[Problem Insights] ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษาไทย

30 มิถุนายน 2562
การศึกษาการเข้าถึงการศึกษา, คุณภาพการศึกษา, การเลือกเรียนต่อ, คุณภาพครู, ศักยภาพเด็กและเยาวชน, การเล่น, ปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน, ความรุนแรงในโรงเรียน, การกลั่นแกล้ง, เพศศึกษา, การสอบ, การลาออกกลางคัน, ความสามารถในการอ่านออกเขียนได้, ความคิดสร้างสรรค์, โรงเรียนทางเลือก, การศึกษาออนไลน์, หลักสูตรการสร้างการเปลี่ยนแปลง,

เด็กวัยรุ่น, ผู้พิการ, ผู้ด้อยโอกาส, ครอบครัว, ผู้อพยพ,

แม้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จะระบุว่าพ่อแม่ ผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้ลูกหรือเด็กในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับ ตั้งแต่อายุย่าง 7 ปี ถึงย่าง 16 ปี (พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ, 2542) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีเด็กวัยนี้อีกกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ (สำนักงานปลัดกระทรวงการศึกษา, 2559) ที่อยู่นอกระบบการศึกษา เด็กเหล่านี้เป็นใคร และทำไมพวกเขาจึงกลายเป็นเด็กนอกระบบ

เด็กนอกระบบคืออะไร และปัญหานี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ 

เด็กนอกระบบ หมายถึง เด็กที่มีอายุอยู่ในช่วงที่ต้องเข้าเรียนในสถานศึกษา แต่ไม่มีโอกาสเข้าเรียนหรือเคยเข้าเรียนแล้ว มีเหตุต้องออกจากสถานศึกษาไปกลางคัน และไม่ได้กลับเข้ามาเรียนอีก (UNESCO, 2019) 

ปัญหาเด็กนอกระบบชองไทย ไม่ใช่ปัญหาใหม่ นับตั้งแต่การก่อตั้งระบบโรงเรียนครั้งแรกของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2427 แล้ว (อ้างอิง 4) ประเทศไทยนับว่ามีปัญหาเด็กนอกระบบมาโดยตลอด 

ปัญหาเด็กนอกระบบสำคัญอย่างไรและส่งผลกระทบอะไรบ้าง

ปัญหาในระดับบุคคล

การที่เด็กไม่ได้รับการศึกษาตามที่ควรได้รับ ส่งผลกระทบต่อทางเลือกในการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพและฐานะทางเศรษฐกิจในอนาคตของตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เด็กนอกระบบอาจมีปัญหาเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ซึ่งทำให้ทางเลือกในการประกอบอาชีพและรายได้ลดลง จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ พบว่าคนหนุ่มสาว (อายุ 25-30 ปี) ที่มีการศึกษาระดับอนุปริญญาหรืออุดมศึกษาจะสามารถมีรายได้มากกว่าคนรุ่นเดียวกันที่มีการศึกษาระดับประถมถึง 2 เท่า และเมื่อพวกเขามีอายุถึง 50-55 ปี ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ก็จะถ่างกว้างออกไปเป็นกว่า 5 เท่า (อ้างอิง 5) 

อย่างไรก็ดี จากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ปี 2561 พบว่าประเทศไทยมีแรงงานที่ไม่ได้รับการศึกษา รวมกับแรงงานที่การศึกษาต่ำกว่าระดับประถม ซึ่งถือว่าเป็นแรงงานไร้คุณภาพมากถึง 28% ของจำนวนแรงงานทั้งหมด (อ้างอิง6) นั่นหมายความว่าแรงงานกลุ่มนี้อยู่ได้โดยรับค่าแรงขั้นต่ำหรือน้อยกว่านั้น   

ปัญหาในระดับสังคม

นอกจากนั้น ข้อมูลจากรายงานสภาวะการศึกษาไทยปี 2550-2551 ยังบอกว่าปัญหาเด็กนอกระบบ ส่งผลให้คุณภาพแรงงานไทยต่ำกว่ามาเลเซียถึง 3 เท่า และเหตุนี้ทำให้ประเทศไทยสูญเสียเงิน 3 แสนกว่าล้านบาทต่อปี คิดเป็น 3% ของ GDP ประเทศไทย (อ้างอิง7 ) เมื่อเด็กนอกระบบโตขึ้นมาไม่มีทางเลือกมากนัก จึงกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาท้องไม่พร้อม ฯลฯ โดยข้อมูลจากประเทศสหรัฐอเมริกายังระบุว่า เด็กนอกระบบเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมมากกว่า 7 เท่า และมีอายุเฉลี่ยสั้นลงกว่าเด็กในระบบ 9 ปี (อ้างอิง 8) 

สถานกาณ์ปัญหา: เด็กนอกระบบมีจำนวนมากแค่ไหน

จากข้อมูลสถิตินักเรียนนอกระบบโรงเรียน ระบุว่าในปี 2559 เด็กนอกระบบอายุ 7-16 ปี มีจำนวนมากถึง 1 ล้านคนทั่วประเทศ (นับเฉพาะสัญชาติไทยเท่านั้น) (อ้างอิง 9) ซึ่งคิดเป็น 14% ของเด็กวัยเดียวกันทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว 

หากเป็นสถิติของเด็กนอกระบบ จากฐานข้อมูลของ กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แล้ว พบว่าเด็กวัย 12- 21 ปี อยู่นอกระบบการศึกษามากถึง 1.7 ล้านคนหรือคิดเป็น 28% ของเด็กวัยเดียวกันทั้งหมด โดยจังหวัดที่มีเปอร์เซ็นต์เด็กนอกระบบมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศ เรียงจากมากไปน้อย ประกอบด้วย จังหวัดตาก (35.31%) จังหวัดนราธิวาส (33.58%) จังหวัดนครราชสีมา (32.89%) จังหวัดเชียงราย (31.95%) และจังหวัดภูเก็ต (31.48%) (อ้างอิง 10) 

สาเหตุเกิดจากอะไร
 


 

ประเด็นที่น่าสนใจ 
  1. จากการศึกษาของ กสศ. พบว่า เด็กเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาปัจจุบันแม้ ได้รับการอุดหนุนเงิน อุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนปีละ 1,000 บาท และ 3,000 บาท ตามลำดับ หรือวันละ 5 บาท สำหรับนักเรียนประถม และ วันละ 15 บาทสำหรับนักเรียนมัธยม ซึ่งเป็นเงินที่น้อยมากเมื่อเทียบกับค่า ครองชีพในปัจจุบัน เช่น ค่าเดินทางไป-กลับโรงเรียน หรือ ค่าอาหาร และค่า เครื่องแบบ โดยที่มิได้มีการปรับเพิ่มตามอัตราเงินเฟ้อมานานกว่า 7 ปีแล้ว นักเรียนจำนวนมากต้องออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากที่บ้านยากจน ต้องออกมาช่วยทำงานหารายได้เลี้ยงครอบครัว (อ้างอิง 11) 
  2. แม้ว่ากฎหมายการศึกษาภาคบังคับของไทยจะครอบคลุมถึงเด็กไร้สัญชาติหรือเด็กชาติพันธุ์ที่อยู่อาศัยในประเทศไทยแล้ว แต่ในระดับนโยบายของแต่ละโรงเรียน ผู้อำนวยการยังมีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะรับเด็กเหล่านี้เข้าเรียนหรือไม่ ส่วนใหญ่ที่ไม่รับ เป็นเพราะอุปสรรคด้านภาษา ครูและสื่อการสอนไม่เอื้อต่อเด็กที่ยังพูดภาษาไทยไม่ได้ อีกส่วนคือผู้ปกครองของเด็กไทย ไม่อยากให้ลูกเรียนรวมกับเด็กกลุ่มนี้ 

  3. เด็กพิการ ทุพพลภาพ หรือมีความต้องการพิเศษ มักต้องออกจากระบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยากจน เนื่องจากเดินทางไปโรงเรียนไม่สะดวก ภายในโรงเรียนเองก็ไม่มีสถานที่หรืออุปกรณ์ที่รองรับเด็กกลุ่มนี้ได้ 

  4. เด็กหญิงวัยรุ่นเมื่อท้องไม่พร้อม ส่วนใหญ่พ่อแม่หรือโรงเรียนจะให้ออกจากการเรียน และถึงแม้ตัวเด็กไม่อยากหยุดเรียนและจะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กกลุ่มนี้ให้เรียนต่อไปได้ แต่เด็กมักอายเพื่อนจนต้องออกจากโรงเรียนอยู่ดี บางส่วนเมื่อคลอดลูกแล้ว ก็จะฝากให้ญาติเลี้ยงและกลับมาเรียนต่อ แต่อีกจำนวนหนึ่งก็ไม่ได้กลับเข้ามาเรียนอีกเลย

  5. เด็กติดยาหรือต้องคดี เมื่อถูกเคยจับอยู่ในสถานพินิจฯ แล้ว ส่วนใหญ่มักถูกมองว่าเป็นตัวปัญหา มีประวัติที่ไม่ดี โรงเรียนเองก็ไม่อยากรับเด็กที่มีประวัติอาชญากรรม ทำให้เด็กเหล่านี้เมื่อก้าวพลาดครั้งหนึ่งแล้ว แทบทั้งหมดจะหลุดออกจากระบบไปโดยปริยาย แม้ในสถานพินิจบางแห่งจะให้การอบรมทักษะอาชีพ แต่หากคนในสังคมไม่ให้โอกาส เด็กกลุ่มนี้ก็มีทางเลือกในการประกอบอาชีพน้อยมาก 

  6. เด็กที่เรียนไม่ทัน หรือปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนไม่ได้ มีแนวโน้มจะออกจากโรงเรียน จากการวิจัยสถานการณ์เด็กนอกระบบของ กสศ. พบว่าในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด เด็กออกจากโรงเรียนเพราะ ไม่อยากเรียน/เบื่อเรียน/เบื่อครู และ เรียนไม่ไหว/เรียนไม่ทันเพื่อน สูงเป็นอันดับ 1 และ 3 จากปัญหาที่พบมากที่สุด 5 อันดับ (อ้างอิง12)
     

ตัวอย่างการแก้ปัญหา 

1. Learn Big, องค์การยูเนสโก
แคมเปญส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา ขององค์การยูเนสโกมุ่งหวังให้เด็กอายุ 6-11 ปี ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาระดับประถมศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน และมีเป้าหมายลดจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียน ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2573 ทั้งนี้องค์การยูเนสโกจึงมีโครงการย่อยมากมายภายใต้ร่มนี้ เช่น โครงการ Learn Big ซึ่งองค์การยูเนสโก ร่วมมือกับบริษัทไมโครซอฟท์ บริษัท ทรูคอร์เปอร์เรชั่น และกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาแอพพลิเคชั่นสื่อการสอน เพื่อให้เด็กไร้สัญชาติหรือเด็กชาติพันธุ์สามารถอ่านออกเขียนได้ โดยแปลเป็น 3 ภาษา (ไทย, พม่า, กะเหรี่ยง) เพื่อลดอุปสรรคในการเรียน 
นอกจากนั้น เมื่อเด็กอ่านหนังสือจากแท็ปเล็ต ระบบจะเก็บข้อมูลส่งไปให้ครูที่ดูแล เพื่อให้ครูสามารถสะท้อน ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กอ่านหนังสือได้ดีขึ้น จากนั้นความพยายามและพัฒนาการในการอ่านของเด็กจะถูกแปลงเป็นเงินช่วยเหลือส่งไปให้พ่อแม่ที่บ้าน เพื่อให้เกิดแรงจูงใจที่จะสนับสนุนลูกอีกทาง (อ้างอิง 13)  

ข้อมูลเพิ่มเติม 

2. วิชาชีวิต, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก 


บ้านกาญจนาฯ เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 โดยเป็นโครงการนำร่องที่ต้องการให้สถานพินิจฯ มีแนวทางใหม่ในการเลี้ยงดูและปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 14-24 ปี ที่ก้าวพลาด ให้มีความเป็นอยู่ที่เอื้อต่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยมี ป้ามล ทิชา ณ นคร เป็นผู้อำนวยการและผู้ริเริ่มสนับสนุนและกระตุ้นให้เด็กที่ก้าวพลาดเหล่านี้ เห็นคุณค่าในตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนเด็กเกิดความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และลบภาพลักษณ์ของเด็กในคุก อันธพาล หรือนักโทษออกไป ผ่านกระบวนการเรียนวิชาชีวิต และกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การวิเคราะห์ข่าว การดูหนังแล้วสะท้อนความคิด การเขียนบันทึกประจำวัน นอกจากนั้นยังมีการฝึกให้เยาวชนได้พัฒนาการใช้อำนาจภายในควบคุมบังคับใจตัวเอง แทนการใช้อำนาจจากเจ้าหน้าที่หรือการใช้กฎเหล็ก 
ครงการและทัศนคติที่เกิดในบ้านกาญจนาฯ นี้เอง ที่ทำให้เยาวชนที่ก้าวพลาดส่วนใหญ่ กลับมามีที่ยืนในสังคม บางคนกลับมาเรียนหนังสือจนจบ มีงานทำที่ดี มีโอกาสในการดำเนินชีวิตใหม่อีกครั้ง (อ้างอิง) 
ข้อมูลเพิ่มเติม 
3. ระบบดูแลช่วยเหลือเด็กท้องไม่พร้อม, โรงเรียนวัดสังเวช กรุงเทพฯ 

ในอดีตที่ผ่านมา อ.ภิญโญ ภูศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนยอมรับว่าเมื่อมีเด็กท้อง ก็จะถูกให้ออกจากการเรียน แต่เมื่อ พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ที่ระบุให้วัยรุ่นอายุเกิน 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี มีสิทธิ์เรียนต่อได้โดยไม่ถูกบังคับให้หยุดพักการเรียน ทางโรงเรียนจึงเริ่มพัฒนาระบบการเรียนการสอนภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด โดยครูและเพื่อนสนิท และเมื่อเด็กมีอายุครรภ์มากขึ้น ก็ปรับให้เด็กสามารถกลับไปเรียนที่บ้าน โดยมีพ่อแม่ให้ความร่วมมือในการรับส่งงานแทน อ.ภิญโญระบุว่าหัวใจสำคัญของการเยียวยาสภาพจิตใจเด็ก คือ การช่วยเหลือไม่ให้เด็กรู้สึกอาย และปรับเปลี่ยนทัศนคติของครูไปพร้อมกัน โดยครูจะต้องไม่ทำอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของนักเรียน ทุกฝ่ายต้องช่วยกันประคับประคองเด็กให้เรียนต่อเนื่องไปได้อย่างไร้ความกังวล (อ้างอิง) 

อ้างอิง 

  1. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%a198/%a198-20-9999-update.pdf (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  2. สถิติจำนวนนักเรียน นักศึกษา ครูนอกระบบการศึกษา. 2559. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/03.aspx (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  3. UNESCO. 2019. [Online system]. Source http://uis.unesco.org/en/glossary-term/out-school-children ( 8 May 2019)

  4. โรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของประเทศไทย. 2553. [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มา https://www.posttoday.com/dhamma/57793 (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  5. ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา. 2560. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://thai-inequality.org/pages/3-1-1 (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  6. สถิติจำนวนประชากร จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ เป็นรายจังหวัด. 2561. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/02.aspx (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  7. ข่าวนักเศรษฐศาสตร์โลกชี้ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบทำไทยสูญเงินกว่า 3 แสนล้านบาท/ปี เทียบเท่าการเติบโต 3% GDP. 2558. [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มา http://seminar.qlf.or.th/Archive/View/28 (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  8. เด็กนอกระบบการศึกษา 1.7 ล้านคน. 2553. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.thaihealth.or.th/Content/22651-%22%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B21.7%20%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%22.html (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  9. สถิติจำนวนนักเรียน นักศึกษา ครูนอกระบบการศึกษา. 2559. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/03.aspx (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  10. สถานการณ์เด็กนอกระบบ. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://oosc-report.firebaseapp.com/#%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8 (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  11. วัยเรียน ส่งเสริมโอกาสและพัฒนาคุณภาพนักเรียน. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.eef.or.th/focus-area/children/ (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  12. สถานการณ์เด็กนอกระบบ. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://oosc-report.firebaseapp.com/#%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1 (สืบค้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2562)

  13. Mobile Literacy for Out-of-School Children project in Thailand (Microsoft, True Cooperation and MOE Thailand. 2016. [Online system]. Source https://bangkok.unesco.org/content/mobile-literacy-out-school-children-project-thailand-microsoft-true-cooperation-and-moe ( 9 May 2019) 

  14. บ้านกาญจนาภิเษก โลกใบใหม่ของคน (เคย) พลั้งพลาด. 2547. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://mgronline.com/qol/detail/9470000008358 (สืบค้นวันที่ 9 พฤษภาคม 2562)

  15. ศธ.ออกกฎฯ “เด็กท้อง ต้องได้เรียน” รักษาโอกาสทางการศึกษา. 2562. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.hfocus.org/content/2019/01/16806 (สืบค้นวันที่ 9 พฤษภาคม 2562) 

Hashtags: