knowledge

[Tool] Changemakers Toolkit Module 2: Model and Plan

15 กันยายน 2019


,

School of Changemakers ได้พัฒนา Changemakers Toolkit ชุดเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมสำหรับ (ว่าที่) นักสร้างการเปลี่ยนแปลง (Chengemaers to be) จากการทำงานสนับสนุนนักเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เพื่อช่วยสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่สามารถริเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาสังคม อย่างสร้างสรรค์ ด้วยทักษะ ความสนใจที่ตนเองมี เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ตัวเอง โดยชุดเครื่องมือทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 Modules ตามลำดับขั้นของการพัฒนาโครงการ จากแนวคิด ไปสู่การลงมือทำ และวัดผล ได้แก่ Module 1: Idea Development
Module 2: Model & Plan
Module 3: Take Action & Evaluation
ในบทความนี้เป็นการสรุปเครื่องมือใน Module 2: Model & Plan เครื่องมือที่มุ่งสนับสนุนผู้สนใจริเริ่มโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมในการออกแบบรูปแบบการดำเนินงานและแผนกิจกรรมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงตามไอเดียที่พัฒนาไว้ต่อจาก Module 1 โดยเครื่องมือใน Module 2 จะประกอบไปด้วยกันทั้งหมด 5 เครื่องมือดังนี้
0. Recap: Theory of Change
1. Stakeholder Analysis
2. Impact Value Chain
3. Value Proposition
4. Business Model Canvas
5. Gantt Chart
 สามารถดาวน์โหลด Module 2: Model and Plan ได้ที่นี่

คำแนะนำ หลังจากจบ Changemaker Toolkit Module 1 จากขั้นตอนการพัฒนาไอเดีย ทำความเข้าใจปัญหา จนได้ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) ซึ่งเป็นสมมติฐานการเปลี่ยนแปลงแล้ว ก่อนจะเริ่มลงมือทดสอบสมมติฐาน ผ่านแบบจำลองแนวคิด (Prototype) เพื่อทดสอบว่าวิธีการหรือกิจกรรมที่คุณออกแบบนั้น ช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ อย่างไร เราอยากชวนให้หยุดสักนิด เพื่อให้ได้ทำความเข้าใจโมเดลทางสังคมและธุรกิจ สำหรับโครงการหรือกิจการเพื่อสังคม และถอยออกมามองภาพรวมถึงสิ่งที่เรียกว่า “โมเดล”

0. Recap Theory of Change 
ก่อนที่จะสู่ไปสู่ขั้นตอนการออกแบบโมเดลและคิดรายละเอียดกิจกรรม ควรทบทวนทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) ที่ได้เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ในเครื่องมือสุดท้ายของ Changemakers Toolkit Module 1 ให้ชัดเจนก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากภายในทีมยังไม่ได้เข้าใจเรื่องปัญหาตรงกัน ว่าเราจะเริ่มโครงการหรือกิจการเพื่อแก้ปัญหาอะไร ที่ไหน หรือไม่ได้เห็นภาพเป้าหมาย หรือวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน ควรมีเวลาได้พูดคุยและทบทวนความเข้าใจ Theory of Change ให้ชัดเจนก่อน

1. Stakeholder Analysis วิเคราะห์ว่ามีใครเกี่ยวข้องกับโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมเราบ้าง และจะออกแบบการทำงานอย่างไร  
เริ่มด้วยการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ว่าโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมของเรา จะไปเกี่ยวข้องกับใคร องค์กรใดบ้าง และแต่ละคนหรือกลุ่มมีความสำคัญอย่างไร จะออกแบบการทำงานกับผู้เกี่ยวข้องกับใครและอย่างไรบ้าง 

การทำ Stakeholder Analysis เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างความเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์การทำงานมักมาจากขั้นตอนนี้ เพราะยิ่งเรามองว่ากิจกรรมเราจะสร้างความมีส่วนร่วมกับใคร ได้มากเท่าไหร่ นั่นคือโครงการหรือกิจการของเราจะยิ่งสร้างผลกระทบได้ในวงกว้างได้มากขึ้นเท่านั้น การสร้างความร่วมมือนี้ส่งผลต่อการออกแบบกิจกรรม ระดมทรัพยากร การทำการตลาด การสื่อสารและประชาสัมพันธ์และแนวทางการขยายผลกระทบในระยะยาว

2. Impact Value Chain (IVC) มองภาพรวมทั้งหมด ด้วยเครื่องมือห่วงโซ่ผลลัพธ์ 
จากนั้นออกแบบภาพรวมของโมเดลการทำงานหรือกิจกรรมทั้งหมดที่จะทำในโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมให้ชัดเจน ด้วยเครื่องมือห่วงโซ่ผลลัพธ์ (Impact Value Chain)  ช่วยทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ ในการดำเนินงานของเรา เป็นเครื่องมือที่ขยายทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) ให้ชัดเจน เห็นภาพร่างโมเดลการทำงานของเราและรายละเอียดว่ากิจกรรมที่เราจะสร้างผลผลิตระยะสั้นที่เห็นทันทีคืออะไรบ้าง ด้วยทรัพยากรใด และในระยะยาวหากดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน จะนำไปสู่การสร้างผลลัพธ์ หรือการเปลี่ยนแปลงอะไร วัดผลอย่างไร 

3. Value Proposition เจาะลึกทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
หลังจากออกแบบโมเดลการทำงานและกิจกรรมทั้งหมดที่จะทำแล้ว จากนั้นจึงค่อยเจาะลึกทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือ ลูกค้าที่เราจะทำงานด้วยว่าโครงการหรือกิจการของเราจะมีคุณค่าหรือไปตอบโจทย์อะไรให้ ด้วยเครื่องมือ Value Proposition ทำให้มองเห็นความเชื่อมโยงว่าโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมของเราจะสร้างคุณค่า (Value) ที่สอดคล้องกับปัญหา (Pain) ใดของกลุ่มเป้าหมาย (Target)  และลูกค้า (Customer) ทำความเข้าใจเพื่อทำให้คุณค่าที่เราตั้งใจส่งมอบนั้นได้ตอบโจทย์ปัญหาตรงจุดและสร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ในปัญหานั้นด้วย 

ใน Module 2 นี้จะมีการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 
1. Social Model กลุ่มเป้าหมาย (Target) ที่โครงการหรือกิจการเพื่อสังคมของเราลงไปทำงานด้วย ไปช่วยแก้ไขปัญหาให้ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ทางสังคมจากโครงการของเรา (Beneficiary) 
2. Business Model ลูกค้า (Consumer) หรือตลาดที่เป็นช่องทางรายได้ของโครงการหรือกิจการเพื่อสังคมของเรา

4. Business Model Canvas นำข้อมูลการทำ Value Proposition มาคิดองค์ประกอบการดำเนินงานโครงการหรือกิจการ 
เริ่มคิดโมเดลการหารายได้อย่างเป็นระบบ หลังจากได้เห็นว่าโครงการหรือกิจการของเราจะมีคุณค่าหรือตอบโจทย์อะไรให้กลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้า ด้วยเครื่องมือ Business Model Canvas ซึ่งจะช่วยให้เราตอบคำถามสำคัญของการทำโครงการหรือกิจการเพื่อสังคม 4 ข้อ นั่นคือ ทำอะไร ทำให้ใคร ทำอย่างไร และคุ้มค่าแค่ไหน สามารถใช้ได้ทั้งโครงการหรือกิจการที่ริเริ่มขึ้นใหม่ หรือที่กำลังทำอยู่เพื่อพัฒนาโอกาสและบริหารโครงการหรือกิจการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

5. Gantt Chart ออกแบบกิจกรรมและแผนงานระยะสั้น
ตัดสินใจว่าควรต้องเริ่มต้นทดลองโมเดลอะไรจากเครื่องมือทั้งหมดที่ผ่านมาด้วยการออกแบบกิจกรรมและวางแผนงานระยะสั้น ในเครื่องมือ Gantt Chart โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมมติฐานที่เป็นเป้าหมายในทดสอบในแผนงานระยะสั้นจากเครื่องมือตัว Value Proposition โดยอาจะตอบคำถามด้านล่างเพื่อออกแบบกิจกรรมและแผนงาน
1. เป้าหมายของแผนงานระยะสั้นนี้ต้องการทดสอบสมมติฐานใด
2. กิจกรรมหรือสิ่งที่กำลังจะสร้างขึ้นเพื่อทดสอบสมมติฐานใด
3. คำถามในการทดสอบสมมติฐาน คือ
4. ในแผนระยะสั้นนี้เราจะสร้างหรือทำอะไร
5. ผลที่เราคาดหวังคือ ระดับที่รับได้ (Bottomline) ระดับที่สำเร็จ (Better) ระดับที่สำเร็จสุดๆ (Best)


ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below