knowledge

เมื่อบริษัทเป็นสนามทดลองไอเดียการแก้ปัญหาสังคม Changemaking with Cooperate: Go Green Sandbox

8 กุมภาพันธ์ 2022


, , , ,
, , ,
, ,

หากคุณเป็นอีกคนที่ทำงานในบริษัทใหญ่ คุณจะต้องเคยได้ยินคำว่า CSR หรือเคยร่วมกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกิจกรรม CSR โดยทั่วไป อาจเป็นกิจกรรมจิตอาสาอย่างการเป็นอาสา การปลูกป่า การบริจาคของให้กลุ่มคนที่ต้องการ เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมสั้นๆ ที่มีการจัดการไม่ซับซ้อนมากนัก บริษัทได้ได้ผลลัพธ์รวดเร็ว ชัดเจน  พนักงานรู้สึกดี

The Deal

แต่กรณีที่เรากำลังจะเล่าให้ฟัง เป็นการทดลองการทำ CSR และ Sustainabilty ในรูปแบบใหม่ๆ  ซึ่งอลิอันซ์ อยุธยา ได้ร่วมมือกับ School of Changemakers (SOC) ริเริ่มโปรเจกต์ Go Green Sandbox โปรแกรมที่เปิดโอกาสให้นักสร้างการเปลี่ยนแปลงหน้าใหม่ได้ลองไอเดียการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะในออฟฟิศ ในระยะเวลา 6 เดือนระหว่างกรกฎาคม ถึงธันวาคม 2564  โดยดึงโจทย์จริงของ อลิอันซ์ อยุธยา มาท้าทายคนรุ่นใหม่ที่สนใจสร้างความเปลี่ยนแปลง ได้ส่งไอเดียเข้ามาพัฒนาและทดลองทำจริงกับพนักงานที่สำนักงานใหญ่ โดยมีเป้าหมายในการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในการจัดการขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด (51% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด) ซึ่ง Go Green Sandbox เป็นการต่อยอดจากโครงการ Goes for Green ของอลิอันซ์ อยุธยาที่เริ่มในปี 2563 และประสบความสำเร็จในการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงาน 16% ให้แยกและจัดการขยะกันอย่างจริงจัง

เมื่อคนรุ่นใหม่ๆ ส่งใบสมัครเข้ามา แต่ละทีม เราได้ชวนพี่ๆ พนักงานที่สนใจเป็น Coach for Changemakers มาทบทวนความรู้ด้าน coaching และจับคู่กับทีมที่มีความสนใจ มีเคมีตรงกัน และช่วยโค้ชทีมนักสร้างการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ (Sandboxer) ทุกๆ 2 สัปดาห์ตลอดโปรแกรมเพื่อพัฒนาไอเดีย และทำงานร่วมกับทีมงานของอลิอันซ์ในการทดลองไอเดียของคนรุ่นใหม่แต่ละทีม ให้ได้ทดลองจริงกับพนักงานอลิอันซ์ อยุธยา

รายละเอียดของโครงการอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

Changemaking Around Covid 

ด้วยช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนอยู่ตลอดเวลา ทีม SOC จึงต้องทิ้งรูปแบบการทำงานเดิมในการจัดเวิร์กช็อปที่ได้เห็นหน้าค่าตา changemakers กันมาตลอด มาปรับเป็นกระบวนการออนไลน์เกือบทั้งหมด ตั้งแต่การรับสมัคร คัดเลือก การพัฒนาไอเดียผ่านคอร์สออนไลน์ การเข้าเวิร์กช็อปรับความรู้เครื่องมือและจัดกิจกรรม การพบที่ปรึกษา การพบโค้ช การสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย งาน Pitching มิตติ้งประจำเดือน รวมไปถึงงานปิดโปรแกรมด้วยก็จัดแบบออนไลน์ทั้งหมด

ส่วนไอเดียของ Sandboxer ที่คิดในคอร์สเรียนก่อนหน้านั้น ก็มีหลายทีมก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไอเดียเพื่อให้ตอบรับกับสถานการณ์มากที่สุด และมีบางช่วงที่พนักงานเกือบทั้งหมด work from home ทำให้ทีมที่คิดกิจกรรมออฟไลน์ไว้คิดกิจกรรมใหม่ภายใต้เป้าหมายเดิมให้สามารถจัดออนไลน์หรือทำที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้

เมื่อนึกย้อนกลับไปในปี 2021 เราน่าจะจำได้ดีถึงสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งผลกระทบจากโควิด และเรื่องการเมือง ที่มีผลกระทบต่อกำลัง โฟกัสและแรงใจของคนรุ่นใหม่และคนที่ทำงานเพื่อสังคมเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากใบสมัครที่เข้ามาน้อยกว่าโปรแกรมเดียวกันที่เปิดในปีก่อนๆ และระดับการให้ความร่วมมือของพนักงานกลุ่มเป้าหมาย เรารู้ว่าประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญมากๆ และมีผลกระทบต่อเราในระยะยาว แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์และข่าวที่อยู่ตรงหน้า เช่น โรงพยาบาลเต็ม ผู้คนเสียชีวิตบนถนน คนตกงานไม่มีเงินซื้อข้าว ผู้คนเจอความเครียดจากการต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ทั้งหมดจึงกลายเป็นเรื่องที่เร่งด่วนกว่า และทำให้โจทย์ของ Go Green Sandbox ดูมีน้ำหนักไม่เท่า

First Time’s A Charm…?

การบ่มเพาะแบบใหม่ โจทย์ใหม่ กลุ่มเป้าหมายใหม่ โค้ชมือใหม่ ไม่พอ แม้ทีมงานจะไม่ใช่ incubator มือใหม่แต่รูปแบบการบ่มเพาะบนสนามทดลองใหม่กับภาคเอกชน เราต้องเรียนรู้ขั้นตอนการทำงานสื่อสาร ทำความเข้าใจ culture การทำงานของบริษัท ทำให้เราเรียนรู้และปรับจูนภาษาและการทำงานตลอดโครงการ  โดยมีเป้าหมายเดิมที่ตั้งใจเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้นักเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ คิดๆ ไป ทีมงานที่ทำโครงการ Incubation ก็ไม่ต่างจาก Sandboxer ที่ทำโปรเจกต์ในโครงการเราเลย

จากผู้สมัคร 22 ทีม จากการคัดเลือกสู่การเรียนคอร์สพัฒนาไอเดียและแมทช์โค้ชให้กับ 12 ทีม จนเหลือ 4 ทีมที่ pitch ไอเดียที่ตอบโจทย์ ถูกใจกรรมการ มารับเงินทุนไปลองทำตัวต้นแบบจริง ซึ่งไอเดียครึ่งหนึ่งเป็นไอเดีย online ได้แก่ ทีม Chaimaeng Tech ทำ Line OA แยกขยะสะสมแต้ม และ To-Greenquality ทำเกมออนไลน์ฝึกแยกขยะเสริมความมั่นใจก่อนไปแยกจริง 

Line OA แยกขยะสะสมแต้ม ‘Kaya-ขยะ’ โดย Chaimaeng Tech และ เกมออนไลน์ฝึกแยกขยะ โดย To-Greenquality

และอีกครึ่งเป็นไอเดีย on site ได้แก่ ทีม Dark Horses ที่ต้องการเปลี่ยนถังขยะเป็นถังฝาก(ขยะ)ให้(หน่วยรีไซเคิล) และทีม Wastelander นักสร้างการเปลี่ยนแปลงรุ่นพี่ที่มารวมตัวกันเป็นทีมใหม่ ลองทำบริการปิ่นโตลดขยะแพคเกจจิ้งจากการสั่งอาหาร

‘ถังฝากให้’ โดย ทีม Dark Horses และ บริการปิ่นโตลดขยะภาชนะ ‘เถา-เถา’ โดยทีม Wastelander

การพัฒนาไอเดียใหม่ๆ และทดลองทำ ในสถานการณ์ธรรมดา ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทดลอง 100 เข้าทาง 50 ก็คือว่าโชคดี  แต่ยิ่งเป็นช่วงโควิด เรื่องยาก ยิ่งเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าเดิม และเมื่อทีมคนรุ่นใหม่ ได้ลองพยายาม แต่เจออุปสรรค และสถานการณ์ที่ทำให้ต้องปรับแผนตลอดเวลา เป็นธรรมดาที่น้องๆจะไฟตก ท้อแท้ระหว่างทาง   ซึ่งเมื่อก่อน ทีมยังพอสามารถให้กำลังใจเวลาได้เจอกัน มีเวลาให้ทุกคนได้พูดและฟัง แต่ด้วยการเจอกันออนไลน์ การดูแลใจ ทดแทน human interaction ทั้งกับ Sandboxer ทั้งโค้ช แทบไม่มีผล

ผ่านไป 6 เดือน เราสามารถสรุปผลการลอง prototype ได้สั้นๆ ว่าไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เกือบทุกทีม  ซึ่งทาง SOC ก็ต้องขอบคุณทางทีมงานอลิอันซ์ อยุธยามาก ๆ ที่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอบคุณ Sandboxer และโค้ชของทุกทีมที่ทุ่มเทเวลาให้กับโครงการนี้ ให้ความไว้ใจกับทีม SOC เข้ามาทดลองงานนี้ด้วยกัน  และสิ่งที่เราสรุปบทเรียนตรงกันก็คือ เราทุกคนประทับใจในความตั้งใจดี และความทุ่มเทของน้องๆ sandboxer และแม้ว่าการทดลองร่วมกันครั้งนี้จะไม่เป็นตามที่เราคิด ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นโอกาสให้เรียนรู้บทเรียนสำคัญๆ ว่าการเปลี่ยนแปลงสังคม นั้นมีปัจจัยเกี่ยวข้องมากมาย และการลงมือทดลองทำเป็นขั้นตอนสำคัญ 

ภาพจากงาน Charity Fun Fair 4 ธ.ค. 2564 ครั้งแรกและครั้งเดียวในโครงการที่ได้เจอหน้ากัน 🙂

Incubator’s Learning

  1. คนรุ่นใหม่คาดหวังกับตัวเองสูง รวมถึงทีมงานเองด้วย เราลงแรงไปเราก็อยากให้โปรเจกต์สำเร็จ ส่วนผู้ให้ทุนลงทุนมาก็อยากให้เกิดผลลัพธ์ แต่การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้สร้างการเปลี่ยนแปลงใช้แรงมากและไม่สามารถการันตีผลลัพธ์ได้ แต่ผลการเรียนรู้ (learning) ที่ได้ออกจากการทำโครงการนี้นั้นไม่สามารถประเมินค่าได้ ทั้งการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ที่ได้ทดลองเปลี่ยนแปลงจริง และของทีมงาน อลิอันซ์ อยุธยา ทุกภาคส่วนที่ได้เกี่ยวข้องกันในโครงการนี้ รวมไปถึงการเรียนรู้ของทีมงานเองด้วย
  2. ไฟความหวังของคนรุ่นใหม่เติมไฟให้คนอื่นได้จริงๆ อย่างตัวต้นแบบที่ผลออกมาว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เลย แต่ผลพวงคือการมีอยู่ของไอเดียใหม่ๆ นั้นทำให้เกิดคำถาม เกิดบทสนทนาเกี่ยวกับประเด็นปัญหาสังคมได้ จากคนที่ไม่เคยสนใจก็ได้เห็นได้รู้ ก็เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้เหมือนกันนะ
  3. พนักงาน = คนทำงาน เขาให้ความสำคัญกับงานของเขาเป็นอันดับ 1  ดังนั้น ไม่ใช่เขาไม่มีใจ แต่การเป็นโค้ชหรือการแยกขยะเป็น Priority รอง (จากเรื่องส่วนตัวอื่นๆ อีกที) Insight นี้สำคัญมาก ต้องนำไปปรับปรุงกระบวนการให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีมากกว่านี้
  4. ปัจจุบัน มีกิจกรรมและโอกาสให้นักสร้างการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่หลายโครงการ แต่ละโครงการมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน แต่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ถ้าโครงการของเราต้องการเวลาและแรงเยอะ เราจะต้อง recheck อีกรอบด้วยว่าคนที่เรากำลังจะบ่มเพาะนั้นเขาถือโครงการอื่นอยู่ด้วยไหม เพราะทุกโครงการต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงแต่การทำงานหนักเกินไป โดยเฉพาะกับนักเปลี่ยนแปลงที่กำลังค้นหาตัวเอง จะเกิดการสับสนและไฟหมอดได้ง่าย เราในฐานะ incubator ต้องช่วยรักษาไฟนั้นเอาไว้ การเลือกปฎิเสธคนที่หักโหมหรือเหมาะกับโครงการอื่นมากกว่าจะสร้างผลกระทบได้มากมาย มากกว่าการพยายามหาจำนวนคนมาเข้าโครงการ
  5. สิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญและเร่งด่วน แต่คนที่จะลงทุนลงแรงอย่างจริงจังกับการดูแลรักษาโลกยังมีไม่มากพอ โครงการนี้ทำให้เห็นว่าการจะเปลี่ยนให้คนที่ตระหนักรู้มาเป็นคนที่มีพฤติกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมนั้นยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ ยังไม่มีสูตรตายตัวที่สามารถเปลี่ยนโลกในเรื่องนี้ได้ง่ายดาย เป็นโจทย์ที่ท้าทายจริงๆ ต้องทดลองต่อไป
  6. สุดท้าย พูดถึงการทำงานของทีม SOC สักหน่อย ไม่ว่าเราจะเป็น incubator มือใหม่หรือมือเก่า การทำงานพัฒนาคนอย่างไรเราก็จะพบ the unknown unknown (สิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้) มากมายไปหมด แต่สิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ก็ไม่ใช่เหตุผลให้เราไม่ลงแรงหรือกลัวว่าผลจะออกมาไม่ดี เพราะเอาเข้าจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้และกำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมดมที่เราต้องเรียนรู้ ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว และไม่เหลืออะไรให้เราทำไปมากกว่านี้แล้ว บางครั้ง ดีพอก็คือดีพอ และอาจจะดีที่สุดเท่าที่มันจะดีได้แล้ว

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below