักษาสามารถเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลได้ถึง 130 คน และประหยัดเวลาอีก 900 ชั่วโมงในการเดินทางเพื่อติดตามผลการรักษากลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ปัจจุบัน Medic Mobile ได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อนามัยกว่า 12,000 คน ในการรักษาผู้ป่วยตามพื้นที่ยากไร้ในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ โดยให้ความสำคัญกับการตั้งครรภ์อย่างถูกสุขลักษณะ การฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็ก การรักษาที่จำเป็นในเด็กกลุ่มเสี่ยง การเช็คสต๊อกยา การติดตามการแพร่กระจายของโรคติดต่อได้อย่างฉับไว และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อนามัย


Link ที่มาและข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

id old content:
493
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below