knowledge

Penguin Monthly Meeting #7: Learn how to pitch

19 สิงหาคม 2020


เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา โครงการ Penguin Incubation ได้จัดงาน Penguin Monthly Meeting ครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อ ‘Learn how to pitch’ โดยได้รับเกียรติจากคุณไผ สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้ง Local Alike กิจการเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายที่จะยกระดับการเป็นอยู่ในชุมชน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การการนำเสนองาน (Pitching) ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจากหลากหลายเวทีทั้งในไทยและต่างประเทศ ทีมงานจึงอยากนำเนื้อหามาแชร์เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่อาจจะกำลังเตรียมตัวการนำเสนองาน (Pitching) อยู่

Perfect Pitching คืออะไร? 

จริงๆแล้ว Perfect Pitching ก็คือการนำเสนองาน (Pitching) แล้วได้สิ่งที่เราต้องการหรือตั้งเป้าหมายไว้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน ลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์ร่วมธุรกิจ

ในการนำเสนองาน (Pitching) มักมีข้อจำกัด คือ เวลาในการนำเสนอ ดังนั้นการสื่อสารเพื่อให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจและสามารถเห็นภาพหรือมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เรากำลังพยายามสื่อสารในระยะเวลาที่จำกัดจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหัวใจสำคัญของการนำเสนองาน (Pitching) อยู่ที่ ความรักและมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ (Passion), ความแตกต่าง (Differentiation) และทีม (Team) 

  • เรากำลังพูดกับใคร  : เริ่มจากการศึกษาว่าผู้ฟังของเราคือใคร  และทำความเข้าใจสไตล์ของคนฟัง (คณะกรรมการ นักลงทุน หรือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ) แต่ละคน การสื่อสารผ่านภาษาและอวัจภาษา ต่างๆ เช่น เวลาที่เราพูดถึงตัวเลข การเงิน ควรสบตาใคร ถ้าเล่าเรื่องราว เนื้อหา ควรจะมองใคร ดังนั้นการสื่อสารทางสายตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ จึงควรฝึกการใช้สายตามากกว่าอ่านสไลด์ 
  • ฝึกฝน ทำซ้ำ : ซ้อมก่อนการนำเสนอ (Pitching) จริงจะช่วยลดการตื่นเต้น แนะนำให้ซ้อมโดยคิดตามเป็นข้อๆ (Bullet point) ให้เข้าใจเนื้อหา ไม่จำเป็นต้องเขียนบทพูด เพื่อไม่ให้โฟกัสที่บทพูดมากเกินไป และควรจับเวลาพร้อมกันไปด้วย

โครงสร้างทั่วไปของการนำเสนองาน (Pitching) ควรมีส่วนประกอบดังนี้

  1. Vision – ควรเป็นประโยคสั้นๆ 5-10 คำที่ทำให้คนฟังเห็นภาพชัดว่าเราอยากทำอะไร 
  2. Current pain – สามารถอธิบายปัญหาให้เห็นได้ชัด มีตัวเลขที่ช่วยให้คนเข้าใจปัญหาได้มากขึ้น หากไม่มีตัวเลขให้ดึงเคสหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงให้คนรู้สึกเชื่อมโยง
  3. Market size/Addressable – ระบุตลาดที่ชัดเจน ควรลงลึกให้เห็นถึงตัวเลขที่เฉพาะเจาะจง
  4. Product – สามารถอธิบายสิ่งที่เราจะขายให้ชัด ให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความแตกต่างของเราและสิ่งที่มีอยู่แล้ว 
  5. Why now – อธิบายความสำคัญ และเร่งด่วนให้เห็นถึงโอกาสว่าในตอนนี้มีโอกาสหรือเทรนด์อะไรที่ทำให้เราควรเริ่มตอนนี้ และจุดเด่นของเราคืออะไร 
  6. Traction – แสดงให้เห็นตัวเลขชัดๆว่ามีคนใช้หรือลูกค้าเป็นจำนวนเท่าไหร่แล้ว หรือหากเคยได้รับรางวัลให้พูดรางวัลที่เคยได้รับว่ามีอะไรบ้าง 
  7. Business Model – นำเฟรมของ Business Model Canvas มาใช้ในการเล่า โดยเน้นในจุดที่สำคัญเป็นหลักไม่จำเป็นต้องใส่ไปทั้งหมด โดยอาจจะใส่ Business Model Canvas ของเราไว้ในภาคผนวก (appendix) เผื่อไว้ในกรณีที่อาจจะมีคำถามจากคณะกรรมการ
  8. How to get customers – เราใช้กลยุทธ์อะไรในการเข้าถึงลูกค้า และวางแผนอย่างไร โดยกลยุทธ์ที่ใช้อาจจะเริ่มจากสิ่งที่เราถนัดก่อน
  9. Your Ask – ระบุถึงสิ่งที่เราต้องการ ให้อธิบายให้ชัดว่าเราต้องการเท่าไหร่ ใช้ทำอะไร และเขาจะได้อะไรตอบแทน
  10. Team – อธิบายให้เห็นว่าสมาชิกในทีมแต่ละคนช่วยเสริมให้การทำงานนี้ดีอย่างไร และอะไรที่เป็นจุดแข็งของทีม

Tips เล็กน้อยๆจากคุณไผที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้

  • หายใจเข้าลึกๆ ก่อนเริ่มจะช่วยลดอาการตื่นเต้น
  • เวลาพูดควรเว้นระยะหายใจ มีจังหวะในการพูด ไม่จำเป็นต้องพูดเร็วแข่งกับเวลา เพื่อให้เวลาตัวเองและนักลงทุนในการคิดตาม 
  • ควรมีทีมงานช่วยจดคำถามหรือข้อเสนอแนะจากกรรมการ ซึ่งจะช่วยให้เรานำไปปรับปรุงในการนำเสนอครั้งต่อไป
  • หากนำเสนองาน (Pitching) แล้วไม่ได้รับเงินลงทุนหรือไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ให้ก้าวต่อไป (Move on) ทำความเข้าใจว่าทุกอย่างคือประสบการณ์ และนำคำถามหรือข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงในครั้งต่อไป
  • สไลด์นำเสนอควรเน้นรูปภาพ ให้ภาพช่วยในการสื่อสารเล่าเรื่อง หากมีตัวเลขหรือตัวหนังสือให้เลือกเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ 
  • ในช่วงตอบคำถามหากมีคำถามใดที่เราตอบไม่ได้หรือไม่รู้ ไม่ควรแถ ควรบอกว่าจะไปศึกษาเพิ่ม หรือหากมีโอกาสหลังจากการนำเสนอ (Pitching) ให้ลองไปคุยกับกรรมการในช่วงที่มีเวลาเพื่ออธิบายและรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นตัวช่วยให้กับใครหลายๆคนในการเตรียมตัวนำเสนองาน (Pitching) นะคะ

0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below