ทำความเข้าใจโมเดลทางสังคมและธุรกิจ สำหรับโครงการหรือกิจการเพื่อสังคม

11 กันยายน 2562
All

ภาคสังคม

หลังจากจบ Changemaker Toolkit Module 1 จากขั้นตอนการพัฒนาไอเดีย ทำความเข้าใจปัญหา จนได้ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง(Theory of Change) ซึ่งเป็นสมมติฐานการเปลี่ยนแปลงแล้ว ก่อนจะเริ่มลงมือทดสอบสมมติฐาน ผ่านแบบจำลองแนวคิด(Prototype) เพื่อทดสอบว่า วิธีการหรือกิจกรรมที่คุณออกแบบนั้น ช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ อย่างไร เราอยากชวนให้หยุดสักนิด และถอยออกมามองภาพรวม ถึงสิ่งที่เรียกว่า "โมเดล"
 

โมเดลคืออะไร 

โมเดลหรือแบบจำลองการดำเนินงานเพื่อการแก้ปัญหา ซึ่งอธิบายการทำงาน ของโครงการหรือกิจการของเราคร่าวๆ ด้วยแผนผังภาพให้เห็นองค์ประกอบ การทำงานในการแก้ปัญหาทั้งหมด อาจเขียนเล่ากระบวนการให้เห็น เป็นขั้นตอนการแก้ปัญหา ระบุผู้เกี่ยวข้อง หรือการทำงานหลังบ้าน (ระบบสนับสนุน) รวมถึงอธิบายกลยุทธ์การสร้างความมีส่วนร่วมอย่างไร เพื่อการ สร้างความเปลี่ยนแปลง

เวลาเราคิดโมเดลการทำงาน เราต้องคิดถึงการแก้ไขปัญหาและสร้างรายได้ไปพร้อมๆ กันอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนนี้เราอยากชวนคุณหยุดสักนิดว่า ตอนนี้คุณอยู่ในขั้นทดสอบอะไร??
หากคุณยังไม่เคยทำกิจกรรมที่คุณคิดขึ้นมาก่อนเลย หรือนำโมเดลนี้มาจากที่อื่น คุณยังไม่รู้ว่าแนวทางนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงๆในบริบทที่คุณเลือกหรือเปล่า ตอนนี้สิ่งที่คุณคิดเป็นเพียงสมมติฐาน คุณควรทดสอบ Impact Model ก่อน  แต่หากคุณได้ลองทำมาก่อนแล้ว หรือลักษณะกิจการของคุณคือการทำการตลาดให้สินค้าชาวบ้านหรือโครงการที่เคยทำมาแล้ว ผลลัพธ์ของโครงการหรือการขายสินค้าสามารถแก้ไขปัญหาสังคมได้จริง ลำดับต่อไปคือ คุณต้องทดสอบตลาดว่าใครคือผู้ซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ หรือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสนับสนุนการดำเนินงานของคุณ ขั้นตอนนี้ คุณควรทดสอบโมเดลทางธุรกิจ(Business Model)

หลังจากพิจารณาแล้วว่าตอนนี้คุณอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ-ทดสอบโมเดลอะไร ในส่วนของ Changemaker Toolkit Module 2 : Model & Plan นี้จะชวนคุณมาพิจารณาภาพรวมของ”กระบวนการทำงาน”  และองค์ประกอบต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา ครบทั้งหมด ทั้ง Impact และ Business Model 

ทำไมต้องออกแบบโมเดล แทนที่จะคิดวางแผนกิจกรรมเลย

การคิดถึงโมเดลแทนที่จะคิดกิจกรรมเป็นครั้งคราวสำคัญมากสำหรับการแก้ปัญหาสังคม การคิดโมเดลจะทำให้เราคิดเชิงระบบ ที่เห็นปัจจัยต่างๆ และ องค์ประกอบทั้งหมดของปัญหา ทำความเข้าใจผู้เกี่ยวข้องแต่ละกลุ่ม คำนึงถึง ผลกระทบ มองเห็นโอกาสที่แต่ละกลุ่มจะเข้ามามีส่วนร่วม  เมื่อเข้าใจเรา สามารถออกแบบกิจกรรม กระบวนการทำงาน และช่องทางการหารายได้ที่ ตอบโจทย์ให้กลุ่มเป้าหมาย สร้าง Win-win situation ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่ง การสร้างความมีส่วนร่วมจะวางรากฐานให้โปรเจกต์หรือกิจการของเรายั่งยืนใน ระยะยาวรวมถึงเตรียมรับกับแรงต้านที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการวางแผนสำรอง

โมเดลที่ดีควรจะ...

1. FIT ตอบโจทย์ตัวเราเอง ออกแบบกิจกรรมตามความ สามารถหรือความสนใจของคนทำ และบรรลุเป้าหมาย การแก้ปัญหาสังคม

2. Strategic เลือกทำเฉพาะกิจกรรมที่ขาดหายไป (Gap) สำคัญ จำเป็น ยังไม่คนทำ หรือเราทำได้ดีกว่าคนอื่น

3. Introduce new ideas นำเสนอคำตอบใหม่ๆ ให้กับ การแก้ปัญหาและมีความน่าสนใจ 

4.Practical & Lower barrier ทำได้จริง ไม่ยาก  เกินไปที่จะให้กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมได้

5. Scalable สามารถขยายผลได้ ซึ่งเกิดจากการออกแบบ กิจกรรมคำนึงถึงต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) และเห็นตลาด (กลุ่มเป้าหมายหรือพื้นที่) ที่จะขยายผลไปได้ชัดเจน

การออกแบบโมเดล

การออกแบบโมเดลการดำเนินงานและกิจกรรมด้วยเครื่องมือ 5 ชิ้นนี้ จะเป็นกระบวนการออกแบบการแก้ปัญหาจากการดึงเอาข้อมูลที่เราเก็บมา ตั้งแต่ Toolkit 1 มาคิดต่อ จัดเรียง วิเคราะห์ หาข้อมูลความรู้เพิ่มเติม ออกแบบกิจกรรมเพื่อนำไปลงมือทำ (ซึ่งควรมีการวางแผนการเก็บข้อมูล เพื่อให้เราเรียนรู้จากลงมือทำและนำมาพัฒนาการทำงาน หรือแบ่งปันกับ นักสร้างความเปลี่ยนแปลงทีมอื่นๆ ต่อไป) 

1. Data (ข้อมูลที่เก็บมาได้)

2. Information Processed Data (ข้อมูลที่ผ่านการ วิเคราะห์ สรุป)

3. Knowledge Learned Information  (ถอดเป็นความรู้)

4.Wisdom Applied Knowledge (ความรู้ที่นำไปใช้ได้)

ทั้งนี้ส่วนของโมเดลการทำงานจะได้มาจากช่องกิจกรรมการใช้เครื่องมือ Impact Value Chain
ตกตัวอย่างโมเดลการทำงานของ The guidelight ที่ช่วยนักศึกษาพิการทางสายตาให้เรียนจบมหาวิทยาลัย


สำหรับ Business Model ของธุรกิจเพื่อสังคม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ Business Model for social enterprise 
เมื่อคุณเห็นภาพรวมของกระบวนการ หรือสิ่งที่จะทำแล้ว คุณสามารถนำไปคิด ออกแบบกิจกรรมย่อยๆ ที่นำไปสู่การวางแผนงานกะงบประมาณต่างๆ ที่ใช้ เพื่อทดสอบแนวคิดได้ต่อไป เราอยากชวนคุณค่อยๆ ทดสอบโมเดลทั้งสองอย่างไปทีละขั้น เพราะบางครั้งปัญหาสังคมเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องลองผิดลองทุกมากมาย หากคุณกังวลกับความอยู่รอดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้หาเงินได้ในตอนเริ่มต้นอาจจะทำให้หลงทาง นำไปสู่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตอบโจทย์ หรือแก้ปัญหาสังคมใดๆเลย  

Hashtags: