knowledge

9 หลุมพรางของการสร้างนวัตกรรม

5 กรกฎาคม 2021


นวัตกรรม เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากสร้าง องค์กรอยากได้ ประเทศชาติต้องการ อย่างไรก็ตามในระหว่างการสร้างนวัตกรรมกลับมีอุปสรรคสำคัญที่อาจทำให้ไม่เกิดนวัตกรรม จากประสบการณ์ที่ได้ทำมา พบว่า ”9 ข้อหลุมพรางของนวัตกรรม” ที่เจอบ่อยมี ดังนี้

  1. กรอบความคิดที่ผิดต่อคำว่านวัตกรรม
  2. นวัตกรรมเริ่มต้นที่เทคโนโลยี
  3. นวัตกรรมต้องทำเงินได้เท่านั้น
  4. ละเลยเสียงของลูกค้าและสังคม 
  5. การทำงานแบบตั้งรับ
  6. เอาความสำเร็จในอดีตมากำหนดอนาคต 
  7. ละเลยการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี 
  8. ขาดการตรวจสอบผลัพธ์ของการทำนวัตกรรม 
  9. ทำนวัตกรรมแบบ I’m my own HERO (ข้าเก่งอยู่คนเดียว)

  1. กรอบความคิดที่ผิดต่อคำว่า “นวัตกรรม”

การที่มีความเข้าใจกรอบแนวคิดที่ถูกต้องต่อคำว่านวัตกรรม ช่วยให้เราถามตัวเองเสมอว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพราะอะไร มีความหมายอย่างไร เรากำลังจะแก้ไขปัญหาอะไร ให้ใคร โดยเฉพาะผู้ที่ทำนวัตกรรมทางด้านสังคมที่เริ่มต้นทำด้วยการสร้างคุณค่า / ประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับสังคมและชุมชนโดยรอบ บางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องใหม่เสมอไป 

การศึกษาวิธีการเดิมที่เคยมีคนทำมาแล้ว เคยแก้ไขปัญหานี้มาแล้ว เป็นสิ่งสำคัญ ช่วยทุ่นแรงให้เราสามารถต่อยอดนวัตกรรมจากเดิมได้  โดยหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ 

2. นวัตกรรมเริ่มต้นที่เทคโนโลยี

การเติบโตของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้เราติดกับดักความสำเร็จของปลายทางว่า นวัตกรรม = การใช้เทคโนโลยีสูงๆ หรูหรา ทุกสิ่งจำเป็นต้องสมาร์ท (Smart)  เราเสพสื่อนวัตกรรมเด่น  ๆ  ว่ามีเทคโนโลยีทุกตัว นั่นอาจจะทำให้เราเริ่มต้นผิดทาง เพราะการเริ่มต้นสร้างนวัตกรมเราเริ่มต้นการสร้างนวัตกรรมกันแบบง่าย  ๆ   ว่า คุณค่า (Value) ใหม่  ๆ   ที่เราอยากสร้างขึ้นให้แก่ ผู้ใช้งาน องค์กร อุตสาหกรรม หรือประเทศ คือ อะไร 

เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ (Tools) ที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรม และ นวัตกรรมทุกตัวไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยี (Technology) “นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องหรูหราแต่สร้างคุณค่าได้ทันที”

3. นวัตกรรมต้องทำเงินได้เท่านั้น

คุณค่า (Value) นั้นไม่ได้เริ่มต้นเกิดขึ้นจากการทำเงินได้ คุณค่าของนวัตกรรมเริ่มต้นเกิดขึ้นจากการที่เราสร้างให้เกิด Emotional Contribution ให้แก่ ผู้ใช้(User) คนสำคัญของเรา ช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้น สะดวกขึ้น ลดความเจ็บปวดในชีวิตได้อย่างไร เมื่อเราทำสิ่งเหล่านั้นได้แล้ว จะช่วยเป็นตัวส่งให้เราเห็นถึงการสร้าง Business Model หรือรูปแบบการสร้างรายได้ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของธุรกิจ หรือ ในรูปของงานภาคสังคมก็ตาม

คุณค่า และ มูลค่า ไม่เหมือนกัน
ของที่มีคุณค่า อาจจะยังไม่มีมูลค่าในวันแรกๆ ที่เราพยายามสร้างนวัตกรรม แต่สิ่งใดที่มีคุณค่าและช่วยแก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง สุดท้ายแล้วจะมีใครสักคนยอมแลกเปลี่ยน สิ่งที่เขาให้คุณค่า กับสิ่งที่มีคุณค่าที่เราสร้างขึ้น อาจจะเป็นเวลา เงิน หรืออื่นๆ ก็ได้  มันจึงมีมูลค่าขึ้นมา

4. ละเลยเสียงของลูกค้าและสังคม 

การทำนวัตกรรม สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืม คือ ความต้องการของลูกค้าและสังคมโดยรอบ หากเรามัวแต่ทำนวัตกรรมเพื่อสนองความชอบ และประโยชน์ของตนเอง แล้วลืมหันมามองความต้องการของผู้บริโภค ตลาด และสังคม เราก็จะตกหลุมพรางดังเช่นหลาย  ๆ  องค์กรที่ทำผลงานออกมาแล้ว ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านคำว่าสิ่งประดิษฐ์  ซึ่งจะไม่สามารถทำสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นให้กลายเป็นนวัตกรรมได้เลย เรียกง่ายๆ ว่า “ขึ้นหิ้ง” 

5. การทำงานแบบตั้งรับ

การสร้างนวัตกรรมต้องเกิดจากการมองไปข้างหน้า ต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างคุณค่าและคุณประโยชน์ให้เกิดขึ้น การทำงานเชิงรุกช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และเมื่อเห็นปลายทางชัดเจน การทำงานในเชิงนวัตกรรม ก็จะมีความชัดเจนมากในทำงานเชิงรุกได้อย่างถูกต้องเช่นกัน

เช่น การแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดนวัตกรรมทางสังคม ต้องอาศัยพลังในการทำงานเชิงรุก เพื่อให้เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง (Finding the Right Problem) มากกว่าการตั้งรับ คือ อาศัยข้อมูลเดิม สิ่งที่บอกต่อกันมา หรือการนั่งรอความร่วมมือ เป็นต้น

6. เอาความสำเร็จในอดีตมากำหนดอนาคต 

ความสำเร็จในอดีตไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จในอนาคต ความสำเร็จที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ดีแต่ไม่สามารถใช้ได้ตลอดไปเนื่องจากโลกหมุนเร็ว ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนแปลงปรับตัวได้เร็วแล้วพัฒนาต่ออย่างไม่หยุดยั้ง เช่น การแก้ปัญหาจากพื้นที่หนึ่งและประสบความสำเร็จ แต่ไม่อาจเป็นการการันตีได้ว่าจะสามารถนำไปใช้กับอีกที่หนึ่งได้ หรือพูดง่ายๆว่าเราไม่สามารถใช้ความสำเร็จในอดีตมาใช้กับอนาคตได้ 

7. ละเลยการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี 

นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีทุกตัว แต่ว่าการสร้างนวัตกรรมนั้น เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาช่วยเหลือผู้ใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่ วิธีการหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่  ๆ  ที่สามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ใช้ของเรา สามารถประหยัดเวลา และทรัพยากรต่างๆ มากขึ้น ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป เราจะต้องก้าวตามเรื่องของเทคโนโลยีให้ทัน และปรับใช้ให้เป็น

8. ขาดการตรวจสอบผลลัพธ์ของการทำนวัตกรรม 

การติดตามผลลัพธ์ของนวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าสิ่งทที่เราทำไม่เกิดคุณค่า / ประโยชน์ ซ้ำรอยยังสร้างให้เกิด pain point มากขึ้นก็ให้เข้าใจเสียเลยว่า สิ่งที่เราทำนั้นอาจเป็นเพียงแค่สิ่งประดิษฐ์ ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้จริงยังไม่ใช่นวัตกรรม การที่เราวัดผลลัพธ์จากการทำนวัตกรรม เพราะเราสามารถนำสิ่งนี้ไปสู่การเรียนรู้ตลอดเวลาว่าสิ่งที่เราทำมันดีพอหรือตอบโจทย์ผู้บริโภคและสังคมได้อย่างตรงประเด็นหรือยัง

9. ทำนวัตกรรมแบบ I’m my own HERO (ข้าเก่งอยู่คนเดียว)

วัฒนธรรมการทำงานแบบไม่ประสานพลังร่วมกัน ทำแบบข้าเก่งอยู่คนเดียวถือเป็นอีกหลุมพรางหลุมใหญ่ที่ทำให้ไม่เกิดนวัตกรรม เพราะเราอาจจะพลาดตั้งแต่เริ่มต้นที่ขาดความเข้าใจในผู้ใช้ ได้ยินเสียงในหัวตนเองมากกว่าที่จะได้ยินเสียงของคนอื่น

ถ้าชอบการบอกเล่าสู่กันฟังสำหรับการทำความเข้าใจนวัตกรรมเบื้องต้นสามารถตามอ่านเพิ่มเติมที่ได้เขียนไว้อยู่ในหนังสือ #EasyInnovation in Practice หรือติดตามได้ที่ Facebook Page :  Dr.Aui EasyInnovation : นวัตกรรมสร้างได้ 


ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below