knowledge

Empathy, Changemaking and Me จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ถามตัวเองแล้วหรือยัง?

7 มิถุนายน 2018


Empathy หรือ ‘การเข้าอกเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้อื่น’ ซึ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาเป็นเครื่องมือเช่น Empathize Tool ของ Human Design Center ที่ใช้ในการเข้าใจผู้ประสบปัญหาและนำมาออกแบบวิธีแก้ไขให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายและตอบโจทย์ปัญหาสังคมได้ แต่หลายๆ ครั้ง แม้จะมีการ empathize ทั้งการสังเกตการณ์ทั้งสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายก็ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ได้ผลเสมอไป

เพราะหลายคนตกหลุมพรางที่ว่าทำเพื่อสังคมเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ไกลตัว ต้องลำบากเท่านั้น ปัญหาที่ทำก็ต้องใหญ่ระดับโครงสร้าง เช่น ปัญหาขยะล้นโลก ปัญหาเด็กบนดอยเข้าไม่ถึงการศึกษา โดยไม่เห็นว่าการที่เด็กในหมู่บ้านเราไม่มีสนามเด็กเล่นหรือคู่ผัวเมียข้างบ้านทุบตีกันทุกวันก็เป็นปัญหาสังคมที่ต้องแก้ไข เราจึงเลือกทำในสิ่งที่เราไม่อิน ทำเรื่องไกลตัวไกลใจ หรือเลือกเรื่องที่เราไม่สามารถนำทักษะและความสนใจเราไปใช้ได้ แล้วแรงผลักดันของเราจะเพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นเรื่องยาก สวนกระแสและใช้แรงเยอะให้สำเร็จตลอดรอดฝั่งได้อย่างไร ดังนั้น empathize คนอื่นอาจจะยังไม่พอ เราควรทำความเข้าใจตัวเราเองด้วย

Empathizing in Changemaking   

“เราจะระบุและแก้ปัญหาไปด้วยกันและเราต่างมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน”

เพื่อทำให้การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำเร็จและยั่งยืน การช่วยด้วย empathy นั้นจึงต้องอาศัยทั้งความอยากช่วยของเรากับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ภาพการซ้อนวงกลม 2 วง ที่ empathize ทั้งตัวเราเองและกลุ่มเป้าหมายโดยไม่เอียงเอนไปข้างใดข้างหนึ่งนี้คือภาพที่ควรเห็นในใจก่อนเริ่มคิดโครงการ เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงบนความสมดุลระหว่างความต้องการของเรากับกลุ่มเป้าหมาย (me-centered vs target-centered)

  1. My WHY ขั้นตอนแรกในการ empathize ตัวเองคือการถามตัวเองว่าเราทำไปทำไม เราทำเพราะสงสาร ทำเพราะเพื่อนชวน ทำเพราะเห็นปัญหาอยู่ตรงหน้า ทำเพราะเราหรือคนใกล้ตัวเราเป็นผู้ประสบปัญหา ทำเพราะเรามี passion ในประเด็นนี้ หรือทำเพราะเรามีทักษะที่เป็นประโยชน์ถ้าเรารู้ว่าเราทำไปทำไมแล้ว WHY ของเรามันสำคัญอย่างไร ยิ่งชัดมาก WHY ก็จะยิ่งมีพลังในการผลักดันให้เราออกไปจากจุดเดิมและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้
  2. My HOW พอเรารู้ว่าเราทำไปทำไมแล้วเราก็ถามตัวเองต่อว่าเราจะทำอย่างไร ด้วยการประเมินตัวเองดูว่าเรามีต้นทุนอะไรบ้างที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เรามีทักษะอะไร เราพูดเก่ง เราวาดรูปเก่ง เราเก่งออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง เราเก่งการเงิน เราเขียนบทความได้ เราทำอาหารอร่อย เราสนิทกับผู้ใหญ่บ้าน เราสนิทกับเด็กแก๊งที่ไม่มีใครเข้าถึง หรือดูจากความสนใจของเรา เราสนใจของทำมือ เราสนใจการเปิดพื้นที่ให้คนมาเจอกัน เราสนใจเวิร์กช็อปการพัฒนาตัวเอง หรือเราชอบชิมอาหารทักษะ ความสนใจและสิ่งที่เรามีเหล่านี้อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สามารถนำไปใช้ตั้งต้นไอเดียการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จที่ใกล้ตัวใกล้ใจเราได้ทั้งนั้น
  3. My WHAT จากนั้นก็คิดกิจกรรมโดยใช้ HOW (ทักษะ ความสนใจ สิ่งที่เรามี) และ WHY (เหตุผล) ของเรามาร่วมกัน ซึ่ง WHAT ก็สามารถเป็นได้หลายรูปแบบตามแบบฉบับของแต่ละคน ดังนั้น คนสองคนที่สนใจแก้ไขปัญหาเดียวกันมีรูปแบบการช่วยเหลือไม่เหมือนกันยกตัวอย่าง เราอินกับประเด็นท้องในวัยรุ่นเพราะน้องสาวเคยทำแท้ง ทำให้เราและครอบครัวเป็นกลุ่มที่ได้ผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเชิงความสัมพันธ์ในครอบครัว เราเห็นว่าปัญหานี้มีคนแก้เยอะแต่โฟกัสอยู่ที่ผู้หญิงเท่านั้น เราสนใจคนที่ถูกลืมและเห็นว่าวัยรุ่นชายเป็นตัวแปรที่สำคัญและมีศักยภาพในการป้องกันปัญหาระยะยาว กลุ่มเป้าหมายของเราจึงเป็นวัยรุ่นชายที่มีแฟนและไม่ได้อยู่กับครอบครัว ไม่มี role model ด้านความสัมพันธ์ที่ healthy และเสี่ยงจะทำผู้หญิงท้องไม่พร้อม ดังนั้น WHAT ของเราก็คือการจัดกิจกรรมสนุกๆที่ส่งเสริมแนวคิดด้านสิทธิและความเคารพในร่างกายตนเองและผู้อื่น และเครื่องมือการจัดการความสัมพันธ์ที่ healthyลองคิด WHAT ของเราดูซัก 3 อย่าง แล้วคิดต่อยอดกับ WHY HOW และ WHAT ของกลุ่มเป้าหมายที่เราไป empathize มาดู เพื่อสร้างจุดทบกันของสองวงกลมจนเกิด Our WHAT 🙂

List เครื่องมือ Empathize ที่แนะนำ

ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below