knowledge

“You are somebody’s daughter”

10 มกราคม 2016


eb9cda56dbfc62624a0678e2ffd1d3ac

เราเปิดเจอข้อความนี้จากโปรแกรมไทม์ฮอปของวันนี้ ทำให้สงสัยว่าทำไมเราถึงทวิตข้อความนี้เก็บไว้ พยายามนึกที่มาของประโยคว่ามาจากไหน เลยลองกลับไปชวนตัวเองในวันนี้ของปีที่แล้วคุยกัน

 – ก็แน่ละ ใครๆ ก็ต้องเป็นลูกใครสักคนอยู่แล้ว จะจดเก็บไว้ทำไม?

– นึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมถึงรู้สึกกับข้อความนี้ วันนั้นมันเยียวยาอะไรเราหรือ? มันก็เป็นประโยคธรรมดานี่นา

– หรือว่าจะมาจากเฟสบุ๊ค วันนี้ฟังบรรยายมา เค้าบอกว่าเราไม่สามารถค้นหาข้อความในเฟสบุคจากกูเกิลได้.. ตอนนี้ เราไม่มีเฟสบุ๊ค

– ถ้าลองหาเบาะแสจากช่วงเวลา ต้นปีที่แล้วเรากำลังเริ่มทำธีสิส สำเร็จเด็กถาปัตปีห้า ธีสิสถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เพราะมันคือตัวตัดสินว่าจะได้รับปริญญาหรือไม่ ตอนสอบเข้าว่ายากแล้ว จะออกนั้นยากกว่า ไม่ใช่แค่คำขู่จากรุ่นสู่รุ่น แต่มีหลักฐานให้เห็นทุกรุ่นว่ามีคนไม่จบ หัวข้อและกลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษาจึงเป็นตัวแปรสำคัญของธีสิส มันเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตมหาลัยก็ว่าได้ ตอนนั้นการตัดสินใจของเราถูกทัดทานและห้ามจากคนรอบข้างว่าจะทำให้ชีวิตมันยากทำไม แต่สุดท้ายเราก็ไม่เปลี่ยนใจ

– ต้นปีตรงกับช่วงตรวจแบบครั้งแรกๆ แบบที่อดหลับอดนอนทำมาหลายคืน ถูกปฎิเสธภายในห้านาที มีเหตุผลบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง รอบตัวรายล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน 

– พยายามทำแบบไปเท่าไหร่ ก็ไม่ผ่านสักที ท้อแล้วท้ออีก แต่ก็ไม่รู้จะถอยไปไหน เพราะก็แทบจะเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่ส่งงานไม่มีที่ให้ถอยไปกว่านี้แล้วล่ะ หนักเข้าก็เริ่มไปสู่การโดนอาจารย์ปฎิเสธที่จะตรวจแบบให้ ทั้งที่เราอยากเรียนกับอาจารย์ท่านนี้มาก เลยผิดหวังกับตัวเองมาก เป็นช่วงที่ความมั่นใจในตัวเองตกต่ำ เป็นลูกศิษย์ยังไม่ได้เลย หรือเราจะไม่ดีพอที่จะเป็นอะไรเลย เป็นนิสิตที่ย่ำแย่ขนาดว่าผ่านมาถึงปีห้าได้ยังไง แล้วจะไปเป็นบัณฑิตได้อย่างไร จะไปทำอะไรต่อได้

– ข้อความนี้ในวันนั้นทำให้เรามีพลังขึ้นมาอีกที ใช่ เราเป็น ‘ลูกสาว’ ไง สุดท้ายถึงจะโดนทำร้ายจากคนรอบตัวยังไง ใครไม่รักก็ไม่เป็นไร เราต้องรักตัวเอง ที่บ้านมีป๊ากับแม่รอเราอยู่ ถึงอาจารย์จะไม่ยอมตรวจแบบ ป๊าก็ยังขับรถไปรับส่งเราปริ๊นท์งานเพื่อมาส่งทุกอาทิตย์อยู่ดี ถึงอาจารย์จะมองว่าเราเป็นเด็กไม่ดี แม่ก็มีแตงโมแช่เย็นแบบไม่มีเม็ดรอเราอยู่ที่บ้าน และไม่ว่าเราจะเป็นอะไรอย่างที่อยากเป็นไม่ได้ เราก็ได้เป็นลูกสาวของป๊ากับแม่ที่รักเราเสมอ ช่างมันเหอะ คำวิจารณ์งานหรือการปฎิเสธเหล่านั้น ตั้งใจทำงานของเราให้ดีที่สุด ให้สมกับที่เราเป็นลูกสาวของเค้าก็พอแล้วล่ะ

สุดท้ายธีสิสก็ผ่านพ้นไป เหมือนกับที่หลายๆ เรื่องที่ผ่านพ้นไป และอีกหลายๆ เรื่องที่เดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไป

มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่เราเดาที่มา แต่ทำให้เราได้รู้ที่ไปของเรา ได้ทบทวนถึงสิ่งสำคัญในชีวิต เชื่อมโยงและหาความหมาย เห็นความเปลี่ยนแปลง อะไรที่เคยช่วยเยียวยาวันนึงมันก็จะกลายเป็นความธรรมดา ในทางกลับกัน ความธรรมดานั่นอาจแปลว่า แผลบางอย่างของเราได้รับการรักษาแล้ว 🙂

เราเชื่อว่าทุกคนมีประโยคที่ชอบ หรือบางสิ่งที่รู้สึกพิเศษกับมัน อยากชวนมาลองทบทวนดูว่า วันนี้ยังมีอันไหนพิเศษอยู่เหมือนเดิมหรือประโยคไหนกลายเป็นวัคซีนป้องกันโรคป่วยใจไปแล้วรึเปล่า? เราอาจจะได้พบกับสิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้

ปล.หลังเขียนเสร็จก็กดหาในกูเกิล แล้วก็เจอข้อความ! ซึ่งไม่ใกล้กับสิ่งที่คิดเท่าไหร่นัก 555

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below