knowledge

Neighbirdhood : วัยรุ่น-ดูนก-ในเมือง

30 สิงหาคม 2016


“คนฮ่องกงส่วนใหญ่บอกชื่อนกได้ไม่เกิน 4 ชนิด ทั้งๆ ที่ประเทศฮ่องกงมีนกมากกว่า 530 ชนิด หรือคิดเป็น 20% ของสายพันธุ์นกทั้งหมดที่มีในโลก” ….. Pamela Cheung นักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวฮ่องกงเริ่มเล่าให้เราฟัง เธอเริ่มสนใจศึกษาเรื่องนกอย่างจริงจัง ตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรี เธอคิดโปรเจกต์ Neighbirdhood ขึ้นมาเป็นผลงานจบปริญญาของเธอ และเริ่มศึกษานกสายพันธุ์ต่างๆ ด้วยตนเองเป็นเวลากว่า 3 เดือน ก่อนจะเริ่มออกแบบเป็นกิจกรรมเพื่อชักชวนให้เพื่อนๆ ของเธอสนใจอยากทำความรู้จักกับนกให้มากขึ้น

แรงบันดาลใจ : ธรรมชาติ vs การขยายตัวของเมือง

ตอน Pamela เรียนอยู่ปี 1 เธอและเพื่อนๆ มีโอกาสได้ไปทำงานร่วมกับคนในชุมชนท้องถิ่นที่ Mashipo ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แถมยังมีชาวบ้านในชุมชนที่เข้มแข็ง แต่พื้นที่นี้กำลังจะหายไปด้วยการขยายตัวของเมือง เธอกับเพื่อนจึงช่วยกันออกแบบแผ่นพับเป็นสื่อเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้เห็นว่าในพื้นที่นั้น มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ขนาดไหน มีพืขพันธุ์อะไรที่เพาะปลูก มีสัตว์อะไรอาศัยอยู่บ้าง และชาวบ้านเกษตรกรอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างไร

เธอพบว่า นโยบายที่จะสร้างอาคารแทนพื้นที่สีเขียวของฮ่องกงนั้น จริงๆแล้วส่วนหนึ่งมาจากการกดดันของ ‘คนฮ่องกงรุ่นใหม่’ ที่อยากให้รัฐบาลจัดหาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับคนเพิ่งเรียนจบ หรือคนวัยทำงานให้มากขึ้น Pamela เลยเลือกที่จะสื่อสารกับคนรุ่นเดียวกับเธอ ให้หยุดคิดแต่เรื่องเศรษฐกิจ และชีวิตประจำวันในเมืองที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง แล้วหันมาเห็นความสำคัญของธรรมชาติบ้าง เธอจึงเลือกใช้ ‘นกในเมือง’ (City Birds) เป็นสะพานเชื่อมระหว่างธรรมชาติกับคนเมือง

‘นก’ กับ ‘คนเมือง’

เมื่อพูดถึง ‘การดูนก’…หลายคนคงรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก ไกลตัว และน่าเบื่อ ถ้าใครสนใจจะไปดูนกจริงๆ ก็น่าจะต้องใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมงๆ ไปยังพื้นที่ธรรมชาติที่ห่างจากตัวเมือง แถมคนที่ไปทำกิจกรรมด้วยกันก็มักจะเป็นผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิทยาศาสตร์ ที่คุยกันด้วยศัพท์เฉพาะทางยากๆ

แต่ Pamela ไม่คิดแบบนั้น ในฐานะที่ตัวเธอเองเริ่มจากศูนย์ จากคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับนกแต่ก็เริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเองหมด เธอเลยเข้าใจพฤติกรรมของเพื่อนๆในวัยเดียวกัน และพยายามออกแบบกิจกรรมเพื่อให้วัยรุ่นคนเมืองเข้าใกล้นกมากขึ้น อย่างน้อยก็ให้พวกเขาได้ใส่ใจสักนิดว่าบนต้นไม้ที่เราเดินผ่านนั้นมีนกอาศัยอยู่ก็ยังดี

Neighbirdhood

กิจกรรมที่ Pamela ทำประกอบไปด้วย

  1. Exercise Learning : จัดเวิร์คช็อปเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนกชนิดต่างๆ โดยเธอออกแบบสมุด workbook ขึ้นมา ที่มีข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่รูปของนกชนิดต่างๆ (ที่เธอวาดและลงสีเองกับมือ) พร้อมช่องว่างให้เราได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับนกชนิดนั้น มี QR code ให้แสกนเพื่อฟังเสียงนกแต่ละชนิด แถมท้ายเล่มก็ยังมีข้อมูลของหนังสืออ้างอิง/เว็บไซต์ต่างๆ สำหรับให้ไปหาข้อมูลเรื่องนกเพิ่มเติมด้วย
  2. Interactive Sound Games : เมื่อรู้จักหน้าตาของนกกันไปแล้ว ก็ต้องเปิดประสาทสัมผัสทางหูด้วยการฝึกฟังเสียงนกชนิดต่างๆ ในรูปแบบการปิดตาเล่นเกมทายเสียงนก และเดาทิศทางว่าจากเสียงนกที่ได้ยิน ตัวนกน่าจะอยู่ตรงไหน เพื่อให้การดูนกง่ายขึ้นจากการสร้างความคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกันของตาและหู
  3. Birdwatching Beginner Tour : เมื่อได้เปิดหูเปิดตากันไปแล้วก็ถึงเวลาออกไปเปิดโลกกับทริปจริง Pamela ทำทัวร์ดูนกขึ้นในเขตเมืองชั้นในของฮ่องกง เป็นทริป 1 วันที่ตะลอนไปตามถนน และสวนสาธารณะต่างๆ พร้อมกับกล้องดูนกเล็กๆ คนละตัว กับหนังสือ workbook เพื่อบันทึกข้อมูลนกที่ได้พบเห็น

    บางทีเธอก็ชวนเพื่อนๆ เดินจากมหาวิทยาลัยไปที่สวน Kowloon Park ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยตอนพักเที่ยง โดยให้ดูนกระหว่างทางไปด้วย แล้วเพื่อนๆ ก็ต้องตื่นเต้นที่พวกเขาได้เจอนกมากกว่า 5 ชนิดในเวลาแค่ 15 นาที !

  4. Art Jam : หลังจากผจญภัยกับทริปดูนกในเมือง ทุกคนก็จะได้โชว์ฝีมือจากการวาดภาพระบายสีนกที่ตัวเองประทับใจลงบนเฟรมผ้าใบขนาดกระทัดรัดติดมือกลับบ้านกันไป

วัยรุ่น – ดูนก – ในเมือง : 3 คำนี้ไปด้วยกันได้ !

เมื่อผู้ร่วมทริปได้ออกไปดูนก ได้เจอนกชนิดต่างๆ ด้วยตัวเอง ก็เกิดเป็นความภูมิใจ และอยากจะมองหานกชนิดอื่นๆ อีก ทำให้การเดินทางและการใช้ชีวิตในเมืองของพวกเขาเปลี่ยนไป และเริ่มเปิดรับธรรมชาติที่อยู่รอบตัวมากขึ้น….

  • พวกเขาเลิกรำคาญเสียงนก แต่จะมองหาตัวมันเมื่อได้ยินเสียง
  • เริ่มสังเกตว่านกแต่ละชนิดมักอาศัยอยู่ที่ไหนบ้าง เช่น พื้นดิน สระน้ำ หรือต้นไม้ต่างๆ
  • บางคนสามารถแยกแยะนก 2 ชนิดที่มีลักษณะต่างกันเพียงนิดเดียวได้
  • นกกลายเป็นประเด็นการสนทนาของวัยรุ่น เกิดเป็น community ที่มาแชร์กันว่าแต่ละคนเจอนกอะไรกันมาบ้าง ถ้าอยากเจอนกตัวนั้นบ้าง ต้องไปที่ไหน
  • หลายคนเริ่มหลงใหลการดูนก ถึงขั้นอยากซื้อกล้องดูนกกันเลยทีเดียว

จากผลสำเร็จของโครงการนี้ ทำให้ Pamela คิดอยากจะขยายผลให้ไปถึงกลุ่มคนที่กว้างขึ้น ซึ่งเธอก็ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Accumulator Scheme โดย Jockey Club Make a Difference School (เหมือน School of Changemakers ของเราเลย แต่อยู่ที่ฮ่องกง) แล้วเราคงจะได้เห็นโปรเจกต์ “Community Bird-watching Program” ของเธอเร็วๆ นี้ 🙂

“Birds Can’t speak, but we can speak ! ”

อย่าลืมช่วยเป็นกระบอกเสียงให้นกกันด้วยนะ จิ๊บๆ ( )>


About Changemaker :

Pamela Cheung

Product Designer

BA (Hons) Art and Design in Educationat School of Design,

the Hong Kong Polytechnic University

id old content:
502
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below